สัญญาณมาแล้ว! ETH อาจพุ่งแตะ 5,000 ดอลลาร์? หลังคนแห่ล็อกเหรียญกินดอกเบี้ยไม่ยอมขาย

ราคา Ethereum กำลังสะสมแรงส่งใหม่ ขณะที่ผู้ถือเหรียญจำนวนมากเลือก 'ล็อก' สินทรัพย์เพื่อรับผลตอบแทนแทนการขายออก—กลยุทธ์ที่กำลังสร้างแรงกดดันด้านอุปทานในตลาด
แรงหนุนจากพฤติกรรมผู้ถือเหรียญ
ปรากฏการณ์การล็อกเหรียญระยะยาวเพื่อรับรางวัล (staking) ไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราวอีกต่อไป มันกลายเป็นกลไกพื้นฐานที่เปลี่ยนพฤติกรรมของนักลงทุนจาก 'ซื้อแล้วขาย' เป็น 'ซื้อแล้วถือเพื่อสร้างรายได้' การไหลออกของเหรียญจากตลาดซื้อขายแบบดั้งเดิมสร้างสภาพแวดล้อมที่อุปทานหมุนเวียนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
เส้นทางสู่ 5,000 ดอลลาร์
ตัวเลข 5,000 ดอลลาร์ไม่ใช่แค่เป้าหมายทางจิตวิทยา แต่เป็นระดับที่นักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่าสามารถเป็นไปได้ภายใต้สภาวะตลาดปัจจุบัน แรงกดดันด้านอุปทานที่ลดลงร่วมกับความต้องการที่ยังคงมีอยู่ อาจสร้างสมการที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวของราคาขาขึ้นครั้งใหญ่
ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำ
แต่โลกการเงินดิจิทัลก็เหมือนปาร์ตี้สุดหรู—ความสนุกมักจบลงเมื่อคนเริ่มคิดว่า 'คราวนี้ไม่เหมือนเดิม' แรงกระตุ้นจาก staking อาจสร้างเสถียรภาพในระยะสั้น แต่ก็ทำให้ระบบมีความซับซ้อนและพึ่งพาผลตอบแทนที่ต้องเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตลาดกำลังบอกเราว่าการ 'ไม่ขาย' อาจเป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังกว่าการ 'ขายทุกราคา' แต่ในวงการที่ความมั่นใจเปลี่ยนทิศทางได้เร็วเหมือนสวิตช์ไฟ นักลงทุนควรจับตาทั้งโอกาสและความไม่แน่นอนที่มาพร้อมกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่นี้
สัญญาณบวก วาฬแห่ฝาก ไม่ยอมถอน
ข้อมูลจากเครือข่ายระบุว่า ปัจจุบันมี Ether จำนวนกว่า 745,619 ETH กำลังต่อคิวรอเข้าเป็น Validator ซึ่งต้องใช้เวลารอนานถึง 13 วัน ตัวเลขนี้สูงกว่าคิวที่รอถอนออกซึ่งมีเพียง 360,528 ETH อย่างชัดเจน
โดย DefiIgnas นักวิเคราะห์ชื่อดังมองว่า การอัปเกรด Pectra ที่ผ่านมาช่วยให้ประสบการณ์การใช้งาน (UX) ดีขึ้นและเพิ่มขีดจำกัดของ Validator ทำให้ผู้ถือเหรียญรายใหญ่เลือกที่จะล็อกเหรียญเพื่อกินดอกเบี้ยต่อแทนที่จะเทขาย ซึ่งช่วยลดแรงกดดันฝั่งขายในตลาดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
สถิติไม่เคยโกหก ฝากแซงถอนทีไร ราคาดีด 120%
Abdul หัวหน้าฝ่าย DeFi จาก Monad Foundation ได้ออกมาเตือนความจำนักลงทุนว่า “ครั้งล่าสุดที่เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน ราคา ETH ได้พุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวในเวลาต่อมา” สอดคล้องกับข้อมูลจาก TradingView ที่ชี้ว่าในเดือนมีนาคมและมิถุนายนที่เกิดปรากฏการณ์ลักษณะเดียวกัน ราคา Ether ได้ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงถึง 90% และ 126% ตามลำดับ หากแพทเทิร์นนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง เป้าหมายราคาที่ 5,000 ดอลลาร์ในปี 2026 ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน
กราฟเทคนิคชี้เป้า ยืนเหนือ $2,750 ได้ มีลุ้นไปต่อ
ในมุมมองทางเทคนิค โครงสร้างราคาปัจจุบันของ ETH ในช่วง 2,750 – 3,200 ดอลลาร์ มีความคล้ายคลึงอย่างมากกับการเคลื่อนไหวในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม 2024 ก่อนที่จะเกิดการระเบิดของราคา Titan of Crypto นักเทรดชื่อดังวิเคราะห์ว่า ETH ได้มีการย่อตัวลงมาที่ระดับ Fibonacci 61.8% ซึ่งเป็นจุดกลับตัวสำคัญ
โดยเขาย้ำว่า 2,750 ดอลลาร์ คือแนวรับสำคัญที่ต้องจับตา หากราคาสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ ก็มีโอกาสสูงที่จะเกิดการพุ่งขึ้นอีก 75% ไปสู่เป้าหมายที่ 5,120 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังควรระมัดระวัง เพราะกูรูบางส่วนยังเตือนว่านี่อาจเป็นเพียง “กับดักกระทิง” (Bull Trap) หากปัจจัยมหภาคไม่เอื้ออำนวย
ที่มา: cointelegraph