CEO Coinbase เผย ธนาคารสหรัฐฯ เริ่มกลับลำ! ขอเจรจาชำระดอกเบี้ยผ่าน Stablecoin เพื่อรับมือกับยุคดอกเบี้ยสูง

ธนาคารสหรัฐฯ กำลังหันหลังให้กับนโยบายเดิม เจรจาขอจ่ายดอกเบี้ยผ่าน Stablecoin เพื่อสู้ศึกดอกเบี้ยสูง
### วิกฤตดอกเบี้ยผลักดันให้สถาบันการเงินหันมาหา DeFi
เมื่ออัตราดอกเบี้ยพุ่งสูง ธนาคารดั้งเดิมพบว่าตัวเองติดกับดักต้นทุน ระบบเก่าที่พึ่งพาการกู้ยืมระหว่างธนาคารและพันธบัตรรัฐบาลเริ่มแสดงจุดอ่อน ความต้องการเครื่องมือทางการเงินที่คล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูงกลายเป็นเรื่องเร่งด่วน
### Stablecoin กลายเป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม
Stablecoin ไม่ได้เป็นเพียงแค่สะพานเชื่อมระหว่างโลกคริปโตกับฟิแอตอีกต่อไป มันกำลังพัฒนาบทบาทเป็นเครื่องมือจัดการสภาพคล่องและดอกเบี้ย แพลตฟอร์ม DeFi ที่ให้ผลตอบแทนจากการให้กู้ยืม Stablecoin แสดงให้เห็นถึงโมเดลที่ทำงานได้จริง—แม้จะมีความเสี่ยงด้านความเสถียรของตัว Stablecoin เองก็ตาม
### การปรับตัวหรือการยอมจำนนต่อเทคโนโลยีใหม่
การที่ธนาคารเริ่มเจรจาเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่ แต่สะท้อนถึงความจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เมื่อตลาดแบบดั้งเดิมตอบสนองช้าเกินไป ระบบที่กระจายอำนาจและทำงานด้วยรหัสก็เข้ามาเติมเต็มช่องว่างนั้น นี่คือการแข่งขันที่วัดกันที่ประสิทธิภาพและต้นทุน ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงหรือประวัติศาสตร์
มองในแง่ดี นี่คือสัญญาณของการยอมรับบล็อกเชนในภาคการเงินจริงจัง มองในแง่ร้าย มันก็แค่การดิ้นรนหาวิธีลดต้นทุนของสถาบันที่เคยได้กำไรง่ายๆ จากสเปรดดอกเบี้ย—เพราะเมื่อตลาดเปลี่ยน ผู้ที่ปรับตัวช้าก็เหลือเพียงทางเลือกที่จำกัด
กฎหมาย GENIUS Act กลายเป็นสมรภูมิของผลประโยชน์ธนาคารและนวัตกรรมการเงิน
กฎหมาย GENIUS Act ซึ่งมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม 2025
ห้ามผู้ออก Stablecoin เช่น Circle และ Tether จ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ถือโดยตรง
แต่ยังเปิดช่องให้ ผู้ให้บริการตัวกลาง เช่น แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน
สามารถส่งต่อผลตอบแทนจาก เงินสำรองพันธบัตรรัฐบาล ให้ผู้ใช้ได้
ธนาคารจึงยื่นคำร้องให้แก้กฎหมาย เพื่อ ปิดช่องดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า
แพลตฟอร์มที่ไม่ใช่ธนาคารสามารถเสนอผลตอบแทนเกือบปราศจากความเสี่ยงระดับ 4–5%
ซึ่งทำให้ธนาคารแข่งขันได้ยาก
Armstrong ตอบโต้ว่า ความพยายามดังกล่าวคือ “เส้นแดงของอุตสาหกรรมคริปโต”
และเป็นเพียง การเล่นเชิงกลยุทธ์เพื่อปกป้องผลกำไรของระบบการเงินแบบดั้งเดิม
เขาชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งที่ ธนาคารอ้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ ใช้โมเดลเดียวกันแต่จ่ายดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาดให้ผู้ฝากเงิน
ฝั่งคริปโตรวมตัวต้านการแก้กฎหมาย
มีบริษัทคริปโต กว่า 125 แห่ง รวมถึง Coinbase เข้าร่วมลงชื่อยื่นจดหมายถึงคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภา เพื่อคัดค้านการเปิดแก้ไขร่างกฎหมาย โดยให้เหตุผลว่า จะทำให้กฎระเบียบไม่ชัดเจน
ในมุมมองของ Armstrong ในอนาคต ธนาคารจะไม่สามารถกดดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ ๆ ได้อีกต่อไป และอาจต้อง ออก Stablecoin ของตนเองเพื่อแก้ไขปัญหานี้
จนกว่าจะถึงวันนั้นน Coinbase และบริษัทในอุตสาหกรรมตั้งใจว่าจะปกป้องกฏระเบียบปัจุบันที่เปิดให้แพลตฟอร์มคริปโตทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่ให้ผลตอบแทนสูงสำหรับผู้ถือดอลลาร์ต่อไป
Source: Brian Armstrong