ทรัมป์ชี้หน้าด่า ‘พาวเวล’ ว่า ‘โง่เง่า’ ขู่ไล่ออก-จ่อฟ้องเรียกค่าเสียหาย

การปะทะกันระหว่างอำนาจทางการเมืองกับธนาคารกลางปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่ออดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีประธานเฟดอย่างรุนแรง
คำพูดที่ร้อนแรงและขู่ฟ้องร้อง
โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระเบิดคำวิจารณ์ใส่เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างตรงไปตรงมา โดยใช้คำว่า ‘โง่เง่า’ พร้อมขู่จะดำเนินการไล่ออกและฟ้องเรียกค่าเสียหายหากได้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความตึงเครียดที่ยังคุกรุ่นระหว่างทำเนียบขาวกับสถาบันการเงินกลาง ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นเกมการเมืองที่ผู้เล่นพยายามโยนบาปให้ผู้อื่น—คล้ายกับที่นักลงทุน crypto มักถูกกล่าวหาว่าเป็นสาเหตุของความผันผวนในตลาดหุ้น
ผลกระทบที่มองเห็นได้ชัด
การโจมตีครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความไม่แน่นอนให้กับนโยบายการเงินในระยะสั้น แต่ยังโยงใยไปถึงภาพลักษณ์และความเป็นอิสระของเฟดในสายตาตลาดโลก นักวิเคราะห์หลายเสียงมองว่าการข่มขู่นี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ทางการเมืองเพื่อสร้างแรงกดดันและกำหนดแนวทางนโยบาย ซึ่งในแวดวงการเงินดิจิทัล เราเห็นรูปแบบคล้ายกันเมื่อหน่วยงานกำกับดูแลพยายามแทรกแซงโครงสร้างพื้นฐานที่กระจายอำนาจ
ปิดท้ายด้วยความไม่แน่นอน
ความขัดแย้งครั้งนี้ฉายแสงบนข้อพิพาทอันยาวนานระหว่างอำนาจรัฐและอำนาจทางการเงิน ว่าจะใครกันแน่ที่เป็นผู้กำหนดทิศทางเศรษฐกิจจริงๆ ในยุคที่ความน่าเชื่อถือของสถาบันดั้งเดิมสั่นคลอน การแสวงหาทางเลือกอื่นๆ อย่างระบบการเงินแบบกระจายศูนย์อาจดูน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ—หรืออย่างน้อยก็เป็นเรื่องที่พูดกันในวงเหล้าแห่งวอลล์สตรีท ขณะที่พวกเขากำลังปรับพอร์ตโฟลิโอใหม่
ข้อกล่าวหาเรื่องงบประมาณ ตัวเลขที่ถูกปั่นและความจริงที่สวนทาง
ประเด็นหลักที่ทรัมป์นำมาใช้โจมตีในครั้งนี้คือโครงการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยทรัมป์กล่าวอ้างตัวเลขที่สูงเกินจริงว่าพาวเวลใช้งบประมาณไปถึง 4.1 พันล้านดอลลาร์ในการปรับปรุงอาคารขนาดเล็กเพียงไม่กี่หลัง ซึ่งเขาเย้ยหยันว่าเป็นราคาค่าก่อสร้างที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่พาวเวลเคยชี้แจงไว้ก่อนหน้านี้ว่าใช้งบประมาณจริงอยู่ที่ 2.5 พันล้านดอลลาร์ ทรัมป์ยังพยายามเชื่อมโยงเรื่องนี้เข้ากับผลงานทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยอ้างว่าเศรษฐกิจดี “ทั้งๆ ที่เรามีคนโง่บริหารเฟดอยู่” และตำหนิโจ ไบเดน ที่ตัดสินใจแต่งตั้งพาวเวลกลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง ทั้งที่ตนเองเป็นคนแต่งตั้งพาวเวลในสมัยแรกเมื่อปี 2018
การเปรียบเทียบกับโปรเจกต์บอลรูมทำเนียบขาว
ในระหว่างการวิพากษ์วิจารณ์ ทรัมป์ได้ยกโครงการก่อสร้างห้องบอลรูมใหม่ในทำเนียบขาวของตนเองมาเปรียบเทียบเพื่อแสดงความเหนือกว่า โดยระบุว่าห้องบอลรูมที่หรูหราอลังการและเป็นสิ่งที่ทำเนียบขาวต้องการมาตลอด 150 ปีนี้ จะใช้งบประมาณเพียง “เศษเสี้ยว” ของงบซ่อมตึกเฟด
แม้ว่าทรัมป์จะอ้างว่าโครงการของเขาใช้งบน้อยกว่าและเร็วกว่ากำหนด แต่เขาก็ยอมรับในภายหลังว่าตัวเลขงบประมาณได้พุ่งสูงขึ้นจากที่เคยประเมินไว้ 200 ล้านดอลลาร์ มาเป็น 400 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า เนื่องจากความจำเป็นในการติดตั้งกระจกกันกระสุนและหลังคาป้องกันโดรนเพื่อใช้สถานที่นี้ในพิธีสาบานตน
อนาคตเก้าอี้ประธานเฟดและการประกาศตัวผู้สืบทอด
นอกจากการข่มขู่เรื่องการฟ้องร้องและการไล่ออกแล้ว ทรัมป์ยังได้เปิดเผยถึงแผนการสรรหาประธานเฟดคนใหม่ โดยระบุว่าเขาจะประกาศชื่อผู้ที่จะมารับไม้ต่อจากพาวเวลในช่วงเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ ท่าทีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของทรัมป์ในการกดดันและแทรกแซงความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกกำลังจับตามองด้วยความกังวล ว่าการเปลี่ยนผ่านผู้นำนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ในปีหน้าจะเป็นไปในทิศทางใด
ที่มา: guardian