BlackRock แจกจริง 3 พันล้าน! พิสูจน์แล้ว “ถือคริปโตก็กินปันผลได้” ไม่ต้องเก็งกำไรอย่างเดียว

BlackRock ปล่อยเงินปันผลจริง 3 พันล้านบาทให้กับนักลงทุนในกองทุนคริปโตของตน – นี่ไม่ใช่การคาดการณ์ราคา แต่คือกระแสเงินสดที่จับต้องได้
โมเดลใหม่: รายได้จากดอกเบี้ย ไม่ใช่แค่กำไรจากราคา
สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่กำลังเปลี่ยนเกมด้วยการสร้างรายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านกลไกเดิมๆ ของตลาดการเงิน: การให้กู้ยืม, การ stake โทเคน, และการรับดอกเบี้ย แทนที่จะรอให้ราคาพุ่งขึ้นอย่างเดียว
นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงได้แล้ว
ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น กองทุน ETF ทำให้การรับปันผลจากคริปโตไม่ใช่เรื่องของนักเทคนิคอีกต่อไป คุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจสมาร์ทคอนแทรกต์ทุกบรรทัด – แค่ซื้อหน่วยกองทุนและรอรับการกระจายรายได้
ความน่าเชื่อถือที่มาพร้อมกับชื่อเสียง
เมื่อ BlackRock ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก้าวเข้ามาในวงการ มันให้มากกว่าแค่สภาพคล่อง มันนำเสนอกรอบการทำงาน, การตรวจสอบ, และช่องทางที่ถูกกฎหมายสำหรับนักลงทุนสถาบันและรายย่อยที่อยากได้สัมผัสคริปโตแต่กังวลเรื่องความเสี่ยง
มองไปข้างหน้า: การเงินแบบดั้งเดิมกำลังถูกเขียนใหม่
นี่คือสัญญาณที่ชัดเจน: สินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเติบโตเกินกว่าช่วง ‘Wild West’ มันกำลังถูกบูรณาการเข้ากับระบบการเงินโลก – พร้อมกับสร้างกระแสรายได้แบบใหม่ที่ท้าทายแนวคิดเดิมๆ เกี่ยวกับการลงทุน (และทำให้พอร์ตพันธบัตรบางส่วนดูน่าเบื่อไปในทันที)
จาก Ethereum สู่ Multi-Chain การขยายตัวของ BUIDL
BUIDL เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2024 บนเครือข่าย Ethereum โดยมีนโยบายลงทุนในสินทรัพย์ระยะสั้นสกุลดอลลาร์สหรัฐ เช่น ตั๋วเงินคลังสหรัฐฯ และสัญญาซื้อคืน เพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนสถาบันพร้อมรักษาสภาพคล่อง
ปัจจุบันกองทุนได้ขยายขอบเขตการให้บริการไปสู่บล็อกเชนอื่นๆ อีก 6 เครือข่าย ได้แก่ Solana, Aptos, Avalanche และ Optimism ทำให้นักลงทุนสามารถถือครองโทเคน BUIDL ที่ผูกมูลค่ากับดอลลาร์ และรับเงินปันผลโดยตรงบนเชน (On-chain) ได้อย่างสะดวกและโปร่งใส
100 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขที่ยืนยันประสิทธิภาพ
ตัวเลขการจ่ายเงินปันผล 100 ล้านดอลลาร์นี้มีความหมายมากกว่าแค่จำนวนเงิน แต่มันคือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าสินทรัพย์ที่ถูกแปลงเป็นโทเคน สามารถทำงานได้จริงในสเกลใหญ่ โดยจำลองฟังก์ชันหลักของผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบดั้งเดิมมาไว้บนโลกดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีบล็อกเชนในด้านความรวดเร็วในการชำระดุล ความโปร่งใสของบันทึกความเป็นเจ้าของ และความสามารถในการตั้งโปรแกรมการจ่ายผลตอบแทนอัตโนมัติ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดึงดูดความสนใจจากผู้จัดการสินทรัพย์ระดับโลก จนทำให้มูลค่าทรัพย์สินของกองทุน BUIDL พุ่งทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์ ไปแล้วในปีนี้
Tokenized Funds vs Stablecoins สงครามแย่งชิง ‘เงินสด’
การเติบโตของกองทุนตลาดเงินแบบ Tokenized กำลังถูกจับตามองในฐานะคู่แข่งที่น่ากลัวของ Stablecoins นักกลยุทธ์จาก J.P. Morgan อย่าง Teresa Ho เคยแสดงความเห็นว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ช่วยรักษาเสน่ห์ของ “เงินสดในฐานะสินทรัพย์” ไว้ได้ ท่ามกลางกระแสของ Stablecoins ที่กำลังมาแรง
อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่รวดเร็วนี้ก็นำมาซึ่งความกังวลเช่นกัน โดยธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) เพิ่งออกมาเตือนถึงความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและการปฏิบัติงาน หากกองทุนเหล่านี้ถูกนำไปใช้เป็นหลักประกันในระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลมากเกินไป
ที่มา: X