CEO Fastwork เผย! เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ขาดทุน Bitcoin เพราะคิดว่าตัวเอง ’ฉลาดกว่าตลาด’ ย้ำแค่ ’ถือเฉยๆ’ ก็กำไรไปแล้ว
นักลงทุนคริปโตส่วนใหญ่ยังคงพลาดโอกาสทอง—เพราะคิดว่าตัวเองเก่งกว่าตลาด
ในวงการที่เต็มไปด้วยการซื้อขายแบบหวือหวาและความเชื่อมั่นเกินจริง กลยุทธ์ที่เรียบง่ายที่สุดกลับถูกมองข้ามไป: การถือครองระยะยาว CEO จากแพลตฟอร์มชื่อดังชี้ให้เห็นว่า ความพยายามที่จะ 'เอาชนะตลาด' ด้วยการซื้อขายตามจังหวะกลับกลายเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้เล่นรายย่อยสูญเสียเงิน
จิตวิทยาของตลาด vs ความโลภส่วนบุคคล
ตลาดคริปโตเคลื่อนไหวด้วยแรงผลักดันจากกลุ่มคนหมู่มากและอารมณ์ร่วม—ไม่ใช่ด้วยความฉลาดของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง การพยายามจับจุดสูงสุดและต่ำสุดในทุกช่วงคลื่นเป็นเกมที่แพ้ตั้งแต่เริ่มต้นสำหรับคนส่วนใหญ่ ในขณะที่พอร์ตการลงทุนแบบ passive ที่ไม่ต้องคอยกดขายกลับแสดงผลตอบแทนที่มั่นคงกว่าเมื่อมองย้อนกลับ
ความเงียบที่ได้กำไร
กลยุทธ์ 'ซื้อแล้วลืม' ดูน่าเบื่อในสายตานักเทรดที่ชอบความตื่นเต้น—แต่ประวัติศาสตร์การเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำพิสูจน์แล้วว่าความอดทนให้รางวัลกับผู้ที่ยึดมั่น แทนที่จะวิ่งตามกระแสข่าวลือหรือความกลัวที่เกิดขึ้นชั่วคราว
บทเรียนที่วอลล์สตรีทก็ยังเรียนรู้ช้า: การนั่งนิ่งๆ บางครั้งก็เป็นการเคลื่อนไหวที่ชาญฉลาดที่สุดในเกมการเงิน—โดยเฉพาะในตลาดที่ความโลภมักมาพร้อมกับค่าคอมมิชชั่นและสเปรดที่กัดกินผลกำไรของคุณเงียบๆ
คุณซีเคได้ถ่ายทอดมุมมองผ่านคลิปวิดีโอ โดยเน้นย้ำว่าหัวใจสำคัญของการลงทุนคือ “การมองระยะยาว” พร้อมยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนผ่าน Bitcoin
“ทำให้ตัวเองขาดทุน… ยากกว่ากำไร” คุณซีเคกล่าวเปรียบเทียบช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมาว่า “ลองดู Bitcoin ก็ได้ ปี 2015 ราคาอยู่แค่หลักพันบาท ไม่ถึงหมื่นด้วยซ้ำ จนมาถึงปี 2025 มูลค่ามันพุ่งไปถึง 3 ล้านบาท ผมบอกเลยว่าคุณต้องเก่งมากนะถ้าจะทำให้ตัวเองขาดทุนจากสินทรัพย์ที่ราคาขึ้นจากหลักพันมาเป็นสามล้านได้”
ถ้าขาดทุน โทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง โดยคุณซีเคระบุว่า “ถ้าคุณถือไว้เฉยๆ คุณกำไรไปแล้ว ดังนั้นถ้าวันนี้คุณยังขาดทุนกับ Cryptocurrency คนที่ผิดมีแค่คุณคนเดียวเท่านั้น คุณโทษใครไม่ได้เลย มันคือความผิดพลาดของคุณล้านเปอร์เซ็นต์”
เลิกมองมุมแคบ และหยุดรีบจนเกินไป คุณซีเคทิ้งท้ายด้วยการตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมการลงทุนของคนไทยส่วนใหญ่ที่มักจะ “รีบ” และ “มองมุมแคบ” จนเกินไป
“ผมไม่สนใจว่าคุณจะซื้อจังหวะไหน ยกเว้นว่าคุณเพิ่งจะมาซื้อเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว นอกเหนือจากนั้นคุณต้องกำไร แต่ที่ขาดทุนเป็นเพราะอะไร? ทั้งที่สินทรัพย์แทบจะเป็นเส้นตรง (ขาขึ้น) นี่ยังไม่รวมถึงดัชนี S&P 500 ด้วยซ้ำ ผมมองว่าคนไทยหลายคนรีบเกินไป และชอบมองแค่ในมุมแคบๆ”
คำพูดของคุณซีเคในครั้งนี้ จึงเป็นเหมือนการเรียกสติให้นักลงทุนกลับมาทบทวนตัวเองว่า ปัจจุบันเรากำลัง “ลงทุน” ตามพื้นฐานและระยะยาว หรือกำลังพยายาม “เอาชนะตลาด” ด้วยอีโก้ของตัวเอง จนนำมาซึ่งความเสียหายในพอร์ตอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้
ที่มา : Instagram