BTCC / BTCC Square / siamblockchainTH /
ก.ล.ต. เปิดแผนปราบ “ทุนเทา” ครบวงจร สกัดฟอกเงิน–บัญชีม้า ไม่ให้แทรกซึมตลาดทุนและคริปโต

ก.ล.ต. เปิดแผนปราบ “ทุนเทา” ครบวงจร สกัดฟอกเงิน–บัญชีม้า ไม่ให้แทรกซึมตลาดทุนและคริปโต

Published:
2025-12-22 01:37:55
20
3

ก.ล.ต. เปิดแผนปราบ “ทุนเทา” ครบวงจร สกัดฟอกเงิน–บัญชีม้า ไม่ให้แทรกซึมตลาดทุนและคริปโต

ผู้กำกับดูแลกำลังปิดล้อมช่องว่าง: แผนปราบทุนเทาฉบับใหม่ของ ก.ล.ต. มุ่งเป้าที่ตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง

ก.ล.ต. ประกาศแผนการกวาดล้างทุนเทาอย่างเป็นระบบ ซึ่งครอบคลุมทั้งการฟอกเงินและการใช้บัญชีม้า (mule accounts) เพื่อป้องกันไม่ให้เงินสกปรกแทรกซึมเข้าสู่ระบบการเงินหลักและตลาดคริปโตเคอร์เรนซี

เป้าหมายชัดเจน: ตลาดทุนและคริปโต

แผนนี้ไม่ได้มุ่งเป้าแค่ตลาดหุ้นแบบดั้งเดิม แต่ยังพุ่งเป้าไปที่ตลาดคริปโตโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นช่องทางที่นักฟอกเงินชื่นชอบเนื่องจากความคล่องตัวและความไม่โปร่งใสในบางแพลตฟอร์ม ก.ล.ต. ตั้งใจจะใช้มาตรการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นกับโบรกเกอร์และแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโต

กลยุทธ์ครบวงจร: จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ

แผนงานครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินทุน (KYC ที่เข้มข้น), การติดตามธุรกรรมที่น่าสงสัยในตลาดทุน, ไปจนถึงการสกัดกั้นการใช้บัญชีม้าเพื่อซื้อขายหรือถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล เป้าหมายคือสร้างระบบที่เงินสกปรก 'เข้าออก' ได้ยาก

ความท้าทายและโอกาส

การบังคับใช้ในโลกคริปโตที่ไร้พรมแดนเป็นความท้าทายใหญ่ แต่ความพยายามนี้ก็ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อนักลงทุนสถาบันที่รอคอยความชัดเจนด้านกฎหมาย มันเหมือนกับการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มลาดตระเวนในย่านการเงินใหม่ – อาจรู้สึกอึดอัดสำหรับบางคน แต่ก็ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์โดยรวม (หรือในที่นี้คือความน่าเชื่อถือของตลาด) มีเสถียรภาพขึ้นในระยะยาว

ปิดท้ายด้วยมุมมอง: การกวาดล้างครั้งนี้อาจทำให้ปริมาณการซื้อขายในบางช่องทางลดลงชั่วคราว แต่สำหรับตลาดที่อยากโตเป็นผู้ใหญ่ การกำจัด 'เพื่อนบ้านไม่ดี' ออกไปเป็นเรื่องจำเป็น ไม่ต่างจากการที่ตลาดหุ้นต้องผ่านมาตรฐาน GMM ก่อนจะดึงดูดกองทุนใหญ่ได้ นี่คือราคาความน่าเชื่อถือที่ตลาดคริปโตต้องจ่าย

สกัดกั้นเส้นทางเดินของทุนเทา

เนื่องจากผู้ประกอบธุรกิจตัวกลาง ทั้งผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ (บล.) และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ และเป็นตัวกลางที่ให้บริการลงทุนในผลิตภัณฑ์การลงทุนต่าง ๆ ก.ล.ต. จึงให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลตัวกลางดังกล่าวเพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้ลงทุน และป้องกันไม่ให้ธุรกิจหลักทรัพย์และ
ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลถูกใช้เป็นช่องทางการกระทำผิด 

จึงมีกฎเกณฑ์ที่กำหนดให้ บล. และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องทำกระบวนการทำความรู้จักตัวตนของลูกค้า (KYC) และการตรวจสอบ เพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (CDD) และหากลูกค้าปฏิเสธการให้ข้อมูล มีข้อมูลไม่เพียงพอ ไม่เป็นปัจจุบัน จนไม่สามารถระบุตัวตนได้ ผู้ประกอบธุรกิจฯ ต้อง ปฏิเสธการให้บริการ” หรือในกรณีสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการจัดกลุ่มลูกค้าตามความเสี่ยง เพื่อจำกัดวงเงินในการถอนทรัพย์สินต่อวันอยู่แล้ว 

ในปี 2568 ได้มีการยกระดับการดำเนินการโดย ก.ล.ต. ร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (TDO) ได้จัดทำมาตรการ และออกมาตรฐานการป้องกันและจัดการบัญชีม้าของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Industry Standards ที่เทียบเคียงได้กับการจัดการบัญชีม้าของภาคธนาคาร เช่น หากพบเหตุอันควรสงสัยว่า ลูกค้าอาจเป็น “บัญชีม้า” ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องระงับการให้บริการ หรือดำเนินการตรวจสอบเชิงลึก (Enhanced Due Diligence: EDD) โดยทันที (ณ สิ้นเดือน พ.ย. 68 ได้ระงับบัญชีม้าไปแล้ว 45,476 บัญชี)  

รวมถึงออกหลักเกณฑ์กำหนดมาตรฐาน และมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ร่วมรับผิดชอบความเสียหาย (shared responsibility) หากละเลยไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดจนเป็นเหตุให้ลูกค้าได้รับความเสียหายตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกัน
และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568  รวมทั้งเพื่อเป็นการตัดวงจรเส้นทางเดินของทุนเทาที่อาศัยช่องทางของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศ จึงมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อปิดกั้น website/application ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต่างประเทศที่ชักชวน
ผู้ลงทุนไทยไปใช้บริการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น (ไม่ต้องยื่นคำขอต่อศาล) 

และแม้ว่าที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้มีการตรวจสอบ บล. และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีทั้งเข้าตรวจตามรอบระยะเวลาที่กำหนด แต่เมื่อปรากฏเหตุ และหรือเป็นข่าวสาธารณะ และพิจารณาแล้วเห็นว่า อาจมีประเด็นเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายหลักทรัพย์ หรือกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล ก.ล.ต.ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้ประสานกับบริษัทที่เกี่ยวข้อง ขอทราบข้อมูลและคำชี้แจง เพื่อนำไปสู่การดำเนินการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องต่อไป 

ขณะนี้ ก.ล.ต. จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ บล. และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และพร้อมบังคับใช้กฎหมายหากมีการฝ่าฝืนเกี่ยวกับมาตรฐานในการทำ KYC และ CDD ด้วย 

นอกจากนี้ จะมีการสื่อสารความคาดหวังร่วมกับ ปปง ต่อ บล. และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เกี่ยวกับการทำ KYC และ CDD โดยกรณีที่เป็นลูกค้าในกลุ่ม “ต้องจับตามองเป็นพิเศษ” หรือมีพฤติกรรมต้องสงสัย ต้องเพิ่มความเข้มข้นในการทําความรู้จักตัวตนของลูกค้า (enhanced KYC/CDD) ด้วยเพื่อให้แน่ใจว่า เป็น “ลูกค้าตัวจริง” รวมทั้งเน้นย้ำหน้าที่ของ บล. และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องการติดตามธุรกรรมและรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัย (Suspicious Transaction Report) ให้ ปปง. ตามกฎหมายฟอกเงิน 

ยกระดับยับยั้งทุนเทาในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

แม้ว่าปัจจุบัน ก.ล.ต. กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องจัดทำรายงานธุรกรรมของลูกค้าอย่างครอบคลุม ทั้งธุรกรรมการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Trading) ธุรกรรมการฝาก–ถอนเงินบาท ผ่านบัญชีธนาคาร หรือช่องทางการชำระเงิน และธุรกรรมการฝาก–ถอนสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล ( wallet) หรือการโอนระหว่างกระเป๋าเงินของลูกค้า โดยข้อมูลดังกล่าวต้องถูกบันทึกและตรวจสอบผ่านระบบ e-Reporting ที่พัฒนาโดย ก.ล.ต. ซึ่งทำหน้าที่เป็นโครงสร้างข้อมูลกลางที่มีมาตรฐานเดียวกัน 


ช่วยให้สามารถกำกับดูแล ติดตาม ตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูลผู้ทำธุรกรรมกับรายละเอียดการทำธุรกรรมได้ แต่ด้วยบริบทในปัจจุบัน ก.ล.ต. ยังมีแนวคิดที่จะปรับปรุงการรายงานข้อมูลของลูกค้าให้สอดคล้องกับ แนวทางการกำกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวง DE เช่น การมีข้อมูล location และ destination ของการทำธุรกรรม ซึ่งจะช่วยทำให้รู้ พื้นที่ต้องสงสัยที่มีธุรกรรมหรือเพื่อติดตามเส้นทางธุรกรรม เป็นต้น

ก.ล.ต. ยังได้มีการหารือกับ ปปง. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มาโดยตลอดเพื่อเร่งผลักดันและพร้อมสนับสนุน ปปง. ในการออกเกณฑ์ Travel Rule เพื่อกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถติดตามตรวจสอบเส้นทางเงินได้เช่นเดียวกับสถาบันการเงินประเภทอื่นในการทำธุรกรรมโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์  

ทั้งนี้ ก.ล.ต. เชื่อว่า เกณฑ์ Travel Rule ที่ออกตามกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จะเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดย ก.ล.ต.
พร้อมกำหนดหน้าที่ให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลปฏิบัติตามเกณฑ์ Travel Rule และต้องให้ความร่วมมือกับ ปปง. อย่างเต็มที่ เมื่อ ปปง. มีการติดตาม ยึดอายัด และนำสินทรัพย์มาคืนให้ผู้เสียหาย

นอกจากนี้ ก.ล.ต. และกระทรวง DE ได้มีการหารือร่วมกันและอยู่ระหว่างเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล (forensic tool) ของ ก.ล.ต. เองด้วย

สกัดทุนเทาครอบงำกิจการ

สำหรับบริษัทจดทะเบียน ปัจจุบันกฎหมาย และกฎเกณฑ์กำหนดให้ต้องเปิดเผยโครงสร้างการถือหุ้นอย่างชัดเจน และเปิดเผยรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ 10 รายแรก รวมทั้งเปิดเผย “กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีอิทธิพลในการกําหนดนโยบายและการจัดการ” ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนตรวจสอบได้ว่า ใครเป็น “เจ้าของตัวจริง” (Ultimate Beneficial Owner : UBO) 

นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นยังมีหน้าที่รายงานการถือหุ้น และการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (Tender Offer) ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่ง ก.ล.ต. มีการตรวจสอบการทำหน้าที่ของผู้ถือหุ้น กรรมการและผู้บริหารอย่างเข้มข้น และดำเนินการตามกฎหมายเมื่อพบการกระทำผิด

อย่างไรก็ดี เมื่อ ก.ล.ต. พบประเด็นที่ต้องตรวจสอบเชิงลึก กรณีที่อาจฝ่าฝืนหน้าที่รายงานการถือหุ้น และการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (Tender Offer) ซึ่งแม้ว่ากระบวนการบังคับใช้กฎหมายเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และต้องดำเนินการในทางลับเพื่อมิให้กระทบกับพยานหลักฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อข้อมูลที่จำเป็นอยู่ในหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ แต่ ก.ล.ต. ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการใช้กลไกที่มีอยู่เพื่อหารือและทำการขอข้อมูลเพื่อนำมาขยายผลการตรวจสอบรายงานการถือหุ้นและการครอบงำกิจการ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวนี้ ก.ล.ต. มีการเร่งหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด  

นอกจากนี้ ด้วยบริบทปัจจุบันที่มีการจัดโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ซับซ้อนขึ้นทั้งใน ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และบริษัทจดทะเบียน  ดังนั้น เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสกัดกั้นเงินเทาถูกครอบงำโดยกลุ่มทุนเทา ก.ล.ต. จะเสนอแก้ไขประกาศกระทรวงการคลัง โดยปรับนิยามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจฯ ให้ครอบคลุมถึง “บุคคลผู้มีอำนาจควบคุมเหนือผู้ประกอบธุรกิจหรือหุ้นของผู้ประกอบธุรกิจ” เพื่อให้รู้ว่า ใครเป็นเจ้าของตัวจริงได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าผู้ประกอบธุรกิจฯ รายนั้นจะมีโครงสร้างผู้ถือหุ้นซับซ้อนแค่ไหนก็ตาม 

จากปัจจุบันที่มีการกำหนดให้เปิดเผยผู้ถือหุ้นที่มีสัดส่วนการถือหุ้นเกิน 10% (ทั้งทางตรงและทางอ้อม) และในกรณีบริษัทจดทะเบียน แม้ ก.ล.ต. พิจารณา UBO ได้ตามกฎหมายหลักทรัพย์ในเรื่องการครอบงำกิจการอยู่แล้ว แต่ ก.ล.ต. พร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับ ปปง. ในการเสนอแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปราม
การฟอกเงินในส่วนของการรายงานข้อมูลผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงด้วย  

ความร่วมมือและการบูรณาการข้อมูลร่วมกัน  

ไม่เพียงแต่สกัดกั้นทุนเทาตลอดเส้นทาง และสาวไปถึง “ผู้อยู่เบื้องหลัง” และ ก.ล.ต. ยังมีมาตรการป้องกันภัยหลอกลงทุนในเชิงรุก เพื่อลดช่องทางการหลอกลงทุนประชาชน โดยการประสานงานกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มในการปิดกั้นการหลอกลงทุน (สามารถปิดกั้นได้ภายใน 7 นาที – 48 ชั่วโมง) และเตรียมขยายความร่วมมือ เช่น การพัฒนาความร่วมมือ เพื่อปิดกั้นบัญชีที่แอบอ้างหน่วยงาน หรือผู้ประกอบธุรกิจในการหลอกลงทุน โดยไม่ต้องรอการแจ้งจากผู้เสียหาย และการตรวจสอบเพื่อยืนยันตัวตนก่อนเผยแพร่บนแพลตฟอร์ม

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้ร่วมมือกับกระทรวง DE ปิดกั้นเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันสินทรัพย์ดิจิทัลต่างประเทศที่เข้าข่ายประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับอนุญาต เพื่อสกัดกั้นช่องทางการฟอกเงิน ซึ่งช่วยป้องกันปัญหาการฟอกเงินผ่าน P2P ได้ 

ในการจัดการกับ “ทุนเทา” ที่อาศัยตลาดหุ้น และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ก.ล.ต. ไม่สามารถทำได้โดยลำพัง ต้องอาศัย “ความร่วมมืออย่างใกล้ชิด” จากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวง DE ปปง. และ ธปท. รวมทั้งคณะทำงาน Connect the Dots ในการบูรณาการข้อมูล เชื่อมโยงภาพรวมธุรกรรมการเงินและสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินในเชิงลึก ทั้งเงินสด หุ้น สินทรัพย์ดิจิทัล และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมทั้งจะมีการขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นเงินเทาต่อไปด้วย

นอกจากการประสานความร่วมมือในประเทศแล้ว ก.ล.ต. ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานกํากับดูแลตลาดทุนต่างประเทศ ในการขยายผลการตรวจสอบรายงานการถือหุ้น และการครอบงํากิจการ

แม้ว่าปัญหาทุนเทาจะไม่สามารถจัดการได้ภายในข้ามคืน และบางเรื่องอาจดูเหมือนไม่มีความคืบหน้า ล่าช้า ไม่ทันใจ เป็นเพราะหลายเรื่องที่ “กำลังทำอยู่” ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ จนกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการ แต่ยืนยันได้ว่า ก.ล.ต. รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอาจริงกับปัญหาทุนเทาและกัดไม่ปล่อยแน่นอน

ท้ายที่สุดนี้ ก.ล.ต. อยากให้ความมั่นใจว่า ปัญหาทุนเทาที่เกิดขึ้น ถึงแม้บั่นทอนความเชื่อมั่นในบางจุด แต่การเห็นปัญหา และมีความร่วมมือแก้ไขภายใต้การมีธรรมภิบาลของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลาดทุนไทยจึงไม่ได้เทาแบบที่กังวล และข้อเท็จจริงคือตลาดทุนไทยยังคงเป็นกลไกสำคัญของการระดมทุน และการออมที่สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดย ก.ล.ต. ยังคงเดินหน้าเต็มกำลังในการดูแลตลาดทุน เพื่อให้คุณมั่นใจ

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน

Sorumluluk Reddi: Bu platformda yeniden yayınlanan tüm makaleler, kamu ağlarından kaynaklanmaktadır ve yalnızca sektör bilgilerini yayma amacı taşımaktadır. BTCC'nin herhangi bir resmi tutumunu temsil etmez. Tüm fikri mülkiyet hakları asıl yazarlarına aittir. Herhangi bir içeriğin haklarınızı ihlal ettiğine veya telif hakkı ihlali şüphesi olduğuna inanıyorsanız, lütfen [email protected] adresi üzerinden bizimle iletişime geçin. Konuyu derhal ve ilgili yasalara uygun olarak ele alacağız.