ทรัมป์ยอมถอย! ประกาศลดภาษีอาหารนำเข้า ลดแรงกดดันค่าครองชีพ หลังผลเลือกตั้งไม่เป็นใจ

ทรัมป์ตัดสินใจลดภาษีนำเข้าอาหาร - การเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนจะยอมรับความพ่ายแพ้หลังผลเลือกตั้ง
มาตรการนี้หวังลดค่าครองชีพ แต่หลายคนมองว่าเป็นแค่การซื้อเวลาก่อนวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่
นักวิเคราะห์ตั้งคำถาม: นี่คือนโยบายเพื่อประชาชน หรือแค่การเล่นเกมการเมือง?
ตลาดอาหารคาดว่าจะได้ประโยชน์ทันที - ในขณะที่ผู้บริโภคอาจต้องจ่ายค่าภาษีที่หายไปผ่านช่องทางอื่น
ท่าทีที่ขัดแย้ง สวนทางคำพูดตัวเอง
การลดภาษีครั้งนี้ดูจะขัดแย้งกับท่าทีของทรัมป์เอง ที่เพิ่งโพสต์บน Truth Social ในช่วงเช้าวันศุกร์ว่า “ต้นทุนภายใต้รัฐบาลทรัมป์กำลังดิ่งลง” และเพิ่งให้สัมภาษณ์กับ “60 Minutes” ในเดือนนี้ว่า “เราไม่มีเงินเฟ้อ เราไม่มีเงินเฟ้อ ไบเดนต่างหากที่มีเงินเฟ้อ และเขาไม่ได้ใช้ภาษี”
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวได้ออกเอกสารชี้แจง ว่าการปรับเปลี่ยนภาษีครั้งนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากความคืบหน้าที่สำคัญในการเจรจาการค้า และเป็นความจำเป็นและเหมาะสม
ผลพวงจากการเจรจาการค้า
คำสั่งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการประกาศ ข้อตกลงการค้ากับสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) ที่จะลดภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จาก 39% เหลือ 15% และกรอบข้อตกลงการค้าใหม่ กับอาร์เจนตินา เอกวาดอร์ กัวเตมาลา และเอลซัลวาดอร์ ที่จะยกเลิกภาษีอาหารบางรายการเมื่อมีผลบังคับใช้
เดโมแครตชี้ รัฐบาล “จุดไฟเอง”
ริชาร์ด นีล (Richard Neal) สมาชิกพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการสภาฯ กล่าวว่า รัฐบาลทรัมป์ “กำลังดับไฟที่ตัวเองจุดขึ้นมา แล้วอ้างว่าเป็นความก้าวหน้า”
“ในที่สุดรัฐบาลทรัมป์ก็ยอมรับในสิ่งที่เรารู้มาตลอด” นีลกล่าวในแถลงการณ์ “สงครามการค้าของทรัมป์กำลังเพิ่มต้นทุนให้ประชาชน”
เขายังชี้ว่า “ตั้งแต่ใช้ภาษีเหล่านี้ เงินเฟ้อก็เพิ่มขึ้น และภาคการผลิตก็หดตัวลงทุกเดือน”
ที่มา: theguardian