บิทคอยน์ทำลายกำแพงยุโรป: สาธารณรัฐเช็กและลักเซมเบิร์กประกาศถือครอง BTC

ประเทศในยุโรปกำลังเร่งนำบิทคอยน์ (BTC) มาใช้เป็นสินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ นำร่องในการถือครองบิทคอยน์เป็นทุนสำรอง ประเทศในยุโรปก็กำลังเดินตามรอยเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค
ลักเซมเบิร์กและสาธารณรัฐเช็กเลือกรับบิทคอยน์ท่ามกลางความท้าทาย
กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติลักเซมเบิร์กจัดสรร 1% ให้กับ BTC
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ในงานประชุม Bitcoin Amsterdam 2025 ที่เนเธอร์แลนด์ Gilles Roth รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของลักเซมเบิร์กประกาศว่าประเทศได้นำบิทคอยน์มาใช้เป็นทุนสำรอง โดยกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติได้จัดสรร 1% ของสินทรัพย์ หรือประมาณ 7 ล้านยูโร ให้กับบิทคอยน์
Roth ระบุว่าลักเซมเบิร์กต้องการเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่นำบิทคอยน์มาใช้ ขณะที่ประเทศอื่นๆ ก็กำลังพิจารณานโยบายคล้ายกัน
สาธารณรัฐเช็กเดินหน้าผิดคำแนะนำของสหภาพยุโรปเรื่อง BTC
ธนาคารกลางสาธารณรัฐเช็ก (CNB) ประกาศสร้างพอร์ตโฟลิโอทดลองสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเน้นไปที่บิทคอยน์เป็นหลัก Aleš Michl ผู้ว่าการ CNB เปิดเผยว่าแผนการนี้เริ่มเตรียมการมาตั้งแต่ต้นปี 2025
"ในพอร์ตโฟลิโอทดลองนี้ CNB จะทดสอบกระบวนการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ การถือครอง และการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล ตั้งแต่การบริหารจัดการคีย์ การอนุมัติหลายชั้น การรับมือสถานการณ์วิกฤต ไปจนถึงการตรวจสอบความสอดคล้องกับกฎหมาย AML" CNB ระบุ
ผลกระทบต่อตลาด
การรับบิทคอยน์ของประเทศในยุโรปเป็นสัญญาณความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ สกุลดิจิทัลนี้ได้รับประโยชน์จากการรับเข้าสู่กระแสหลักผ่านกองทุน ETF, กองทุน DATs, ครอบครัวนักลงทุน และนักเทรายรายย่อย

ที่มา: CryptoQuant
จากการรับบิทคอยน์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้อุปทานในตลาดลดลงอย่างมาก ข้อมูลจาก CryptoQuant ชี้ให้เห็นว่าปริมาณบิทคอยน์ในศูนย์ซื้อขายลดลงสู่ระดับต่ำสุดในหลายปี
ด้วยอุปทานสูงสุดที่จำกัดเพียง 21 ล้าน BTC และส่วนใหญ่ถูกถือครองโดยนักลงทุนระยะยาว การนำบิทคอยน์มาใช้โดยประเทศต่างๆ จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่ออุปสงค์
แปลโดย S4t0sh1