ตำรวจไทยร่วมมือ FBI ล่าแฮกเกอร์ยุโรปซ่อนตัวในภูเก็ต ยึดคริปโตมูลค่า 14 ล้านบาทคืนเหยื่อ
- ปฏิบัติการร่วมไทย-สหรัฐฯ จับกุมแฮกเกอร์ระดับนานาชาติ
- ยึดคริปโตมูลค่า 14 ล้านบาทคืนเหยื่อ
- เส้นทางการเงินที่ซับซ้อน
- คำแนะนำสำหรับนักลงทุนคริปโต
การปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติครั้งสำคัญ! ตำรวจไทยร่วมมือกับ FBI สหรัฐฯ จับกุมแฮกเกอร์ชาวยุโรปที่หลบซ่อนตัวในภูเก็ต พร้อมยึดคริปโตเคอร์เรนซีมูลค่าค่ากว่า 14 ล้านบาท (ประมาณ 432,000 ดอลลาร์สหรัฐ) คืนให้เหยื่อ โดยปฏิบัติการภายใต้รหัส "Operation 293"
ปฏิบัติการร่วมไทย-สหรัฐฯ จับกุมแฮกเกอร์ระดับนานาชาติ
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2025 ตำรวจไทยร่วมกับ Federal Bureau of Investigation (FBI) ของสหรัฐอเมริกา สามารถจับกุมกลุ่มแฮกเกอร์ชาวยุโรปที่หลบซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดภูเก็ต โดยผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจรกรรมคริปโตเคอร์เรนซีผ่านวิธีการโฟลมิ่ง (Phishing) และมัลแวร์
จากการตรวจค้นพบว่า ผู้ต้องหาใช้เทคนิคการโจรกรรมที่ซับซ้อน โดยขโมย Authentication Keys และ Seed Phrases ของเหยื่อ ก่อนจะโอนย้ายเงินดิจิทัลไปยัง Wallet ของตนเอง ซึ่งประกอบด้วย USDT และ Bitcoin เป็นหลัก
ยึดคริปโตมูลค่า 14 ล้านบาทคืนเหยื่อ
เจ้าเจ้าหน้าที่สามารถยึดคริปโตเคอร์เรนซีคืนได้รวมมูลค่าค่ากว่า 14 ล้านบาท (432,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินดิจิทัล Tether (USDT) โดยพบว่ามีการโอนเงินดิจิทัลจำนวน 100,000 USDT (ประมาณ 3.2 ล้านบาท) ในช่วงเวลาเพียง 6 ชั่วโมง
พล.ต.ต.สมชาย ใจดี ผู้บังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า "นี่เป็นการดำเนินการที่ซับซ้อนและต้องใช้ความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เราพบว่าแฮกเกอร์กลุ่มนี้มีเครือข่ายระดับนานาชาติ และใช้เทคนิคที่ซับซ้อนในการปกปิดตัวตน"
เส้นทางการเงินที่ซับซ้อน
จากการตรวจสอบพบว่า แฮกเกอร์ใช้วิธีการซับซ้อนในการล้างเงิน โดยใช้ Smart Contracts บนบล็อกเชนเพื่อปิดบังเส้นทางการเงิน ก่อนจะแปลงเป็นสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ และพยายามถอนออกผ่านบิทคับ (Bitkub) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีในประเทศไทย
ด้านผู้เชี่ยวชาญจาก BTCC เปิดเผยว่า "การติดตามคริปโตเคอร์เรนซีที่ถูกโจรกรรมเป็นกระบวนการที่ท้าทาย เนื่องจากธรรมชาติของบล็อกเชนที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูง แต่ด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศและเทคนิคใหม่ๆ ทำให้สามารถติดตามได้"
คำแนะนำสำหรับนักลงทุนคริปโต
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำมาตรการป้องกัน 10 ประการสำหรับผู้ใช้งานคริปโตเคอร์เรนซี:
- ไม่เปิดเผย Seed Phrases ให้ใครทราบ
- ใช้ Wallet ประเภท Hardware สำหรับเก็บเงินจำนวนมาก
- เปิดใช้งาน Two-Factor Authentication (2FA)
- ตรวจสอบ URL เว็บไซต์ก่อนเข้าเข้าสู่ระบบทุกครั้ง
- ไม่คลิกลิงก์จากอีเมลหรือข้อความที่ไม่รู้จัก
- ใช้รหัสผ่านที่แข็งแกร่งและไม่ซ้ำกัน
- อัปเดตซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันเป็นประจำ
- เก็บคริปโตไว้ในหลาย Wallet เพื่อกระจายความเสี่ยง
- ตรวจสอบประวัติการทำธุรกรรมเป็นประจำ
- ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ
ทั้งนี้ เหยื่อที่สูญเสียคริปโตเคอร์เรนซีสามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือได้ โดยเจ้าเจ้าหน้าที่จะพยายามติดตามและคืนเงินให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้