Bitfinex เผย! นักลงทุนรายย่อยซื้อ Bitcoin มากกว่ากว่าที่ผลิตได้หลัง Halving 2024 สัญญาณตลาดขาขึ้นแรง!
- เกิดอะไรขึ้นในตลาด Bitcoin หลัง Halving 2024?
- ใครคือผู้เล่นหลักในเทรนด์สะสม Bitcoin ครั้งนี้?
- ดัชนี Fear & Greed บอกอะไรเกี่ยวกับตลาดปัจจุบัน?
- อุปทานที่จำกัดจะส่งผลต่อราคา Bitcoin อย่างไร?
- บทสรุป: เทรนด์ขาขึ้นของ Bitcoin ยังไม่จบง่ายๆ
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสถานการณ์ Bitcoin ปัจจุบัน
ตลาด Bitcoin กำลังเกิดปรากฏการณ์ "Supply Crunch" จริงๆ เมื่อนักลงทุนรายย่อยรวมตัวกันซื้อ BTC สูงกว่าปริมาณที่นักขุดผลิตได้ถึง 5,900 เหรียญต่อเดือน! ข้อมูลจาก Bitfinex และ Glassnode ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งของกลุ่ม "กุ้ง-ปู-ปลา" (Shrimp, Crabs, Fish) ที่สะสม Bitcoin แบบไม่สนใจความผันผวนราราคา ขณะที่ดัชนี Fear & Greed ก็ยังคงอยู่ในโซน "โลภมาก" ต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 ทั้งหมดนี้คือเชื้อเพลิงชั้นดีที่อาจผลักดันราราคา BTC สู่จุดสูงสุดใหม่ในปี 2025
เกิดอะไรขึ้นในตลาด Bitcoin หลัง Halving 2024?
รายงานล่าสุดจาก Bitfinex เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2025 เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า หลังเหตุการณ์ Halving ในเดือนเมษายน 2024 ที่ลดการผลิต Bitcoin ใหม่ลงครึ่งหนึ่ง ปัจจุบันนักลงทุนรายย่อยกำลังซื้อ BTC ในอัตรา 19,300 เหรียญต่อเดือน สูงกว่าปริมาณที่นักขุดผลิตได้ซึ่งอยู่ที่เพียง 13,400 เหรียญต่อเดือนเท่านั้น
Michael Wong นักวิเคราะห์อาอาวุโสของ BTCC ให้ความเห็นว่า "นี่คือสัญญาณตลาดขาขืนที่ชัดเจนที่สุดนับตั้งแต่ Halving ครั้งที่แล้ว เมื่ออุปสงค์แซงหน้าอุปทานแบบนี้ ตามหลักเศรษฐศาสตร์ก็ย่อมส่งผลให้ราราคามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น"
ใครคือผู้เล่นหลักในเทรนด์สะสม Bitcoin ครั้งนี้?
ข้อมูลจาก Glassnode แบ่งกลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่กำลังขับเคลื่อนตลาดออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ด้วยกัน:
| กลุ่มนักลงทุน | ปริมาณถือครอง | อัตราการสะสม (ต่อเดือน) |
|---|---|---|
| Shrimp (กุ้ง) | น้อยกว่า 1 BTC | ~8,200 BTC |
| Crabs (ปู) | 1-10 BTC | ~6,500 BTC |
| Fish (ปลา) | 10-100 BTC | ~4,600 BTC |
ที่น่าสนใจคือพฤติกรรม "price-defying buyers" ของกลุ่มนี้ ที่ซื้ออย่างต่อเนื่องไม่ว่าว่าตลาดจะขึ้นหรือลง เหมือนกับกรณีเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ราราคาปรับตัวลงเล็กน้อยแต่ปริมาณซื้อกลับเพิ่มขึ้น 2.3%
ดัชนี Fear & Greed บอกอะไรเกี่ยวกับตลาดปัจจุบัน?
ขณะที่เขียนบทความนี้ ดัชนี Fear & Greed จาก Alternative.me อยู่ที่ 73 คะแนน ในโซน "Greed" เป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน สะท้อนถึงความมั่นใจของนักลงทุนที่ยังแข็งแกร่ง แม้จะมีเสียงเตือนจากบางสำนักว่าว่าตลาดอาจร้อนเกินไป
Lisa Edwards นักกลยุทธ์ตลาดกล่าวกับ TradingView ว่า "การที่ดัชนีอยู่ในโซนนี้ต่อเนื่องยาวนานผิดปกติ แสดงให้เห็นถึงกระแสเงินสดที่ยังคงไหลเข้าเข้าสู่ตลาด Crypto โดยเฉพาะจากนักลงทุนรุ่นใหม่ที่เชื่อในแนวคิด HODL"
อุปทานที่จำกัดจะส่งผลต่อราคา Bitcoin อย่างไร?
หลัง Halving 2024 อัตราเงินเเฟ้อของ Bitcoin ลดลงเหลือเพียงประมาณ 0.85% ต่อปีเท่านั้น เมื่อผนวกกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้ สร้างสภาวะที่เรียกว่า "Supply Squeeze" อย่างแท้จริง
จากข้อมูลของ CoinGlass พบว่าในไตรมามาสที่ 2 ของปี 2025 ปริมาณ Bitcoin ที่ถูกถอนออกจากแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นถึง 37% เมื่อเทียบกับไตรมามาสก่อนหน้า ส่งสัญญาณว่าผู้ถือครองต้องการสะสมในระยะยาวมากกว่ากว่าการเทรดระยะสั้น
บทสรุป: เทรนด์ขาขึ้นของ Bitcoin ยังไม่จบง่ายๆ
ปัจจัยพื้นฐานทั้งหมดในขณะนี้ล้วนสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นของ Bitcoin ทั้งอุปทานที่จำกัดหลัง Halving ความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนรายย่อย และความเชื่อมั่นในตลาดที่ยังแข็งแกร่ง แม้ว่าความผันผวนจะยังคงเป็นเรื่องปกติในตลาด Crypto ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและพิจารณาระดับความเสี่ยงที่สามารถรับได้ก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสถานการณ์ Bitcoin ปัจจุบัน
เหตุการณ์ Halving ส่งผลต่อตลาด Bitcoin อย่างไร?
Halving เป็นกลไกที่กำหนดไว้ในโปรโตคอล Bitcoin ที่จะลดรางวัลการขุดลงครึ่งหนึ่งทุกๆ 4 ปี (หรือทุก 210,000 บล็อก) เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นในเมษายน 2024 ซึ่งลดการผลิต Bitcoin ใหม่จาก 6.25 BTC ต่อบล็อกเหลือเพียง 3.125 BTC ต่อบล็อก ส่งผลให้อุปทานใหม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
กลุ่มนักลงทุนรายย่อยสำคัญต่อตลาด Bitcoin มากน้อยแค่ไหน?
จากข้อมูลของ Bitfinex ปัจจุบันนักลงทุนรายย่อยรวมกันถือครอง Bitcoin มากกว่า 45% ของปริมาณหมุนเวียนทั้งหมด และมีสัดส่วนการซื้อมากกว่ากว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณซื้อขายรายวันในหลายแลกเปลี่ยน รวมถึง BTCC ที่เราเห็นปริมาณการซื้อจากบัญชีขนาดเล็กเพิ่มขึ้น 28% ในไตรมาสนี้
ดัชนี Fear & Greed คืออะไรและตีความอย่างไร?
ดัชนี Fear & Greed เป็นเครื่องมือวัดอารมณ์ตลาดจาก 0-100 คะแนน โดยแบ่งเป็น 5 โซนหลัก: ตื่นตระหนกมาก (0-25), ตื่นตระหนก (26-46), เป็นกลาง (47-53), โลภ (54-74) และ โลภมาก (75-100) ค่าปัจจุบันที่ 73 แสดงว่าว่าตลาดอยู่ในภาวะ "โลภ" ซึ่งอาจหมายถึงความเชื่อมั่นที่สูงแต่ก็อาจมีโอกาสปรับตัวลงในระยะสั้นได้