Peter Schiff โจมตี Bitcoin อีกครั้ง! เ เตือนดอลลาร์สหรัฐใกล้สิ้นชีพ ทองคำพุ่งทะยาน พร้อมตั้งคำถามใหญ่เรื่อง "ความขาดแคลน 21 ล้าน BTC"
- Schiff วิเคราะห์: การลดดอกเบี้ยคือการตอกตะปูคนสุดท้ายให้โลงศพดอลลาร์?
- คำถามที่ทำให้วงการคริปโตสั่นสะเทือน: "21 ล้าน BTC จริงๆ แล้วขาดแคลนหรือไม่?"
- บทวิเคราะห์จาก BTCC: ความขัดแย้งระหว่างสองโลกการลงทุน
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประเด็นนี้
นักลงทุนสายอนุรักษ์นิยมและนักวิจารณ์ Bitcoin ตัวยงอย่าง Peter Schiff กลับมามาสร้างความสั่นสะเทือนอีกครั้งในวงการการเงิน หลังออกมาเตือนถึงความเสี่ยงของการลดดอกเบี้ยโดย Fed ที่อาจส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าค่าอย่างรุนแรง พร้อมกับตั้งคำถามเชิงเสียดสีต่อแนวคิด "ความขาดแคลน" ของ Bitcoin ที่จำกัดอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญ โดยชี้ว่าว่าความจริงแล้วมันเป็นเพียงมายาคติทางจิตวิทยาเท่านั้น
Schiff วิเคราะห์: การลดดอกเบี้ยคือการตอกตะปูคนสุดท้ายให้โลงศพดอลลาร์?
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2025 Peter Schiff ได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวเกี่ยวกับข่าวลือที่ว่า Jerome Powell ประธาน Fed อาจจะลาออกจากตำแหน่งในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ซึ่งหากเป็นจริง Donald Trump อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะมีโอกาสแต่งตั้งประธาน Fed คนใหม่ที่พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างรุนแรงจากระดับปัจจุบันที่ 4.25%-4.5% เหลือเพียง 1.25%-1.5% เท่านั้น
Schiff ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมามาว่า "นี่จะเป็นจุดจบของดอลลาร์สหรัฐอย่างแท้จริง" เพราะนโยบายดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้จะส่งผลให้:
- ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง
- อัตราดอกเบี้ยระยะยาวปรับตัวสูงขึ้น
- ราคาสินค้า้าอุปโภคบริโภคพุ่งสูง
- ราคาทองคำทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว
"เงินง่ายในวันนี้ คือ เงินเเฟ้อรุนแรงในวันหน้า" Schiff กล่าวปิดท้ายอย่างหนักแน่น พร้อมกับแชร์กราฟราคาทองคำล่าสุดจาก TradingView ที่แสดงแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน
คำถามที่ทำให้วงการคริปโตสั่นสะเทือน: "21 ล้าน BTC จริงๆ แล้วขาดแคลนหรือไม่?"
นอกจากประเด็นด้านนโยบายการเงินแล้ว Schiff ยังไม่ลืมที่จะโจมตี Bitcoin อีกครั้ง โดยครั้งนี้เขาตั้งคำถามเชิงวิพากษ์ต่อแนวคิดพื้นฐานที่สุดของ Bitcoin นั่นคือ "ความขาดแคลนที่จำกัดอยู่เพียง 21 ล้านเหรียญ"
Schiff เสนอสมมติฐานที่น่าสนใจว่า: "ถ้าเราเปลี่ยนให้ Bitcoin มีอุปทาน 21,000 ล้านเหรียญแทนที่จะเป็น 21 ล้านเหรียญ โดยกำหนดให้ 1 BTC = 100,000 satoshi แทนที่จะเป็น 100 ล้าน satoshi อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ล่ะ? มันจะยังคงรู้สึกว่าว่าขาดแคลนเหมือนเดิมหรือไม่?"
นักลงทุนผู้คลั่งไคล้ทองคำรายนี้ให้ความเห็นว่า "อุปทานของ Bitcoin ไม่มีความหมายใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเราสามารถแบ่งหน่วยย่อยได้ตลอดเวลา สิ่งที่สำคัญจริงๆ คืออุปทานรวมของ satoshi ต่างหาก"
ข้อความนี้ของ Schiff ทำให้ชุมชนคริปโตต้องกลับมามาถกเเถียงกันอีกครั้งว่า ความขาดแคลนของ Bitcoin เป็นคุณสมบัติทางเทคนิคที่แท้จริง หรือเป็นเพียงกรอบความคิดทางจิตวิทยาที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้คนยอมรับและถือครอง
บทวิเคราะห์จาก BTCC: ความขัดแย้งระหว่างสองโลกการลงทุน
นักวิเคราะห์จาก BTCC ให้ความเห็นว่า การโต้แย้งของ Schiff สะท้อนถึงความขัดแย้งพื้นฐานระหว่างสองแนวทางการลงทุน:
| โลกการลงทุนแบบดั้งเดิม | โลกการลงทุนแบบคริปโต |
|---|---|
| เชื่อในมูลค่าที่จับต้องได้ (ทองคำ) | เชื่อในความขาดแคลนดิจิทัล (Bitcoin) |
| มองค่าเงินตามนโยบายการเงิน | มองค่าเงินนอกระบบการเงินเดิม |
| ให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ยาวนาน | ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีใหม่ |
"ในระยะสั้น เราอาจเห็นความผันผวนจากความเห็นที่แตกต่างนี้ แต่ในระยะยาว มูลค่าค่าจริงจะถูกกำหนดโดยการยอมรับของตลาด" นักวิเคราะห์ BTCC กล่าวเสริม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประเด็นนี้
ทำไม Peter Schiff ถึงต่อต้าน Bitcoin ตลอดมา?
Peter Schiff เป็นนักลงทุนที่เชื่อมั่นในทองคำมาโดยตลอด เขามองว่า Bitcoin เป็นเพียงฟองสบู่ทางดิจิทัลที่ขาดพื้นฐานมูลค่าที่แท้จริง ในขณะที่ทองคำมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปีในการเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน
การลดดอกเบี้ยของ Fed จะส่งผลต่อตลาดคริปโตอย่างไร?
ตามข้อมูลจาก CoinGlass การลดดอกเบี้ยมักส่งผลให้เงินไหลเข้าเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตเคอร์เรนซี อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่แท้จริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยรวมถึงสภาวะตลาดในขณะนั้น
ความเห็นของ Schiff เกี่ยวกับอุปทาน Bitcoin ถูกต้องหรือไม่?
ข้อโต้แย้งของ Schiff มีทั้งส่วนที่ถูกและไม่ถูก ถูกในแง่ที่ว่า Bitcoin สามารถแบ่งหน่วยย่อยได้ แต่ไม่ถูกในแง่ที่เขาไม่คำนึงถึงกลไกการควบคุมอุปทานที่โปรโตคอล Bitcoin กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดซึ่งแตกต่างจากการพิมพ์เงินของธนาคารกลาง