BTCC / BTCC Square / siamblockchainTH /
ส่อง 10 เหรียญมีมตัวตึงที่สร้างตำนานในวงการคริปโต จนทำให้นักเทรดต้องอึ้งประจำปี 2025

ส่อง 10 เหรียญมีมตัวตึงที่สร้างตำนานในวงการคริปโต จนทำให้นักเทรดต้องอึ้งประจำปี 2025

Published:
2025-12-26 01:17:16
17
3

ตลาดคริปโตปี 2025 พิสูจน์แล้วว่าแรงขับเคลื่อนที่แท้จริงบางครั้งมาจากชุมชน ไม่ใช่ whitepaper—และนักลงทุนแบบดั้งเดิมก็ยังคงงุนงงกับเรื่องนี้

จากความวุ่นวายสู่ตำนาน: 10 โปรเจกต์ที่พลิกโฉมเกม

การเติบโตแบบทวีคูณของเหรียญมีมเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความโชคดี มันคือการทดลองทางสังคมและเศรษฐกิจที่รวดเร็ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการยอมรับจากกลุ่มชน (community adoption) และวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตสามารถสร้างมูลค่าที่จับต้องได้อย่างไร—มักจะเร็วกว่าที่ทีมพัฒนาจะอัพเดท roadmap เสียอีก

พลังของมีม vs. พื้นฐานทางการเงิน

ในขณะที่นักวิเคราะห์ดั้งเดิมคร่ำครวญถึง 'มูลค่าที่แท้จริง' เหรียญเหล่านี้ได้เขียนบทเรียนใหม่: ในยุคดิจิทัล การเล่าเรื่อง (narrative) ที่ทรงพลังและชุมชนที่คลั่งไคล้สามารถเป็นสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งที่สุดได้ บางเหรียญทะยานสู่จุดสูงสุดใหม่ (ATH) หลายครั้ง โดยที่กราฟราคาเคลื่อนไหวสอดคล้องกับเทรนด์โซเชียลมีเดียมากกว่าตัวชี้วัดทางเทคนิค

คำเตือนสุดท้ายสำหรับผู้ที่กล้าลงทุน

ความสำเร็จที่วูบวาบเหล่านี้มาพร้อมกับความผันผวนที่รุนแรง การเดินทางสู่จุดสูงสุดมักเต็มไปด้วยการขึ้นลงราคาที่น่าตกใจ ซึ่งทดสอบจิตใจของนักเทรดอย่างสุดขีด มันเป็นเกมของความกล้า ไหวพริบ และการจับจังหวะ—ซึ่งธนาคารกลางหรือกองทุนป้องกันความเสี่ยง (Hedge Fund) แบบเก่าไม่มีในตำราเรียน

ปี 2025 เป็นการย้ำเตือนว่าในโลกคริปโต บางครั้งการลงทุนที่ดีที่สุดของคุณอาจเริ่มต้นจากมีมตลกบนอินเทอร์เน็ต และจบลงด้วยพอร์ตที่ทำให้นักวิเคราะห์ 'มืออาชีพ' ต้องเงียบเสียงไปเลย

TRUMP และ MELANIA –  จุดเริ่มต้นกระแสเหรียญมีมการเมือง

ที่มาภาพ : cryptoflies

เปิดปี 2025 ด้วยความฮือฮาจากการรุกเข้าสู่โลกคริปโตอย่างเต็มตัว ของครอบครัวทรัมป์ ที่เริ่มด้วยการเปิดตัวเหรียญ TRUMP บนเครือข่าย Solana เมื่อวันที่ 17 มกราคม เพียง 3 วัน ก่อนพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยมีการผลิตเหรียญ TRUMP ออกมาถึง 1 พันล้านเหรียญ และมีข้อมูลระบุว่า บริษัทในเครือของทรัมป์ถือครองเหรียญ TRUMP ไว้เองสูงถึง 800 ล้านเหรียญ 

จากนั้นตามมาติด ๆ ด้วยการเปิดตัวเหรียญ MELANIA ของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ มูลค่าตลาดพุ่งแตะ 2,000 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง 

การมาของทั้งสองเหรียญนี้ ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของกระแส “PolitiFi” หรือเหรียญมีมการเมือง ที่เน้นขายแบรนด์ และความเป็นบุคคลสำคัญ โดยไม่มีการใช้งานจริง (Utility) ใด ๆ รองรับ 

ท้ายที่สุดเมื่อกระแสความเห่อจางลง ทั้งเหรียญมีม TRUMP และ MELANIA ต่างก็เผชิญกับแรงเทขายอย่างหนัก จนราคาช่วงสิ้นปีร่วงลงไปมากกว่า 99% จากจุดสูงสุด ทิ้งไว้เพียงบทเรียนเรื่องความผันผวนสุดขีดของเหรียญที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสเพียงอย่างเดียว

LIBRA – เหรียญมีมที่กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวของประเทศ

ที่มาภาพ : cryptonews

เหตุการณ์เหรียญ LIBRA กลายเป็นหนึ่งในเรื่องอื้อฉาวที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี 2025 หรือที่เรียกกันว่า “Cryptogate” เมื่อประธานาธิบดี Javier Milei แห่งอาร์เจนตินา ใช้บัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัวทวีตเชิญชวนให้ประชาชนเข้าซื้อเหรียญนี้ในวันวาเลนไทน์ ส่งผลให้ราคาเหรียญ LIBRA ทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่งจากแทบไม่มีมูลค่า จนไปแตะที่ $5.20 ดอลลาร์ได้ ภายในเวลาเพียง 40 นาที ทำให้มูลค่าตลาดพุ่งสูงถึง 4,600 ล้านดอลลาร์ 

แต่ความสุขของประชาชนก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ราคาเหรียญ LIBRA กลับร่วงดิ่งลงเหวถึง 85% เนื่องจากมีการตรวจพบว่า กลุ่มคนวงในได้เทขายเหรียญ LIBRA  ออกไปถึง 70% ของปริมาณทั้งหมด

เหตุการณ์นี้รุนแรงถึงขั้นนำไปสู่คดีอาญา และการเรียกร้องให้ถอดถอนผู้นำประเทศจากตำแหน่ง ซึ่งปัจจุบันมูลค่าของ LIBRA ได้ล่มสลายลง โดยราคาติดลบไปกว่า 98.5% จากจุดสูงสุด

FARTCOIN – เหรียญมีมที่เกิดจากมุกของ AI จนกลายเป็นเหรียญมูลค่าพันล้าน

ที่มาภาพ : flipster

แม้จะฟังดูเหลือเชื่อ แต่เหรียญ FARTCOIN กลายเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนความบ้าคลั่งของตลาดปี 2025 ได้ดีที่สุด โดยเหรียญนี้ไม่ได้เกิดจากนวัตกรรมล้ำสมัย แต่เกิดจากมุกตลกไร้สาระของ AI ที่ชื่อว่า Truth Terminal ที่มักจะปล่อยมุกเกี่ยวกับการ “ตด” ออกมาจนกลายเป็นกระแสไวรัล 

แม้ตัวเหรียญ FARTCOIN  จะไม่มีการใช้งานจริงใด ๆ นอกจากความขำขัน แต่กลับได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนมูลค่าพุ่งแตะระดับพันล้านดอลลาร์ และกลายเป็นตัวช่วยกู้สถานการณ์ความเชื่อมั่นของตลาดเหรียญมีมให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากวิกฤต LIBRA 

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายมันก็หนีไม่พ้นวัฏจักรของเหรียญมีม โดยปัจจุบันราคา FARTCOIN ได้ร่วงลงมาแล้วกว่า 89.6% จากจุดสูงสุด

PUMP – เหรียญมีมของแพลตฟอร์ม Pump.fun

ที่มาภาพ : cryptoninjas

เหรียญ PUMP ของแพลตฟอร์ม Pump.fun กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในแง่ของความย้อนแย้ง 

โดยแพลตฟอร์มนี้โด่งดังจากการเป็นพื้นที่เปิดกว้างให้ใครก็ได้เข้ามาสร้างเหรียญมีมได้อย่างอิสระ แต่เมื่อถึงคราวที่ตัวเองจะออกเหรียญ PUMP กลับเลือกใช้วิธีการระดมทุน ( ICO) แบบปิด ซึ่งจำกัดเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่ (Accredited Investor) เท่านั้น 

โดยสามารถระดมทุนไปได้เกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์ โดยนักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าเหรียญนี้คือ การวางเดิมพันกับความสำเร็จของ “คาสิโนเหรียญมีม” ทั้งระบบ แต่สุดท้ายความเชื่อมั่นก็พังทลายลง เมื่อราคาเหรียญ PUMP ร่วงดิ่งลงถึง 81% จากจุดสูงสุด ทิ้งให้นักลงทุนรายย่อยมองว่า เป็นเพียงเครื่องมือทำเงินให้เจ้าของแพลตฟอร์มมากกว่าจะเป็นเหรียญเพื่อชุมชนจริงๆ 

YZY – บทเรียนราคาแพงจากเหรียญมีมคนดังของ Kanye West

ที่มาภาพ : namecoinnews

เหรียญ YZY หรือ “Yeezy Money” ของแรปเปอร์ชื่อดัง Kanye West (Ye) กลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดของวงการเหรียญเซเลบในปี 2025 โดยเหรียญเปิดตัวเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พร้อมสโลแกนสุดหรูว่า “A NEW ECONOMY”  หรือเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ซึ่งเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังเปิดตัว มูลค่าตลาด (Market Cap) พุ่งทะยานไปแตะระดับ 3,000 ล้านดอลลาร์อย่างรวดเร็ว แต่ความมั่งคั่งนั้นกลับพังทลายลงในชั่วพริบตา 

เมื่อราคาดิ่งลงกว่า 60% ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงจากการตรวจสอบข้อมูลบนบล็อกเชนพบว่า มีกลุ่มกระเป๋าเงินของคนวงใน (Insiders) ทำการเทขายเหรียญใส่แฟนคลับที่กำลังแห่ซื้อตามกระแสอย่างไม่ปราณี 

โดยมีรายงานว่า กระเป๋าเงินเพียงไม่กี่ใบ ได้โกยกำไรไปรวมกว่า 24 ล้านดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนรายย่อยกว่า 50,000 ราย ต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนอย่างหนัก 

ปัจจุบันราคาเหรียญ YZY ร่วงลงจากจุดสูงสุดถึง 87.6% ตอกย้ำภาพลักษณ์ของเหรียญคนดัง ที่เน้นการปั่นกระแสมากกว่าการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ตามที่กล่าวอ้าง

DOGE เข้าสู่ยุคกองทุน ETF อย่างเป็นทางการ

ที่มาภาพ : tokenmetrics

ปี 2025 ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ของเหรียญมีม เมื่อ Dogecoin (DOGE) ได้ยกระดับตัวเอง เข้าสู่โลกการเงินกระแสหลักอย่างเป็นทางการ ด้วยการเปิดตัวกองทุน DOGE ETF เมื่อเดือนกันยายน 

ตามมาด้วยกองทุน GDOG ของยักษ์ใหญ่อย่าง Grayscale ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE Arca) เหตุการณ์นี้ทำให้ Dogecoin กลายเป็นเหรียญมีมตัวแรกของโลก ที่ได้รับการยอมรับในระดับกองทุนอย่างเต็มรูปแบบ 

ซึ่งในสายตาของนักลงทุนมองว่า เป็น “ความสำเร็จสูงสุด” ที่เหรียญมีมตลก ๆ สามารถไปได้ไกลขนาดนี้ 

Four – เหรียญมีมที่ร้อนแรงจากเครือข่าย BNB Chain

ที่มาภาพ : coinrank

เหรียญมีม Four จาก Four.meme ที่เปิดตัวในฐานะแพลตฟอร์มปล่อยเหรียญใหม่ (Launchpad) ที่ร้อนแรงที่สุดบนเครือข่าย BNB Chain ของ Binance ในปี 2025 โดยมีเหรียญชูมือ 4 นิ้วเป็นสัญลักษณ์หลักของระบบ ซึ่งในช่วงแรกได้รับแรงสนับสนุนอย่างมหาศาลจากการที่ Binance ออกตัวโปรโมตให้ด้วยตัวเอง จนนักลงทุนต่างคาดหวังว่า จะเป็นโปรเจกต์ดาวรุ่งตัวใหม่ของเครือข่าย แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นชะตากรรมเดียวกับเหรียญมีมตัวอื่นๆ 

เมื่อกระแสจางหายไปประกอบกับสภาพตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย ส่งผลให้ราคาเหรียญ Four.meme ร่วงดิ่งลงถึง 92.8% จากจุดสูงสุด ทิ้งไว้เพียงบทเรียนว่า แม้แต่โปรเจกต์ที่ได้รับการการันตีจากเว็บเทรดยักษ์ใหญ่ ก็สามารถล้มเหลวได้ในตลาดที่มีความผันผวนสูงเช่นนี้

MOTHER – เหรียญมีมของแรปเปอร์สาว ที่เคยล้มเหลวแต่กลับสร้างโปรไฟล์ให้เจ้าของ

ที่มาภาพ : x

เหรียญ MOTHER ของแรปเปอร์สาว Iggy Azalea กลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุดของปีนี้ครับ แม้ว่าราคาเหรียญจะล้มเหลวไม่เป็นท่า มาตั้งแต่ปี 2024 จนทำให้นักลงทุนพากันขาดทุนย่อยยับ และติดดอยกันเป็นแถว 

แต่เธอกลับสามารถเปลี่ยนความพังนั้นให้เป็นโอกาส โดยใช้กระแสความดังจากการทำเหรียญมีม มาสร้างภาพลักษณ์ใหม่ในฐานะผู้เชี่ยวชาญวงการคริปโต จนได้รับตำแหน่งเป็น Creative Director ของแพลตฟอร์ม “Thrust” ซึ่งเป็น Launchpad เปิดตัวเหรียญตัวใหม่  กลายเป็นว่า ในขณะที่คนซื้อเหรียญเจ๊งเหมือนเดิม แต่เจ้าของเหรียญกลับได้โปรไฟล์งานใหม่ที่มั่นคงขึ้นกว่าเดิมเสียอย่างนั้น

PIPPIN – เหรียญกลับมาเกิดใหม่ ที่ถูกควบคุมโดยคนไม่กี่คน

ที่มาภาพ : investx

เหรียญ PIPPIN กลายเป็นกรณีศึกษาของการปั่นราคาแบบเป็นขบวนการ ในช่วงปลายปี 2025 ครับ โดยในช่วงต้นเดือนธันวาคม ราคาเหรียญ  PIPPIN ดีดตัวพุ่งสูงขึ้นถึง 400% จนถูกยกให้เป็นเหรียญที่กลับมาเกิดใหม่ (Comeback) ได้อย่างร้อนแรง 

แต่จากการตรวจสอบข้อมูลบนบล็อกเชน (On-chain) กลับพบความจริงที่น่ากลัวว่า มีกระเป๋าเงินเพียงไม่กี่สิบใบเท่านั้น ที่ถือครองเหรียญ  PIPPIN ไว้รวมกันกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณทั้งหมด

 ซึ่งหมายความว่าการพุ่งขึ้นของราคานั้นไม่ใช่กระแสตามธรรมชาติ แต่เป็นการปั่นราคาอย่างเป็นระบบ โดยกลุ่มคนเพียงกำมือเดียว และเหตุผลที่ราคา  PIPPIN ตอนนี้ร่วงลงเพียง 12% จากจุดสูงสุด ก็เป็นเพราะกลุ่มผู้ควบคุมเหล่านี้ ยังคงถือเหรียญเอาไว้เพื่อคุมทิศทางตลาดอยู่นั่นเอง

ที่มา : cryptoslate

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน

Sorumluluk Reddi: Bu platformda yeniden yayınlanan tüm makaleler, kamu ağlarından kaynaklanmaktadır ve yalnızca sektör bilgilerini yayma amacı taşımaktadır. BTCC'nin herhangi bir resmi tutumunu temsil etmez. Tüm fikri mülkiyet hakları asıl yazarlarına aittir. Herhangi bir içeriğin haklarınızı ihlal ettiğine veya telif hakkı ihlali şüphesi olduğuna inanıyorsanız, lütfen [email protected] adresi üzerinden bizimle iletişime geçin. Konuyu derhal ve ilgili yasalara uygun olarak ele alacağız.