BTCC / BTCC Square / siamblockchainTH /
เผยพอร์ตมหาเศรษฐีคริปโตปี 2025: ใครรอด ใครร่วง ท่ามกลางตลาดหมีที่โหดเหี้ยม?

เผยพอร์ตมหาเศรษฐีคริปโตปี 2025: ใครรอด ใครร่วง ท่ามกลางตลาดหมีที่โหดเหี้ยม?

Published:
2025-12-25 04:12:02
19
1

ตลาดหมีปี 2025 กำลังคัดสรรผู้เล่นอย่างไม่ปรานี—บางพอร์ตพุ่งทะยานท่ามกลางพายุ ขณะที่บางส่วนจมดิ่งราวกับเหรียญที่ไม่มีมูลค่าพื้นฐาน

กลยุทธ์ที่อยู่รอด: ความหลากหลายที่ไม่ใช่แค่คำพูด

ผู้ที่รอดมาได้ไม่ใช่แค่ถือ Bitcoin หรือ Ethereum เท่านั้น พวกเขาแบ่งพอร์ตอย่างชาญฉลาด: โทเค็น DeFi ที่มีอัตราผลตอบแทนจริง โปรเจกต์ Layer 2 ที่แก้ปัญหาค่าธรรมเนียมได้จริง และ Stablecoin ที่ผูกกับสินทรัพย์หลากหลาย ต่างจากนักลงทุนรายย่อยที่มักติดกับดักการลงทุนแบบ "เหวี่ยงแห" ตามกระแส

การปรับตัวหรือตาย: กรณีศึกษา Binance และ BNB

แม้ Binance จะเผชิญแรงกดดันจาก FSA และหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก แต่ BNB กลับแสดงความยืดหยุ่นที่น่าทาย การปรับโครงสร้างธุรกิจและการขยายบริการไปสู่ตลาดใหม่ช่วยรักษาส่วนแบ่งการซื้อขายไว้ได้เหนือ 50% ในบางไตรมาส—ตัวเลขที่ทำให้หลายโบรกเกอร์ดั้งเดิมต้องอาย

เหรียญ Altcoin: สนามสังหารของความหวังและความผิดหวัง

ในขณะที่เหรียญใหญ่บางสกุลแตะระดับ ATH ใหม่ได้ในช่วงสั้นๆ เหรียญ Altcoin จำนวนมากกลับสูญเสียมูลค่ากว่า 90% โปรเจกต์ที่เน้นการใช้งานจริงและมีชุมชนแข็งแกร่งเท่านั้นที่ยังยืนหยัดได้ ส่วนที่เหลือกลายเป็นเพียง "ความทรงจำดิจิทัล" ในพอร์ตที่ขาดทุน

บทเรียนปี 2025: การลงทุนคริปโตไม่ใช่การพนัน—สำหรับผู้ที่เข้าใจ

ตลาดหมีครั้งนี้สอนว่า การวิเคราะห์พื้นฐาน การกระจายความเสี่ยง และความเข้าใจในเทคโนโลยีสำคัญกว่าการเก็งกำไรระยะสั้นเสมอ แม้แต่ในวันที่ตลาดมืดมนที่สุด โอกาสก็ยังคงอยู่—สำหรับคนที่เตรียมพร้อมและไม่เชื่อในคำสัญญา "ผลตอบแทน 1000% ใน 7 วัน" จากทวิตเตอร์แอนนonymous

กลุ่มผู้ชนะ

Jeremy Allaire

ที่มาภาพ : businessinsider

ที่มาภาพ : businessinsider

เจเรมี อัลแลร์  จาก Circle สามารถทำเงินได้ดีมาก ด้วยมูลค่าทรัพย์สินพุ่งขึ้น 149% นับจากครั้งแรกที่ Bloomberg ประเมินเมื่อเดือนมิถุนายน แม้มูลค่าทรัพย์สินจะร่วงลงไป 68% จากจุดสูงสุดแล้วก็ตาม 

แต่ USDC ของ Circle ยังคงรักษาตำแหน่งสเตเบิลคอยน์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยมูลค่าเหรียญหมุนเวียนในระบบสูงถึง 7.7 หมื่นล้านดอลลาร์ 

นอกจากนี้ บริษัทยังโชว์ความแข็งแกร่งด้วยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วยมูลค่าบริษัทสูงถึง  6,900 ล้านดอลลาร์ พร้อมประกาศผลกำไรสุทธิในไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 ที่ 214 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 200% เมื่อเทียบกับปีก่อน

Giancarlo Devasini

ที่มาภาพ : cryptorank

จานคาร์โล เดวาซินี ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Tether ถือเป็นผู้ชนะที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในปีนี้ โดยความมั่งคั่งของเขาพุ่งสูงขึ้นถึง 60% ตั้งแต่ต้นปี ผลักดันโดยการขยายตัวของเหรียญ USDT ที่มีปริมาณหมุนเวียนในตลาดเพิ่มขึ้นกว่า 15% ส่งผลให้บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลคืนสู่เจ้าของได้รวมกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ 

นอกจากนี้ Tether ยังสร้างความฮือฮาด้วยการเจรจาระดมทุนครั้งใหญ่ที่อาจดันมูลค่าบริษัทไปแตะระดับ 500,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งหากดีลนี้สำเร็จลุล่วง จะทำให้ทรัพย์สินของเดวาซินีทะยานขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 225,000 ล้านดอลลาร์ 

Mike Cagney

ที่มาภาพ : wsj

ไมค์ แคกนีย์ ผู้ก่อตั้ง Figure Technology และผู้ร่วมก่อตั้ง SoFi คือ อีกหนึ่งบุคคลที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในปีนี้ โดยความมั่งคั่งของเขาพุ่งสูงขึ้นถึง 46% ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือนนับจากเดือนกันยายน 

ปัจจัยหลักมาจากการที่ Figure Technology แพลตฟอร์มผู้ให้กู้รายใหญ่ที่นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วยมูลค่าบริษัทสูงถึง 6,600 ล้านดอลลาร์ 

Mike Novogratz

ที่มาภาพ : businessinsider

ไมค์ โนโวกรัตซ์ อดีตนายธนาคารชื่อดังจาก Goldman Sachs และผู้ก่อตั้ง Galaxy Digital คืออีกหนึ่งผู้ชนะที่โดดเด่น โดยทรัพย์สินส่วนตัวของเขาพุ่งสูงขึ้นถึง 32% ในปีนี้ ปัจจัยหลักมาจากการที่ Galaxy Digital ประสบความสำเร็จอย่างสูงในบทบาทผู้จัดการเงินลงทุนคริปโตให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่มากกว่า 20 แห่ง ส่งผลให้รายได้รวมในไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 พุ่งทะยานขึ้นกว่า 200% หรือคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 28,400 ล้านดอลลาร์ 

กลุ่มที่พอจะเอาตัวรอด

Barry Silbert

ที่มาภาพ : coindesk

แบร์รี ซิลเบิร์ต ผู้ก่อตั้ง Digital Currency Group (DCG) ยังคงรักษาสถานะความมั่งคั่งไว้ได้ โดยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 27% ในรอบปี แต่เขายังคงต้องแบกรับภาระจากคดีความที่ยืดเยื้อจากการล้มละลายของ Genesis บริษัทลูกในเครือ 

ขณะเดียวกัน บริษัม Grayscale ซึ่งเป็นหัวหอกสำคัญของกลุ่ม DCG กำลังพยายามเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ทว่าผลประกอบการล่าสุดกลับแสดงให้เห็นถึงความท้าทายครั้งใหญ่ โดยรายได้ปรับตัวลดลง เนื่องจากการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดกองทุน ETF คริปโต ที่มีผู้เล่นยักษ์ใหญ่อย่าง BlackRock และ Fidelity เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด 

นอกจากนี้ซิลเบิร์ต ยังได้เริ่มมองหาโอกาสใหม่ด้วยการเปิดตัวบริษัท Yuma Asset Management เพื่อรุกเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI บนบล็อกเชน สำหรับกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจเดิมที่กำลังถูกกดดัน

Brian Armstrong

ที่มาภาพ : fintechmagazine

แม้ว่าในปี 2025 Coinbase จะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นบริษัทคริปโตรายแรกที่ถูกเพิ่มเข้าไปในดัชนี S&P 500 พร้อมรุกเข้าสู่ธุรกิจใหม่อย่างตลาดพยากรณ์ผล (Prediction Markets) และสินทรัพย์ที่แปลงเป็นโทเค็น (Tokenized Assets) แต่ความมั่งคั่งของ ไบรอัน อาร์มสตรอง กลับเพิ่มขึ้นเพียง 2% เท่านั้น โดยราคาหุ้น COIN ยังคงเคลื่อนไหววนเวียนอยู่ใกล้ระดับเดียวกับช่วงต้นปี ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดและปริมาณการซื้อขายในไตรมาสสุดท้ายที่ชะลอตัวลง ทำให้นักลงทุนยังคงระมัดระวังต่อการเติบโตของบริษัทในระยะยาว แม้จะมีนโยบายเศรษฐกิจที่เอื้ออำนวยก็ตาม

Donald Trump & family, World Liberty Financial

ที่มาภาพ : dlnews

แม้ว่ามูลค่าสินทรัพย์โดยรวมของโดนัลด์ ทรัมป์ และครอบครัวในปี 2025 จะขยับขึ้นเพียง 1% แต่เบื้องหลังตัวเลขนี้กลับเต็มไปด้วยความผันผวนอย่างรุนแรงจากการกระโดดเข้าสู่โลกคริปโตอย่างเต็มตัว ผ่านโครงการอย่าง World Liberty Financial, American Bitcoin และเหรียญมีม Trump ซึ่งสร้างความตื่นตัวให้ตลาดในช่วงแรก ทว่าในเวลาต่อมาเหรียญเหล่านี้กลับเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนัก

 โดย World Liberty ดิ่งลง 50%, American Bitcoin ร่วงถึง 82% และ Trump Memecoin ทรุดตัวกว่า 90% ส่งผลให้นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากต้องขาดทุนมหาศาล 

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวทรัมป์กลับไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงมากนัก เนื่องจากมีข้อกำหนดทางกฎหมายที่จำกัดการขายเหรียญ (Lock-up period) ในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งในท้ายที่สุด โครงการเหล่านี้ยังคงสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพย์สินของครอบครัวทรัมป์ได้รวมหลายร้อยล้านดอลลาร์ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเสี่ยงของสินทรัพย์ประเภทนี้

Changpeng Zhao, CEO ของ Binance

ที่มาภาพ : edition.cnn

ตัวเลขทรัพย์สินของ ฉางเผิง เจ้า (CZ) อาจจะหดตัวลง 5% ทว่าปี 2025 กลับถูกขนานนามว่าเป็นปีแห่งการเริ่มต้นใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา โดยเฉพาะในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา CZ ได้รับโอกาสครั้งสำคัญจากการได้รับอภัยโทษจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในคดีฟอกเงิน ซึ่งเป็นการปิดฉากปัญหาทางกฎหมายหลังจากที่เขาเคยรับโทษจำคุก 4 เดือนเต็ม

นอกจากนี้ Binance ยังมีความคืบหน้าทางธุรกิจอย่างก้าวกระโดด ทั้งการได้รับเงินลงทุนมหาศาลกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์จากกลุ่มทุน MGX ของอาบูดาบี และการเข้าไปมีบทบาทสนับสนุนด้านเทคโนโลยีให้กับโครงการคริปโตของครอบครัวทรัมป์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ Binance เตรียมรุกกลับเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกาอีกครั้งอย่างเต็มตัว

Chris Larsen

ที่มาภาพ : medium

คริส ลาร์เซน ผู้ก่อตั้ง Ripple ปิดท้ายปี 2025 ด้วยความสำเร็จครั้งใหญ่ในเชิงกลยุทธ์ แม้มูลค่าทรัพย์สินส่วนตัวจะลดลงเล็กน้อยที่ 5% เนื่องมาจากความผันผวนของเหรียญ XRP ที่เขาถือครองอยู่กว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือ การที่ Ripple สามารถยุติคดีความที่ยืดเยื้อกับ SEC ได้สำเร็จ โดยการจ่ายค่าปรับโดยไม่ยอมรับผิด ซึ่งถือเป็นการปลดล็อกทางกฎหมายครั้งประวัติศาสตร์ 

นอกจากนี้บริษัทยังสามารถระดมทุนได้เพิ่มอีก 500 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าบริษัททะยานขึ้นไปแตะ 40,000 ล้านดอลลาร์ โดยลาร์เซนเชื่อมั่นว่า นี่คือปีที่แข็งแกร่งที่สุดของ Ripple เพราะหลังจากเอาชนะข้อพิพาททางกฎหมายได้แล้ว บริษัทก็พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจไปทั่วโลกอย่างเต็มสูบ

Justin Sun, Tron

ที่มาภาพ : cryptonary

จัสติน ซัน ผู้ก่อตั้ง Tron เป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีคริปโตที่มีความเคลื่อนไหวโดดเด่นและเป็นที่พูดถึงมากที่สุดในปี 2025 แม้ทรัพย์สินรวมของเขาจะลดลงราว 16% โดยเหลือประมาณ 10,300 ล้านดอลลาร์ตามการจัดอันดับของ Bloomberg แต่เขาก็ได้ชัยชนะครั้งใหญ่ในด้านกฎหมายเมื่อ SEC ตัดสินใจระงับคดีฉ้อโกงที่ฟ้องเขาไว้ก่อนหน้านี้ 

ในปีนี้จัสติน ซัน กลายเป็นตัวละครสำคัญที่ปรากฏตัวในทุกพื้นที่ ตั้งแต่การร่วมโต๊ะอาหารกับประธานาธิบดีทรัมป์ ไปจนถึงการเดินทางไปนอกโลกกับ Blue Origin ขณะที่ในเชิงธุรกิจ เครือข่าย Tron ของเขาก็เติบโตจนกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของสเตเบิลคอยน์โลก โดยมีมูลค่าการโอนเฉลี่ยสูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ตอกย้ำอิทธิพลของเขาในอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน

กลุ่มที่บอบช้ำหนัก

Michael Saylor

ที่มาภาพ : dlnews

ไมเคิล เซย์เลอร์ แห่งบริษัท Strategy กลายเป็น “ผู้แพ้” ที่มีตัวเลขทรัพย์สินลดลงอย่างน่าตกใจในปี 2025 โดยมูลค่าความมั่งคั่งของเขาร่วงลงถึง 37% จากต้นปี และดิ่งลงกว่า 59% หากเทียบจากจุดสูงสุด

 แม้ว่า กลยุทธ์การระดมทุนผ่านหุ้นและหนี้ เพื่อกว้านซื้อ Bitcoin จะเคยถูกขนานนามว่าเป็น “ทางลัดสร้างเงินไม่รู้จบ” แต่ความสำเร็จในอดีตกลับกลายเป็นดาบสองคม เมื่อมีคู่แข่งจำนวนมากแห่กันมาใช้กลยุทธ์เดียวกัน ทำให้หุ้นของ MicroStrategy สูญเสียความน่าดึงดูดและให้ผลตอบแทนแย่กว่าการถือ Bitcoin โดยตรง 

อย่างไรก็ตาม เซย์เลอร์ยังคงเดินหน้าตามความเชื่อเดิมอย่างสุดตัว โดยเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีกกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงปลายปี ท่ามกลางคำถามจากนักลงทุนถึงความยั่งยืนของโมเดลธุรกิจนี้

Cameron and Tyler Winklevoss

ที่มาภาพ : edition

พี่น้องฝาแฝด Cameron และ Tyler Winklevoss ผู้ก่อตั้ง Gemini กลายเป็นผู้ที่บอบช้ำที่สุดในเหล่ามหาเศรษฐีในปีนี้ โดยมูลค่าทรัพย์สินดิ่งลงถึง 59% จากต้นปี และร่วงหนักถึง 70% หากเทียบจากจุดสูงสุด 

แม้ว่า ทั้งคู่จะพยายามสร้างสายสัมพันธ์อันดีกับโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านการบริจาคเงินมหาศาลเพื่อช่วยหาเสียง แต่ในเชิงธุรกิจ Gemini กลับต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก เมื่อการนำบริษัทเข้าตลาดหุ้น (IPO) ในเดือนกันยายนเผยให้เห็นว่า ธุรกิจมีขนาดเล็กกว่าคู่แข่งอย่าง Coinbase มาก และยังต้องพึ่งพาเงินกู้จากตัวพี่น้องทั้งสองเพื่อประคองกิจการ ส่งผลให้หุ้นของบริษัท  Gemini  ร่วงลงทันที 60% ประกอบกับราคา Bitcoin ที่พวกเขาถือครองส่วนตัวปรับตัวลดลงในช่วงปลายปี ยิ่งซ้ำเติมให้ความมั่งคั่งลดฮวบลง

ที่มา : theedgesingapore

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน

Sorumluluk Reddi: Bu platformda yeniden yayınlanan tüm makaleler, kamu ağlarından kaynaklanmaktadır ve yalnızca sektör bilgilerini yayma amacı taşımaktadır. BTCC'nin herhangi bir resmi tutumunu temsil etmez. Tüm fikri mülkiyet hakları asıl yazarlarına aittir. Herhangi bir içeriğin haklarınızı ihlal ettiğine veya telif hakkı ihlali şüphesi olduğuna inanıyorsanız, lütfen [email protected] adresi üzerinden bizimle iletişime geçin. Konuyu derhal ve ilgili yasalara uygun olarak ele alacağız.