3 สัญญาณชี้ชัด Bitcoin อาจเจอ ’ก้นเหว’ แล้ว! เตรียมเด้งกลับแรงภายใน 4-6 สัปดาห์

Bitcoin กำลังสั่นคลอน—แต่ตลาดอาจกำลังซ่อนการพลิกกลับครั้งใหญ่ไว้เบื้องหลัง
นักวิเคราะห์หลายสำนักกำลังจับตาสัญญาณทางเทคนิค 3 ประการที่ชี้ว่า BTC อาจถึงจุดต่ำสุดในรอบนี้แล้ว แทนที่จะเป็นการเริ่มต้นของขาลงยาว นักเทรดที่มองการณ์ไกลกำลังเตรียมรับมือกับการเด้งกลับครั้งสำคัญที่คาดการณ์กันว่าจะมาเต็มแรงภายใน 4 ถึง 6 สัปดาห์ข้างหน้า
ปริมาณการซื้อขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวเลขปริมาณการซื้อขายในช่วงนี้ตกลงมาจนน่าตกใจ—มักเป็นสัญญาณคลาสสิกที่บ่งบอกถึงการหมดแรงขายในตลาด เมื่อผู้ขายหมดแรง ราคามักจะหาจุดยืนได้ก่อนจะกระโจนขึ้นใหม่
ระดับ RSI เข้าสู่โซน Oversold
เครื่องมือวัดโมเมนตัมอย่าง RSI ดิ่งลงสู่ระดับที่นักลงทุนมองว่า 'ถูกเกินไป' ในอดีต ระดับเหล่านี้มักเป็นจุดที่นักซื้อรายใหญ่เริ่มสะสมสินทรัพย์อย่างเงียบๆ ก่อนที่ข่าวดีจะออกสู่สาธารณะ
รูปแบบกราฟยืนยันแนวรับแข็งแกร่ง
แม้ข่าวลือและความกลัวจะแพร่สะพัด แต่ราคากลับดันตัวเองขึ้นจากแนวรับสำคัญได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความยืดหยุ่นนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ—มันแสดงให้เห็นว่ามีเงินสนับสนุนจำนวนมากรออยู่ใต้พื้นผิว
ในโลกการเงินดั้งเดิม พวกเขาอาจเรียกสิ่งนี้ว่า 'ความไม่แน่นอน' แต่ในวงการคริปโต นี่คือเมนูหลักของการสร้างโอกาส ระหว่างที่นักวิเคราะห์ในชุดสูทกำลังถกเถียงกันเรื่องอัตราดอกเบี้ย Bitcoin ก็แค่ทำงานของมันต่อไป—เตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวครั้งต่อไป
1. คนขายเริ่มหมดแรง สัญญาณเทคนิคฟื้นตัว
สัญญาณแรกมาจากกราฟรายสัปดาห์ที่ Stochastic RSI เริ่มหักหัวขึ้นจากโซนขายมากเกินไป (Oversold) ซึ่งในอดีตมักเป็นจุดกลับตัวสำคัญเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 2019, 2020 (วิกฤตโควิด) และปลายปี 2022 นอกจากนี้ กราฟราย 3 วันยังเกิดสัญญาณ Bullish Divergence (ราคาทำจุดต่ำใหม่แต่โมเมนตัมยกตัวขึ้น) ซึ่งเป็นรูปแบบที่มักจะนำไปสู่การฟื้นตัวของราคาในระยะยาว
2. นักขุดยอมแพ้ สัญญาณสวนกระแสสุดแม่น
นักวิเคราะห์จาก VanEck ชี้ว่าค่า Hashrate ของ Bitcoin ที่ปรับตัวลง 4% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณ “Miner Capitulation” หรือการที่นักขุดถอดใจยอมปิดเครื่อง ซึ่งในทางสถิติถือเป็นสัญญาณซื้อแบบสวนกระแสที่แม่นยำมาก
ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2014 ระบุว่า หาก Hashrate ร่วงลงในลักษณะนี้ Bitcoin มีโอกาสถึง 77% ที่จะทำกำไรเป็นบวกในอีก 6 เดือนข้างหน้า ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 72%
3. สภาพคล่องมาแล้ว ลุ้น Rally ใน 4-6 สัปดาห์
สัญญาณสุดท้ายมาจากปัจจัยมหภาค โดยดัชนีภาวะทางการเงินแห่งชาติ (NFCI) ของสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณว่าสภาพคล่องกำลังจะกลับมา ซึ่งจากการทดสอบย้อนหลังพบว่าจุดนี้มักจะนำหน้าการพุ่งขึ้นของ Bitcoin ประมาณ 4 ถึง 6 สัปดาห์ ประกอบกับแผนของเฟดที่จะหมุนเวียนหลักทรัพย์ (MBS) ไปสู่ตั๋วเงินคลัง ซึ่งคล้ายกับมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องในปี 2019 ที่เคยดันราคา Bitcoin พุ่งมาแล้วถึง 40%
อย่างไรก็ตาม แม้สัญญาณจะดูดีขึ้น แต่นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงมองโลกในแง่ร้าย โดยประเมินว่าราคายังมีโอกาสร่วงลงไปทดสอบแนวรับลึกระดับ 70,000 หรือแม้กระทั่ง 25,000 ดอลลาร์ได้ หากตลาดไม่กลับตัวจริง
ที่มา: cointelegraph