Binance ยังไม่จบ! หลังจ่ายค่าปรับ ยังพบร่องรอย ’เงินเทา’ และบัญชีม้าลอยในระบบ

การจ่ายค่าปรับครั้งใหญ่ดูเหมือนจะไม่ใช่จุดสิ้นสุดของปัญหาให้กับ Binance แหล่งข่าวภายในเผยให้เห็นร่องรอยการเคลื่อนไหวของเงินที่ยังคงคลุมเครือและการใช้งานบัญชีที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ยากภายในแพลตฟอร์ม
โครงสร้างที่ซับซ้อนและช่องว่าง
แม้จะประกาศความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก แต่กลไกการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance) ของบริษัทยังคงเผชิญกับคำถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพ การตรวจสอบลูกค้า (KYC) และการติดตามธุรกรรม (Transaction Monitoring) ในบางภูมิภาคดูเหมือนจะทำงานด้วยความล่าช้า หรือไม่ก็มีข้อยกเว้นที่สร้างความสับสนให้กับผู้สังเกตการณ์
วัฒนธรรม 'Move Fast' ที่ยังหลงเหลือ?
วิกฤตครั้งนี้สะท้อนความตึงเครียดระหว่างการเติบโตแบบก้าวกระโดดกับความรับผิดชอบต่อระบบการเงินโลก การเร่งดึงผู้ใช้จำนวนมหาศาลในอดีตอาจทิ้งมรดกที่เป็นปัญหาทางกฎหมายไว้ให้จัดการไม่จบไม่สิ้น เป็นเรื่องปกติในวอลล์สตรีท: จ่ายค่าปรับเพื่อปิดคดี แต่หายาก admit guilt.
อนาคตของความน่าเชื่อถือ
คำถามใหญ่ตอนนี้คือ นักลงทุนสถาบันและคู่ค้ารายใหญ่จะยังมอง Binance เป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ในระยะยาวหรือไม่? การฟื้นฟูความไว้วางใจต้องใช้มากกว่าแค่การชำระเงินค่าปรับ มันต้องการการเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นได้และโปร่งใสในระดับปฏิบัติการ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสงครามครั้งใหม่ของ Changpeng Zhao และทีมงาน
แฉหลักฐานมัดตัว จากสลัมเวเนซุเอลาสู่เครือข่ายก่อการร้าย
ข้อมูลที่รั่วไหลออกมาเผยให้เห็นพฤติกรรม “ปิดตาข้างเดียว” ของ Binance ที่ปล่อยให้บัญชีที่ต้องสงสัยอย่างชัดเจนยังคงซื้อขายได้ตามปกติ โดยเคสที่น่าตกตะลึงที่สุด ได้แก่
- เศรษฐีสลัม บัญชีของผู้อยู่อาศัยในสลัมเวเนซุเอลารายหนึ่ง สามารถหมุนเวียนเงินได้ถึง 93 ล้านดอลลาร์ ในช่วงปี 2021-2025 ซึ่งภายหลังพบว่าเส้นทางการเงินนี้เชื่อมโยงกับเครือข่ายที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่าลักลอบขนเงินให้กับ อิหร่าน และกลุ่ม Hezbollah
- สาวน้อยมหัศจรรย์? หญิงสาวชาวเวเนซุเอลาวัยเพียง 25 ปี ได้รับเงินคริปโตโอนเข้ากว่า 177 ล้านดอลลาร์ ภายใน 2 ปี โดยมีการเปลี่ยนบัญชีธนาคารรับเงินถึง 647 ครั้ง ใน 14 เดือน และวนใช้บัญชีชื่อคนอื่นกว่า 496 บัญชีทั่วทวีปอเมริกา ซึ่งอดีตอัยการสหรัฐฯ ชี้ชัดว่าพฤติกรรมนี้เข้าข่าย “ธุรกิจรับโอนเงินเถื่อน” อย่างชัดเจน
- วาร์ปข้ามทวีป ระบบตรวจสอบของ Binance ล้มเหลวแม้กระทั่งการตรวจจับพฤติกรรมที่เป็นไปไม่ได้ทางกายภาพ เช่น การล็อกอินจากกรุงคารากัส (เวเนซุเอลา) และไปโผล่ที่โอซาก้า (ญี่ปุ่น) ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีทางเดินทางได้ทัน
โยงใย Tawfiq Al-Law ผู้ถูกคว่ำบาตร
รายงานยังระบุว่า บัญชีต้องสงสัย 13 บัญชีได้รับเงินสกุล Tether ( USDT) รวม 29 ล้านดอลลาร์ จากกระเป๋าเงิน 4 ใบที่เชื่อมโยงกับ Tawfiq Al-Law ชาวซีเรียที่ถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลคว่ำบาตร ฐานเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับกลุ่ม Hezbollah และกบฏ Houthi แม้บัญชีเหล่านี้จะถูกอายัดโดยอิสราเอลในเวลาต่อมา แต่ธุรกรรมจำนวนมากกลับเล็ดลอดการตรวจสอบของ Binance ไปได้
‘ใบสั่ง’ ทรัมป์? นิรโทษกรรม CZ ทำมาตรฐานหย่อนยาน
นักวิเคราะห์มองว่า บรรยากาศการตรวจสอบที่ดูผ่อนคลายลงอาจมีผลมาจากการเมือง โดยเฉพาะหลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจ “อภัยโทษ” ให้กับ ฉางเพ็ง เจา (CZ) ผู้ก่อตั้ง Binance เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
เจสสิกา เดวิส อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองแคนาดา ให้ความเห็นว่า การอภัยโทษทำให้ “แรงจูงใจ” ในการปฏิบัติตามกฎหมายลดลง “ก่อนหน้านี้แรงจูงใจคือ ‘ทำยังไงก็ได้ไม่ให้ CEO ติดคุก’ แต่ตอนนี้แม้จะมีค่าปรับพันล้าน มันก็กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับกำไรมหาศาลที่ทำได้บนแพลตฟอร์ม”
นอกจากนี้ ตระกูลทรัมป์ยังได้ขยายความร่วมมือทางธุรกิจกับ Binance ผ่านโปรเจกต์ World Liberty Financial โดยประกาศจะใช้ Binance เป็นฐานสำคัญในการขยายการใช้งาน Stablecoin USD1 ของตนเองอีกด้วย
ที่มา: financial time