‘อ.ตั๊ม พิริยะ’ เผยวิกฤตคือโอกาส! วัฏจักร 4 ปี Bitcoin ไม่ได้หายไป แต่กำลัง ‘เปลี่ยนโฉม’ แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
นักวิเคราะห์ชื่อดังชี้ให้เห็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดดิจิทัล แม้หลายคนอาจมองว่าวัฏจักรขาขึ้น 4 ปีของ Bitcoin กำลังจะจบลง แต่ความจริงอาจซับซ้อนกว่านั้น
วัฏจักรใหม่กำลังก่อตัว
แทนที่จะหายไป วัฏจักรเดิมกำลังถูกปรับเปลี่ยนโดยปัจจัยใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน สถาบันการเงินรายใหญ่เริ่มเข้ามามีบทบาท กฎระเบียบทั่วโลกกำลังถูกปรับโฉม และเทคโนโลยีพื้นฐานก็พัฒนาอย่างก้าวกระโดด
ตลาดไม่ได้ชะลอตัว แต่กำลังเปลี่ยนผ่าน
ความผันผวนที่เห็นอาจไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ แต่เป็นอาการของการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ นักลงทุนรายย่อยอาจรู้สึกสับสน ขณะที่กองทุนเฮดจ์ฟันด์กำลังคำนวณโอกาสลงทุนครั้งใหม่ในความไม่แน่นอนนั้น
อนาคตของ Bitcoin หลังปี 2025
เส้นทางข้างหน้าอาจไม่ใช่การขึ้นลงแบบเดิมอีกต่อไป แต่เป็นการบูรณาการเข้ากับระบบการเงินดั้งเดิม และการสร้างมูลค่าจากกรณีการใช้งานจริง แทนที่จะรอการปั่นราคาจากข่าวลือเหมือนในอดีต
สรุปแล้ว นี่ไม่ใช่จุดจบของวงจร แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ที่ท้าทายทุกความคาดหมายเดิมในตลาดคริปโต—และอาจทำให้กลยุทธ์เก็งกำไรระยะสั้นของเทรดเดอร์หลายคนดูเหมือนการทายผลสลากกินแบ่งรัฐบาลที่มีค่าธรรมเนียมสูง
เราอาจจะได้เห็น 4-Year Cycle ของการ Sideways เช่น Sideways down อะไรแบบนี้ ไปอีกซักพักนึง ถึงกลางปี ถึงปลายปี หรืออาจจะเห็นการหักหลังโดยสิ้นเชิงเลยก็ได้ ที่ราคาอาจจะพุ่งขึ้นไปเลย
เพราะฉะนั้นเป็นปีที่ ผมมองว่า สำหรับผม ผมค่อนข้างตื่นเต้น เพราะว่า Bitcoin กลับเข้ามาอยู่ในสภาวะที่ไม่มีใครรู้ว่า จะมีอะไรเกิดขึ้น และนั่นมันคือ สิ่งที่ควรจะเป็นในฐานะของสินทรัพย์ที่เรียกว่า เป็นอิสระ
คือเรียกว่า ไม่ควรจะมีใครรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น เพราะถ้าทุกคนรู้ว่า มันจะเกิดไรขึ้น
หากทุกคนรู้ว่ามันจะย่อ 80% ทุก 4 ปี , มันจะเด้ง 5-6 เท่า 10 เท่า ทุก 4 ปี มันจะเกิดเป็น แทรมโพลีน เอฟเฟกต์ คือ คนก็จะกะช่วงเวลาตรงนี้ ซื้อตรงนี้ ขายตรงนี้
ความผันผวนมันจะยิ่งโตขึ้น การที่ไม่รู้ว่า จะมีไรเกิดขึ้นเนี่ย มันจะทำให้ตลาดมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น อันนี้ก็ต้องรอดูว่า มันจะเป็นยังไง แต่ว่า ผมมองว่า Factor ที่เข้ามา มันส่งผลกระทบโดยรอบทั้งหมด ยังไม่เปลี่ยนแปลง แล้วก็แข็งแกร่งขึ้นด้วย