Memecoin ยังไม่ตาย! ผู้เชี่ยวชาญเผยอุตสาหกรรมจะหวนคืนในรูปแบบใหม่
ตลาดคริปโตสั่นสะเทือนอีกครั้ง—แต่คราวนี้เสียงกระซิบมาจากมุมที่หลายคนคิดว่าตายไปแล้ว
Memecoin กำลังเตรียมการกลับมา
ผู้สังเกตการณ์ในวงการยืนยัน: แรงกระตุ้นที่อยู่เบื้องหลังเหรียญตลกขบขันเหล่านี้ยังมีลมหายใจ แม้ตลาดจะผ่านช่วงขาลงที่ยาวนานและนักลงทุนรายย่อยหลายคนหันหลังให้ มันไม่ใช่จุดจบ มันคือการพักฟื้น
รูปแบบใหม่กำลังก่อตัว
อย่าคาดหวังการกลับมาของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนฟูหรือสุนัขพันธุ์เดิมในชุดเกราะเดิม ทุนและความสนใจกำลังไหลไปสู่โครงสร้างพื้นฐานใหม่—แพลตฟอร์มที่ให้ Memecoin ทำงานได้จริงมากกว่าเป็นแค่ตัวตลกใน Twitter
คิดถึงการรวมตัวกับ DeFi, NFT และแม้แต่เกม มันคือวิวัฒนาการ ไม่ใช่แค่การฟื้นคืนชีพ
ความท้าทายที่แท้จริง
อุปสรรคใหญ่ยังคงอยู่ การควบคุมดูแลที่เพิ่มขึ้นจากหน่วยงานอย่าง FSA และกระแสหลักของสถาบันการเงินที่ยังคงมองข้าม ‘สินทรัพย์’ เหล่านี้ด้วยสายตาเหยียดหยาม ความน่าเชื่อถือคือสงครามที่ Memecoin ต้องชนะในรอบนี้
และแน่นอน—ในโลกการเงินที่นักวิเคราะห์วอลล์สตรีทสามารถสร้างเรื่องราวจากกาแฟถ้วยได้ การมีอยู่ของ Memecoin ก็ดูมีเหตุผลเสียด้วยซ้ำ
บทสรุป: จับตาดูให้ดี
วงจรนี้สอนเราว่าไม่มีอะไรในคริปโตที่ตายสนิทจริงๆ มันเพียงแค่หลับใหล รอคอยเงื่อนไขและเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อตื่นขึ้นมาในรูปร่างใหม่ Memecoin กำลังจะพิสูจน์กฎนั้นอีกครั้ง
เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการกลับมาที่ไม่เหมือนเดิม
ปัจจุบัน แม้กระแสความคึกคักเหรียญมีมจะเหลือไว้เพียงแต่อดีตที่เคยรุ่งโรจน์แต่ผู้เชี่ยชาญอย่าง Keith A. Grossman จาก Moonpay กลับมองว่าอุตสาหกรรมภาคส่วนนี้มันยังไม่ถึงจุดจบและอาจกลับมาในรูปแบบใหม่
Grossman มองว่าการที่กระแสซบเซาและตลาดไม่เป็นใจไม่ได้ทำให้เหรียญมีมตายลง เพราะนวัตกรรมที่แท้จริงของเหรียญมีมคือการที่ “กระแสความสนใจ” ถูกนำมาแปลงให้เป็นโทเคนได้โดยง่าย และมีต้นทุนที่ถูกผ่านการใช้บล็อกเชน ซึ่งเป็นการเปิดให้ทุกคนเข้าถึงอย่างเท่าเทียมตามทฤษฏี เศรษฐกิจความสนใจ (Attention Economy)
เขามองว่าแต่เดิม “ความสนใจ” ถูกนำไปใช้ในการหารายได้ด้วยน้ำมือของแพลตฟอร์ม หรือ แบรนด์เท่านั้น หมายความคนอื่นๆกำลังสร้าง “คุณค่า” ขึ้นมาแจกฟรีๆ ยกตัวอย่างเช่น ยอดไลค์ , กระแสฮิตต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถแปลงเป็นเงินได้ในยุคปัจจุบันแต่ผู้ที่ทำกำไรมีแต่รายใหญ่ไม่มีรายย่อย
Grossman เปรียบเทียบตลาดเหรียญมีมในขณะนี้เหมือนยุคเริ่มต้นของโซเชียลมีเดียในปี 2000s ที่ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนกัน ก่อนที่จะกลายเป็นสิ่งที่ใช้งานกันทั่วโลกในภายหลัง
ความเป็นจริงอันโหดร้าย
ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น เหรียญมีมนั้นโดดเด่นเป็นอย่างมากในปี 2024 แต่แล้วฟองสบู่ก็แตก หลังจากที่มีเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้นอย่างเรื่องคนวงใน และการ Rugpull โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ที่เกิดกับเหรียญมีมที่ดูน่าเชื่อถืออย่าง $TRUMP ที่มูลค่าร่วงลงกว่า 90% ในช่วงเวลาสั้นๆ จนเหรียญมีมยิ่งหมดความน่าเชื่อถือ
ขณะเดียวกัน Javier Milei ประธานาธิบดีของอาร์เจนตินา ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่มีความข้องเกี่ยวกับเหรียญมีมจนเป็นข่าวอื้อฉาวกับคดีของ Libra rug pull ที่ทำให้มีคนจำนวนมากสูญเสียเงินไปอย่างมหาศาล
ดังนั้น การที่เหรียญมีมจะฟื้นกลับขึ้นมาได้ตามความคาดหวังของ Grossman อาจเป็นไปได้ยาก ถ้าหากวงการนี้ยังคงมีคนคอยแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวแบบ “น่าเกลียด” เช่นนี้อยู่ต่อไป
ที่มา : Cointelegraph