BTCC / BTCC Square / siamblockchainTH /
2025 เตือนภัย! 5 กลโกงคริปโตรูปแบบใหม่ที่กำลังระบาดในไทย พร้อมวิธีเช็คก่อนโอนเงิน

2025 เตือนภัย! 5 กลโกงคริปโตรูปแบบใหม่ที่กำลังระบาดในไทย พร้อมวิธีเช็คก่อนโอนเงิน

Published:
2025-12-11 00:24:46
20
3

นักลงทุนคริปโทในไทยกำลังเผชิญกับคลื่นการหลอกลวงรูปแบบใหม่ที่ซับซ้อนและปรับตัวเร็ว—แค่คลิกผิดครั้งเดียวก็อาจสูญเงินก้อนโตได้

กลโกง 5 รูปแบบที่ต้องจับตา

1. ฟิชชิงปลอมแปลงตัวตนผ่านแอปธนาคาร: แฮกเกอร์สร้างแอปพลิเคชันปลอมที่เลียนแบบระบบธนาคารไทยชั้นนำ หลอกให้ผู้ใช้กรอกข้อมูล OTP และ Seed Phrase โดยอ้างว่า "อัพเดตระบบรักษาความปลอดภัย"

2. สมาร์ทคอนแทร็กต์มัลแวร์: สัญญาอัจฉริยะที่ดูเหมือนโปรเจกต์ DeFi ธรรมดา แต่แฝงฟังก์ชันที่สามารถระบายเหรียญในวอลเล็ตของคุณออกได้ทั้งหมดหลังอนุมัติครั้งแรก

3. AI วิดีโอคอลลวงรับรองโครงการ: ใช้เทคโนโลยี Deepfake สร้างวิดีโอของ "ผู้เชี่ยวชาญ" หรือ "เซลล์บรีตีม" ระดับโลกที่พูดภาษาไทยคล่อง ให้คำรับรองโครงการคริปโทหลอกๆ

4. เอเยนต์แลกเปลี่ยนปลอมบนแพลตฟอร์มสังคม: บัญชีปลอมบน Twitter และกลุ่ม Telegram ที่อ้างเป็นตัวแทนแลกเปลี่ยนชื่อดัง เสนอ "ช่วยกู้คืนบัญชี" หรือ "โปรโมชั่นพิเศษ" แล้วขโมยข้อมูลล็อกอิน

5. แอร์ดรอปฟิชชิง: แจกโทเคนฟรีที่ดูมีมูลค่า แต่เมื่อเคลมต้องเชื่อมต่อวอลเล็ตกับเว็บไซต์หลอกลวง—พร้อมกันนั้นก็เปิดช่องให้แฮกเกอร์เข้าถึงทรัพย์สินทั้งหมด

วิธีเช็คก่อนโอนที่ทำงานจริง

- ยืนยันโดเมนสองรอบ: ตรวจสอบ URL ว่ามี "https://" และไม่มีตัวอักษรแปลกปลอม (เช่น binance.com กับ bínance.com)

- ใช้ที่อยู่รับเงินแยกต่างหาก: สร้างวอลเล็ตใหม่สำหรับการทำธุรกรรมแต่ละครั้ง—ลดความเสี่ยงหากที่อยู่หนึ่งถูกเจาะ

- ทดสอบด้วยจำนวนน้อยเสมอ: ก่อนโอนจำนวนใหญ่ ส่งเงินทดสอบ 1-2% ก่อน แล้วรออย่างน้อย 30 นาทีตรวจสอบความปลอดภัย

- ตรวจสอบสัญญาอัจฉริยะผ่าน Etherscan/BscScan: ดูฟังก์ชัน "Approve" ว่ามีการตั้งค่า Allowance จำกัดหรือไม่—อย่าอนุมัติให้ใช้เงินไม่จำกัด

- โทรยืนยันด้วยเสียง: หากมีธุรกรรมใหญ่กับบุคคลหรือองค์กร ให้โทรไปยังหมายเลขที่ตรวจสอบแล้วจากแหล่งข้อมูลทางการ ไม่ใช่จากลิงก์ในแชท

ตลาดคริปโทปี 2025 เติบโตแบบก้าวกระโดด—พร้อมกับนักฉวยโอกาสที่ปรับกลยุทธ์ให้ทันสมัยยิ่งกว่าคำแนะนำจาก FSA หลายประเทศเสียอีก การลงทุนดิจิทัลในยุคนี้ไม่ใช่แค่การวิเคราะห์กราฟ แต่คือการฝึกฝนความสงสัยเป็นนิสัย: ถ้ามันดูดีเกินจริง นั่นมักเพราะมันไม่จริง

1.หลอกให้รัก แล้วชักชวนเทรด (Hybrid Scam)

นี่คือรูปแบบการหลอกลวงที่สร้างความเสียหายสูงสุดในขณะนี้ มิจฉาชีพจะเริ่มจากการสร้างโปรไฟล์หนุ่มหล่อสาวสวยในแอปหาคู่หรือโซเชียลมีเดีย เข้ามาตีสนิทเชิงชู้สาว เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ จะเริ่มชวนคุยเรื่องอนาคตและการลงทุน โดยจะแนะนำให้เทรดคริปโตในแพลตฟอร์มที่อ้างว่า “กำไรดี ความเสี่ยงต่ำ”

จุดสังเกตคือ ช่วงแรกอาจถอนเงินได้จริงเพื่อหลอกให้เติมเงินเพิ่มจำนวนมาก แต่สุดท้ายจะถอนไม่ได้ โดยอ้างว่าต้องจ่ายภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพิ่ม

2. แอปดูดเงินและเว็บเทรดปลอม (Fake Apps)

ปีนี้มิจฉาชีพไม่ได้แค่ส่งลิงก์ แต่ลงทุนสร้างแอปพลิเคชันปลอมที่หน้าตาเหมือนกระดานเทรดดังๆ หรือแอป Wallet ระดับโลก แล้วส่งลิงก์ให้ดาวน์โหลดนอก App Store (ไฟล์ .apk) หรือผ่าน TestFlight บน iOS

ความอันตรายคือ ทันทีที่ติดตั้ง แอปจะขอสิทธิ์เข้าถึงอุปกรณ์ของคุณ ทำให้สามารถดูดข้อมูลรหัสผ่าน OTP หรือแอบโอนเงินออกจากบัญชีธนาคารและ Wallet ของคุณจนเกลี้ยง

3. AI Deepfake หน้าใช่ เสียงใช่ แต่ตัวปลอม !

ความน่ากลัวไปอีกขั้นของปี 2025 คือ การใช้ AI ปลอมใบหน้าและเสียงเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือแม้แต่เพื่อนของเรา วิดีโอคอลมาขอยืมเงินหรือหลอกให้โอนคริปโทฯ

จุดสังเกตคือ สังเกตการกะพริบตาที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ, มุมปากขยับไม่ตรงกับเสียง, หรือแสงเงาบนใบหน้าที่ดูผิดปกติ

4. อ้างหน่วยงานรัฐ รีดไถภาษีคริปโทฯ 

มิจฉาชีพจะส่ง SMS หรืออีเมล แอบอ้างว่าเป็น กรมสรรพากร, ก.ล.ต., หรือ ตลาดหลักทรัพย์แจ้งว่า บัญชีคริปโตของคุณมีปัญหา หรือต้องชำระภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลด่วนผ่านลิงก์ที่แนบมา

ข้อเท็จจริงคือ หน่วยงานของรัฐไม่มีนโยบายทักแชทหรือส่งลิงก์ให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบหรือจ่ายภาษีผ่านช่องทางส่วนตัว เพราะฉะนั้นอย่างหลงเชื่อเด็ดขาด

5. กับดัก P2P และบัญชีม้า 

นักเทรด P2P ต้องระมัดระวัเป็นพิเศษ มิจฉาชีพอาจมาในคราบผู้ซื้อขายทั่วไป แต่ใช้บัญชีคนอื่น (บัญชีม้า) โอนเงินมาให้เรา เมื่อเราปล่อยเหรียญไปแล้ว เจ้าของบัญชีตัวจริงอาจไปแจ้งความว่า ถูกหลอกโอนเงิน ทำให้บัญชีธนาคารของเราถูกอายัดเพราะเข้าไปพัวพันกับเส้นทางการเงินสีเทา

เช็คให้ชัวร์ก่อนโอน ทำตาม 4 ขั้นตอนนี้รอดแน่นอน !

ก่อนจะโอนเงินหรือส่งคริปโตให้ใคร ให้หยุดคิดและตรวจสอบด้วยเครื่องมือเหล่านี้ก่อน

ขั้นตอนที่ 1) เช็คใบอนุญาตด้วย SEC Check First: อย่าเพิ่งเชื่อคำชักชวนลงทุน ให้เอาชื่อบริษัทหรือแพลตฟอร์มไปค้นหาในแอปพลิเคชัน SEC Check First หรือเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. (sec.or.th) ถ้าไม่มีชื่อในระบบ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็น “มิจฉาชีพ”

ขั้นตอนที่ 2) ตรวจสอบบัญชีคนโกง: ก่อนโอนเงินบาทเข้าบัญชีคู่ค้า P2P หรือคนแปลกหน้า ให้นำ “ชื่อ-นามสกุล” และ “เลขบัญชี” ไปค้นหาในเว็บไซต์ chaladohn.com (ฉลาดโอน) เพื่อดูประวัติการร้องเรียน

ขั้นตอนที่ 3) สแกนลิงก์และเบอร์โทรด้วย Whoscall: ติดตั้งแอป Whoscall ไว้บนมือถือ ฟีเจอร์ใหม่สามารถช่วยสแกน URL ลิงก์อันตราย และระบุเบอร์โทรที่โทรเข้ามาได้ว่าเป็นมิจฉาชีพหรือไม่

ขั้นตอนที่ 4) จับผิด Deepfake ด้วยตาเปล่า: หากมีคนวิดีโอคอลมาขอเงิน ให้ลองบอกให้เขา “เอามือปัดผ่านหน้า” หรือ “หันหน้าซ้าย-ขวาเร็วๆ” ถ้าเป็น AI ภาพจะกระตุกหรือใบหน้าจะเบี้ยวทันที

แม้ในวงการคริปโตจะมีโอกาสทำกำไรสูง แต่ก็เป็นบ่อเงินบ่อทองของมิจฉาชีพเช่นกัน การมีสติและรู้จักใช้เครื่องมือตรวจสอบที่ถูกต้องคือ เกราะป้องกันที่ดีที่สุด หากใครพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา: สำนักงาน ก.ล.ต., ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน

Sorumluluk Reddi: Bu platformda yeniden yayınlanan tüm makaleler, kamu ağlarından kaynaklanmaktadır ve yalnızca sektör bilgilerini yayma amacı taşımaktadır. BTCC'nin herhangi bir resmi tutumunu temsil etmez. Tüm fikri mülkiyet hakları asıl yazarlarına aittir. Herhangi bir içeriğin haklarınızı ihlal ettiğine veya telif hakkı ihlali şüphesi olduğuna inanıyorsanız, lütfen [email protected] adresi üzerinden bizimle iletişime geçin. Konuyu derhal ve ilgili yasalara uygun olarak ele alacağız.