เทรนด์ใหม่คนรวยเอเชีย! 6 ใน 10 เศรษฐีหันมาถือคริปโตเพิ่มสวนกระแสตลาดผันผวน
เศรษฐีเอเชียกำลังวางเดิมพันใหม่—และมันไม่ได้อยู่ในหุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์แบบเดิมๆ
รายงานล่าสุดเผยให้เห็นเทรนด์ที่น่าตกใจ: 6 ใน 10 ของมหาเศรษฐีในภูมิภาคนี้กำลังเพิ่มสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างแข็งขัน พวกเขากำลังสะสมบิตคอยน์, อีเธอเรียม และเหรียญชั้นนำอื่นๆ ในช่วงที่ตลาดสั่นคลอน
ทำไมถึงซื้อตอนนี้?
กลยุทธ์ดูขัดกับสามัญสำนึก: ซื้อเมื่อคนอื่นกลัว สำหรับนักลงทุนกลุ่มนี้ ความผันผวนไม่ใช่ภัยคุกคาม—มันคือโอกาส ความไม่แน่นอนของตลาดดั้งเดิมและอัตราดอกเบี้ยที่พุ่งสูง กลับทำให้คริปโตดูเหมือนทางเลือกที่ 'เสถียร' ขึ้นมาเสียอย่างนั้น (พูดแบบเหน็บแนมหน่อย: เมื่อพันธบัตรรัฐบาลให้ผลตอบแทนเหมือนการฝากเงินในยุคทอง ใครๆ ก็หันไปมองสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น)
ไม่ใช่แค่เก็งกำไรระยะสั้น
การเพิ่มสัดส่วนนี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนมุมมองระยะยาว สินทรัพย์ดิจิทัลกำลังถูกมองว่าเป็น 'การประกันความเสี่ยง' ต่อระบบการเงินแบบเก่า และเป็นสะพานสู่ระบบเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่กำลังก่อตัว พอร์ตโฟลิโอของเศรษฐียุคใหม่จึงไม่สมบูรณ์หากขาดส่วนนี้
สัญญาณเตือนหรือโอกาสทอง?
การเคลื่อนไหวของ 'สมาร์ทมันนีย์' กลุ่มนี้เป็นตัวบ่งชี้ที่น่าจับตามองเสมอ พวกเขาไม่ได้ซื้อเพราะความตื่นเต้นชั่ววูบ แต่เพราะเห็นแนวโน้มโครงสร้างที่คนทั่วไปอาจยังมองไม่เห็น ในขณะที่สื่อยังคงพูดถึงความเสี่ยงและความผันผวน ผู้ที่อยู่แนวหน้าของการเงินกำลังจัดสรรทรัพยากรใหม่—และคริปโตกำลังได้ส่วนแบ่งที่มากขึ้นเรื่อยๆ
แล้วคุณล่ะ? ยังมองว่าคริปโตเป็นแค่ความผันผวน หรือเริ่มเห็นมันเป็นตัวแปรสำคัญในสมการความมั่งคั่งแห่งอนาคตแล้ว?
คนรวยลงทุนอะไรกันบ้าง?
รายงานเปิดเผยว่ากว่า 80% ของเศรษฐีผู้ที่ลงทุนในคริปโตเลือกลงทุนในโปรโตคอลใหญ่ๆ เช่น Bitcoin , Ethereum และ Solana โดยสาเหตุสำคัญที่พวกเขาเลือกลงทุนเป็นเรื่องของการกระจานความเสี่ยงของพอร์ต ซึ่งคิดเป็น 56% ของผู้ร่วมวิจัย
Gerald Goh ผู้ร่วมก่อตั้ง Sygnum ชี้ให้เห็นว่า แม้สินทรัพย์ดิจิทัลจะยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนในระยะสั้น แต่กลับมีอัตราการยอมรับที่รวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในหมู่นักลงทุน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยพื้นฐานของคริปโทเคอร์เรนซีได้เปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงสินทรัพย์สำหรับเก็งกำไร ไปสู่การเป็นสินทรัพย์ระดับสถาบันการเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในปัจจุบัน นักลงทุนไม่ได้เข้ามาในตลาดเพียงเพื่อแสวงหาผลกำไรระยะสั้นเหมือนในช่วงปี 2017 อีกต่อไป แต่มองไปที่วิสัยทัศน์การลงทุนระยะยาวระดับ 10-20 ปีแทน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงมุมมองและพฤติกรรมของนักลงทุนกลุ่มนี้เอง คือเครื่องยืนยันสำคัญว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเติบโตอย่างยั่งยืน
ที่มา : Cointelegraph
ลิงก์ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- งานวิจัยใหม่เผย คนญี่ปุ่นเริ่มถอยออกจากวงการคริปโต แต่ไม่ใช่เพราะกลัวความผันผวน