Claude-ChatGPT AI ชั้นนำกวาดเงินกว่า 550 ล้านดอลลาร์จากช่องโหว่ Smart Contract บนบล็อกเชน
ปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้าตัดวงจรความปลอดภัยดิจิทัล—และกวาดรายได้มหาศาลจากจุดอ่อนที่มนุษย์มองไม่เห็น
เมื่อโค้ดกลายเป็นเหมืองทอง
ระบบอัตโนมัติไม่เพียงแค่สแกนช่องโหว่แต่แปลงช่องโหว่เป็นกระแสเงินสดทันที กระบวนการที่เคยใช้เวลาหลายสัปดาห์ลดเหลือไม่กี่วินาที—และกำไรพุ่งสูงกว่า 550 ล้านดอลลาร์
ความได้เปรียบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
เครื่องมือเหล่านี้ทำงานในระดับไมโครที่มนุษย์ตามไม่ทัน วิเคราะห์โครงสร้างสัญญาอัจฉริยะชั้นละเอียด ระบุจุดบกพร่องก่อนที่นักพัฒนาจะรู้ตัว—แล้วดำเนินการแทรกแซงก่อนใคร
กำไรจากความโปร่งใส
บล็อกเชนเปิดเผยทุกการเคลื่อนไหว แต่กลับสร้างโอกาสให้ระบบ AI แสวงหาประโยชน์จากข้อมูลนั้นโดยตรง การเข้าถึงแบบเรียลไทม์เปลี่ยนการวิเคราะห์เชิงรับให้กลายเป็นปฏิบัติการเชิงรุกที่สร้างรายได้
อนาคตของการรักษาความปลอดภัย—หรือการแสวงหาผลประโยชน์?
เส้นแบ่งระหว่างการทดสอบความปลอดภัยกับการแสวงหาผลประโยชน์เริ่มเลือนราง เมื่อเครื่องมือเดียวกันสามารถใช้ป้องกันหรือโจมตีได้—ขึ้นอยู่กับว่าใครจ่ายค่าซอฟต์แวร์ และในตลาดที่กำไร 550 ล้านดอลลาร์พูดเสียงดังกว่าหลักจริยธรรมใดๆ มันก็แค่การจัดการความเสี่ยงแบบใหม่… ที่ให้ผลตอบแทนสูงเป็นประวัติการณ์
ยิ่งไปกว่านั้น การทดสอบเชิงรุกกับ Smart Contract ใหม่ 2,849 สัญญา ที่ไม่เคยพบช่องโหว่มาก่อน พบว่า Sonnet 4.5 และ GPT-5 สามารถค้นพบช่องโหว่ zero-day ใหม่ได้ 2 จุด พร้อมจำลองการโจมตีที่มีมูลค่า 3,694 ดอลลาร์ ซึ่ง GPT-5 ใช้ต้นทุน API เพียง 3,476 ดอลลาร์เท่านั้น นี่ถือเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่า “การโจมตีจาก AI ที่ทำกำไรได้ในโลกจริงนั้น เป็นไปได้แล้วในทางเทคนิค”
ข้อมูลยังระบุว่า ความสามารถทำเงินจากการโจมตีของโมเดล AI ชั้นนำเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุก ๆ 1.3 เดือน โดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของการโจมตี แต่ขึ้นกับจำนวนสินทรัพย์ที่สัญญาถืออยู่เป็นหลัก ยิ่งมีเงินในสัญญามาก ก็ยิ่งกลายเป็นเป้าหมายล่อตา AI มากขึ้นเท่านั้น
แม้การทดสอบทั้งหมดจะเกิดขึ้นในระบบจำลองเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายจริง แต่ผลลัพธ์ครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนชัดเจนว่า โลกคริปโตต้องเร่งพัฒนาการป้องกัน เพราะในขณะที่นักพัฒนากำลังหาวิธีใช้ AI เพื่อรักษาความปลอดภัย ฝั่งผู้โจมตีก็สามารถใช้ AI เพื่อหาเงินแบบอัตโนมัติได้เช่นเดียวกัน
SCONE-bench จึงถูกปล่อยออกมาเพื่อช่วยนักพัฒนาใช้ตรวจสอบความปลอดภัยของสัญญาก่อนนำไปใช้งานจริง ลดโอกาสเกิดเหตุซ้ำรอยกับโปรโตคอลอย่าง Balancer ที่เคยถูกแฮ็กไปกว่า 120 ล้านดอลลาร์ในปลายปี 2025
งานวิจัยนี้ ไม่เพียงเปิดเผยความเสี่ยงใหม่ แต่ยังประกาศให้เห็นถึงยุคใหม่ของวงการบล็อกเชน ยุคที่ AI สามารถแฮ็ก สแกนหาเงิน และสร้างรายได้ด้วยตัวเองได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งทุกโปรเจกต์จำเป็นต้องเตรียมรับมือก่อนมันจะเกิดขึ้นบนบล็อกเชนของจริง
ที่มา:red.antropic