ธนารักษ์จับมือกรุงไทย-ธอส. ปรับโฉมระบบประเมินราคาที่ดินทั้งประเทศ เริ่มปี 2570
การยกระดับครั้งใหญ่กำลังมา—ระบบประเมินราคาที่ดินแบบเดิมกำลังจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีใหม่
เริ่มปี 2570 เป็นต้นไป เตรียมพบกับมาตรฐานการประเมินที่ ''ทันสมัย'' และ ''โปร่งใส'' แบบที่หน่วยงานรัฐชอบอ้าง...แต่คราวนี้ดูจะจริงจัง
ส่วนหนึ่งของแผนปฏิรูปที่ดินระดับชาติ—หรือแค่การสร้างภาพก่อนเลือกเทศ? อยู่ที่ว่าคุณเชื่อในคำสัญญาของรัฐแค่ไหน
“ความร่วมมือในครั้งนี้จะปูรากฐานไปสู่ระบบราคาประเมินกลางระดับชาติ ที่สามารถสะท้อนราคาตลาดอย่างแท้จริงภายในปี 2570″ รมช.คลัง กล่าว
ภายใต้บันทึกข้อตกลง กรมธนารักษ์ ร่วมกับ ธ.กรุงไทย และ ธอส. จะร่วมมือกันแลกเปลี่ยน เชื่อมโยง และบูรณาการข้อมูลร่วมกัน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า การลงนาม MOU ในครั้งนี้การยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการภาครัฐในการประเมินราคาที่ดินให้มีความแม่นยำ โปร่งใส และช่วยลดขั้นตอนในการสืบค้นราคาประเมิน อีกทั้งภาคธนาคารก็จะมีฐานข้อมูลที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้การพิจารณาสินเชื่อด้านที่อยู่อาศัย และภายใต้บันทึกข้อตกลงนี้ กรมธนารักษ์จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลให้ทั้งสองหน่วยนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบในการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ยื่นขอสินเชื่อ ดังนี้
1.บัญชีราคาประเมินทรัพย์สิน ประกอบด้วย บัญชีราคาประเมินที่ดิน บัญชีราคาประเมินห้องชุด และบัญชีราคาประเมินสิ่งปลูกสร้าง
2.ข้อมูลหน่วยที่ดิน ประกอบด้วยชื่อหน่วยที่ดิน ความลึกมาตรฐาน (เมตร) และราคาประเมินที่ดินรายหน่วยที่ดิน (บาทต่อตารางวา)
ในส่วนของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์จะแลกเปลี่ยนข้อมูลให้กรมธนารักษ์นำไปใช้เป็นข้อมูลในการสอบทานข้อมูลราคาซื้อขายจดทะเบียนเพื่อใช้ในการกำหนดราคาประเมินที่ดินรายหน่วยที่ดิน ดังนี้
1.ข้อมูลราคาประเมินสินเชื่อของอสังหาริมทรัพย์ที่นำมาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ประกอบด้วย ที่ดิน
สิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด
2.ข้อมูลราคาตลาดแปลงที่นำมาใช้ประกอบการประเมินราคาหลักทรัพย์ ประกอบด้วย ที่ดิน และห้องชุด
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ของประเทศให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับบริบทของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ และจะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ ที่เกิดจากการขาดฐานข้อมูลครบถ้วนรอบด้านและเป็นปัจจุบัน
โดยก่อให้เกิดประโยชน์ต่อหลายภาคส่วน ทั้งการตรวจสอบทรัพย์สิน คุณภาพลูกหนี้ ด้วยต้นทุนที่ลดลง ช่วยลดความเสี่ยง และสามารถช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ทำให้ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง ด้วยข้อมูลกลางที่ได้มาตรฐาน
โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้คนไทยทุกคนเข้าถึงบริการด้านการเงินและการลงทุนอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และลดความเหลื่อมล้ำ (Financial Inclusion) ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมไปถึง SME ที่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ด้วยการประเมินหลักทรัพย์ค้ำประกันที่แม่นยำและรวดเร็ว ทำให้เกิดเป็นการบูรณาการแบบองค์รวม
นายวิทยา แสนภักดี รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานปรับโครงสร้างหนี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า
ในการร่วมมือกับกรมธนารักษ์ จัดทำ“โครงการความร่วมมือว่าด้วยการ บูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านประเมินราคาทรัพย์สิน” นับเป็นก้าวสำคัญที่หน่วยงานภาครัฐสามารถใช้ประโยชน์ของข้อมูลด้านประเมินราคาทรัพย์สิน
ตลอดจนการแลกเปลี่ยน เชื่อมโยง และบูรณาการข้อมูลร่วมกัน นำไปสู่การให้บริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคาร ที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และทำให้การประเมินราคาทรัพย์สินเป็นไปอย่างแม่นยำ ที่ถือเป็นกระบวนการสำคัญของการให้บริการสินเชื่อของ ธอส. ตามเป้าหมายได้อย่างยั่งยืนในการ “ทำให้คนไทยมีบ้าน”
อ่านข่าวต้นฉบับ: ธนารักษ์ ผนึก กรุงไทย-ธอส. ยกระดับระบบประเมินราคาที่ดินประเทศ เริ่มปี’70