BTCC / BTCC Square / InfoquestTH /
ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยยัน! ใช้งบแปรญัตติสร้าง ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ

ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยยัน! ใช้งบแปรญัตติสร้าง ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ

Published:
2025-06-10 23:15:51
19
1

เมื่อพูดถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยคริปโต—รัฐบาลนี้ไม่กลัวที่จะเดินหน้าหมดแม้ต้องใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย

นักกฎหมายพรรคเพื่อไทยเผยข้อมูลร้อน: การจัดสรรงบประมาณแบบแปรญัตติเพื่อโครงการเงินดิจิทัลประชาชน ไม่ได้ขัดกับรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด

ทั้งวงการคริปโตจับตาการเคลื่อนไหวครั้งนี้—เพราะนี่อาจเป็นตัวอย่างแรกของโลกที่รัฐบาลใช้กลไกทางกฎหมายเลี่ยงกระบวนการปกติเพื่อผลักดันสกุลเงินดิจิทัลแห่งชาติ

แถมท้ายด้วยเกร็ดเสียดสีวงการ: ‘ถ้ารัฐบาลทำ ICO ได้ นี่คงเป็นเหรียญแรกที่มูลค่าถูกกำหนดโดยนักการเมืองแทนที่จะเป็นตลาด’

จากกรณีที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติรับคำร้องกล่าวหา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และพวก จัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคหนึ่งและวรรคสอง เนื่องจากมีการนำงบประมาณบางส่วนไปใช้ดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต นั้น

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นมือกฎหมายของรัฐบาล ชี้แจงว่าการนำงบประมาณที่ กมธ.ปรับลดจำนวน 35,000 ล้านบาท ไปใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ (โครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต) ไม่เข้าข่ายข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ที่เป็นการห้ามแปรญัตติปรับลด หรือตัดทอนรายการเงินส่งใช้ต้นเงินกู้ ดอกเบี้ยเงินกู้ และเงินที่กำหนดให้จ่ายตามกฎหมาย

“รายการทั้ง 3 นี้ เรียกว่ารายการงบประมาณเพื่อชำระหนี้ภาครัฐ เป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน และหนี้ของรัฐวิสาหกิจ รวม 7 หน่วยงาน เป็นหนี้สาธารณะ ที่บังคับให้รัฐต้องตั้งงบประมาณชดใช้ทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลังของประเทศ จะเอาแต่กู้ แต่ไม่ใช้คืน ประเทศก็จะล้มละลาย รายการทั้ง 3 นี้ จึงห้ามกรรมาธิการปรับลดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคแรก” นายชูศักดิ์ ระบุ

สำหรับรายการส่วนที่ปรับลดไป 35,000 ล้านบาท เป็นงบประมาณในส่วนที่กระทรวงการคลัง และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 5 แห่งได้ทบทวนงบประมาณในส่วนที่สามารถชะลอการดำเนินการได้ และเป็นงบประมาณในส่วนของการชดเชยค่าใช้จ่าย หรือการสูญเสียรายได้ของหน่วยงานของรัฐ อันเกิดจากโครงการของรัฐบาล ซึ่งรัฐต้องรับภาระชดเชยให้ โดยสามารถที่จะมียอดค้างได้ทั้งหมดรวมกันไม่เกิน 32% ของงบประมาณแผ่นดิน ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐกำหนด

“งบประมาณ 35,000 ล้านบาท ที่นำไปใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ตตามที่มีการร้องเรียนนั้น จึงมิใช่งบประมาณชำระหนี้ภาครัฐที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ห้ามแตะต้องแต่อย่างใด เท่าที่ตรวจสอบดู การแปรญัตติตอนจัดทำงบประมาณปี 2565 ก็ดำเนินการทำนองนี้เช่นกัน” นายชูศักดิ์ กล่าว

พร้อมระบุว่า หลักการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคหนึ่งมีมานานแล้ว สาระสำคัญคือ ห้าม สส.แปรญัตติรายจ่ายตามที่มีข้อผูกพัน มีหลักการสำคัญที่ไม่ให้ฝายนิติบัญญัติเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมรายจ่ายในโครงการที่มิได้เสนอโดยฝ่ายบริหาร ส่วนหลักการตามมาตรา 144 วรรคสอง มีมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี 2540, ปี 2550 เพียงแต่รัฐธรรมนูญ ปี 2560 เพิ่มมาตรการที่เข้มข้นขึ้นตามที่มีความพยายามร้องเรียนจะให้ ครม. สส. สว. ทั้งสภาฯ สิ้นสุดสมาชิกภาพ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มิ.ย. 68)

Tags: ชูศักดิ์ ศิรินิล, ดิจิทัลวอลเล็ต, นายกรัฐมนตรี, ป.ป.ช., รัฐธรรมนูญ, รัฐบาล, แพทองธาร ชินวัตร

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน