ก.ล.ต. เผยสถิติช็อก! ’สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน’ เดือนกันยายน 68 พุ่งเกือบเท่าตัว - สัญญาณประชาชนขาดที่ปรึกษาการเงินที่น่าเชื่อถือ
ตัวเลขที่ออกมาจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทำให้นักวิเคราะห์ต้องตกใจ - สายด่วนรับแจ้งเหตุการหลอกลวงลงทุนในเดือนกันยายนปี 68 พุ่งสูงเกือบสองเท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ความต้องการคำปรึกษาทางการเงินที่แท้จริง
สถิติที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าประชาชนไทยกำลังหาที่พึ่งทางการเงินมากขึ้น แต่กลับต้องเผชิญกับเครือข่ายหลอกลวงที่ฉกฉวยโอกาสจากความไม่รู้
ตลาดมืดแห่งโอกาสที่สูญเสีย
ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากกำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้จากตลาดการเงินดิจิทัล ผู้ไม่หวังดีก็ใช้ช่องว่างนี้สร้างรายได้จากความหวังของประชาชน - เหมือนกับวอลล์สตรีทที่ขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้กับคนที่เข้าใจน้อยที่สุด
การป้องกันคืออาวุธที่ดีที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ประชาชนแสวงหาความรู้ทางการเงินอย่างจริงจังและตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ เพราะในโลกที่ข้อมูลข่าวสารไหลเวียนอย่างรวดเร็ว ความรู้คือเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด
ก.ล.ต. เปิดเผยสถิติการรับแจ้งเบาะแสและให้คำปรึกษาเรื่องภัยหลอกลงทุนผ่าน “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” ในเดือนกันยายน 2568 เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากเดือนสิงหาคม 2568 ส่วนใหญ่เป็นการให้คำปรึกษา สะท้อนปัญหาภัยหลอกลงทุนยังคุกคามประชาชนต่อเนื่องและประชาชนต้องการรับคำปรึกษามากขึ้นเพื่อความมั่นใจในการลงทุน พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังภัยหลอกลงทุน หากไม่แน่ใจ ปรึกษาก่อนได้ โทร 1207 กด 22
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยสถิติการดำเนินการของ “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” ในเดือนกันยายน 2568 ได้รับแจ้งเบาะแสและให้คำปรึกษาแก่ประชาชนรวม 1,500 ครั้ง เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2568 ส่วนใหญ่เป็นการให้คำปรึกษา สะท้อนปัญหาภัยหลอกลงทุนยังคุกคามประชาชนต่อเนื่องและประชาชนต้องการรับคำปรึกษามากขึ้น เพื่อความมั่นใจในการลงทุนหรือเมื่อตกเป็นเหยื่อไปแล้ว รวมทั้งได้ประสานงานกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์เพื่อปิดกั้นบัญชีที่เข้าข่ายหลอกลวงลงทุน พร้อมเตือนประชาชนระวังการแอบอ้างหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ก.ล.ต. บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงการชวนลงทุนผ่านระบบซื้อขายหลักทรัพย์นอกตลาดหลักทรัพย์
ทั้งนี้ ข้อมูลการรับแจ้งเบาะแสและการให้คำปรึกษาในช่วงที่ผ่านมาถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ ก.ล.ต. จะนำมาใช้วางแนวทางยกระดับบทบาทของ “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” ของศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของ ก.ล.ต. ในเชิงรุกด้านการเป็นผู้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการป้องกันภัยหลอกลงทุน เพื่อช่วยให้ประชาชนตรวจสอบก่อนตัดสินใจลงทุนเมื่อไม่มั่นใจ ได้อย่างรอบด้านยิ่งขึ้น
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก ก.ล.ต. กล่าวว่า “ความเสียหายจากปัญหาภัยหลอกลงทุนที่ ก.ล.ต. ได้รับแจ้งเบาะแสที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มาจากการหลอกลวงผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย โดยหลอกลงทุนทั้งในหุ้น กองทุน หรือแม้แต่สินทรัพย์ดิจิทัลอย่างคริปโท และการแอบอ้างหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ ยังพบการชักชวนลงทุนโดยแอบอ้างว่าเป็นการลงทุนผ่านระบบซื้อขายหลักทรัพย์นอกตลาดหลักทรัพย์ จึงขอย้ำให้ประชาชนระมัดระวังการชักชวนลงทุนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจลงทุน หากไม่แน่ใจ โทรปรึกษาก่อนได้ที่สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน โทร 1207 กด 22”
ทั้งนี้ หากพบการชักชวนลงทุนที่น่าสงสัย สามารถแจ้งผ่าน เว็บไซต์ ก.ล.ต. หรือ e-mail : [email protected] และสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้ให้บริการและผู้ที่ได้รับความเห็นชอบภายใต้การกำกับดูแล ก.ล.ต. ด้วยตัวเองได้ที่ เว็บไซต์ ก.ล.ต. หรือติดตั้งแอปพลิเคชัน SEC Check First เช็กก่อนเชื่อ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในการหลอกลวงลงทุนในตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล