BTCC / BTCC Square / mgronlineTH /
ฮ่องกงเปิดเกมรุก! ควบคุมเข้มบริษัทจดทะเบียนถือคริปโต - พร้อมปล่อยแคมเปญยักษ์ให้ความรู้นักลงทุน

ฮ่องกงเปิดเกมรุก! ควบคุมเข้มบริษัทจดทะเบียนถือคริปโต - พร้อมปล่อยแคมเปญยักษ์ให้ความรู้นักลงทุน

Published:
2025-10-30 17:18:35
5
2

ฮ่องกงดึงเบรกมือระเบียบการลงทุนดิจิทัล

ทางการฮ่องกงประกาศมาตรการใหม่ควบคุมบริษัทจดทะเบียนที่ถือสินทรัพย์คริปโตเคอร์เรนซี พร้อมเดินหน้าแคมเปญให้ความรู้ทางการเงินแก่นักลงทุนรายย่อย

หน่วยงานกำกับดูแลเตรียมออกแนวปฏิบัติเข้มงวดสำหรับบริษัทที่เปิดเผยการถือครองคริปโตในพอร์ตการลงทุน มาตรการนี้มาพร้อมกับแผนรณรงค์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าฮ่องกงต้องการสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมทางการเงินกับการปกป้องนักลงทุน - แม้บางคนอาจมองว่านี่คือการตามหลังตลาดที่วิ่งหนีไปไกลแล้ว

เพราะในโลกการเงิน ความระมัดระวังมักมาช้ากว่าความโลภเสมอ


คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ฯ ฮ่องกง (SFC) เตือนบริษัทที่ใช้ “คลังสินทรัพย์ดิจิทัล” บริหารเงินสดอาจมีราคาหุ้นสูงเกินจริง เสี่ยงกระทบผู้ลงทุนรายย่อย เตรียมเปิดแคมเปญให้ความรู้สาธารณะ และเข้มงวดการตรวจสอบบริษัทที่หันไปพึ่งพาคริปโตเป็นแกนหลักทางธุรกิจ

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และฟิวเจอร์สของฮ่องกง (SFC) เดินหน้าคุมเข้มบริษัทจดทะเบียนที่ถือครองหรือใช้ “คลังสินทรัพย์ดิจิทัล” (Digital Asset Treasury: DAT) หลังพบความเสี่ยงต่อเสถียรภาพตลาดทุน โดยเฉพาะบริษัทที่ราคาหุ้นอาจถูกขับเคลื่อนจากมูลค่าคริปโตมากกว่าผลประกอบการจริง

นายเคลวิน หว่อง ทินเยา (Kelvin Wong Tin-yau) ประธาน SFC เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวว่า หน่วยงานกำลังติดตามพฤติกรรมของบริษัทจดทะเบียนที่ใช้คริปโตในการบริหารสภาพคล่อง หรือปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อหันมาเป็นผู้ถือสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง พร้อมระบุว่า “SFC กังวลว่าราคาหุ้นของบริษัทที่มี DAT อาจซื้อขายในระดับพรีเมียมสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถือครอง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ลงทุน”

กรณีดังกล่าวคล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นในสหรัฐฯ ซึ่งหลายบริษัทที่ถือบิทคอยน์จำนวนมากมีราคาหุ้นพุ่งสูงกว่ามูลค่าทางบัญชีจริงหลายเท่า ส่งผลให้ตลาดเผชิญความผันผวนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อราคาเหรียญคริปโตพลิกกลับลง

SFC ชี้ว่า นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากในฮ่องกงยังไม่เข้าใจความเสี่ยงของกลยุทธ์ DAT อย่างถ่องแท้ โดยสำนักงานกำลังจัดทำโครงการ “ให้ความรู้ผู้ลงทุน” เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความผันผวนของสินทรัพย์ดิจิทัล และการประเมินมูลค่าหุ้นที่โยงกับเหรียญคริปโต

รายงานระบุว่า ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) ได้ปฏิเสธแผนปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัทอย่างน้อย 5 แห่งที่ต้องการเปลี่ยนแกนธุรกิจไปเป็น DAT โดยให้เหตุผลว่าอาจขัดต่อกฎระเบียบที่ห้ามบริษัทถือครองสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องในสัดส่วนสูงเกินไป

สถานการณ์นี้สอดคล้องกับท่าทีในประเทศอื่น เช่น อินเดียและออสเตรเลีย ที่มีแนวทางระมัดระวังต่อบริษัทที่มีสินทรัพย์คริปโตในงบดุลจำนวนมาก เพราะอาจทำให้การประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ผิดเพี้ยนจากรายได้จริง

ในสหรัฐฯ มีตัวอย่างชัดเจนว่า บริษัทที่ถือบิทคอยน์มหาศาล เช่น MicroStrategy เคยมีราคาหุ้นสูงเกินมูลค่าบิทคอยน์ที่ถืออยู่หลายเท่าตัวในช่วงตลาดกระทิง ก่อนจะร่วงแรงเมื่อราคาคริปโตปรับตัวลง สะท้อนความเชื่อมโยงที่ไม่มั่นคงระหว่างมูลค่าหุ้นกับสินทรัพย์ดิจิทัล

นักวิเคราะห์ชี้ว่า แนวคิด DAT ดึงดูดบริษัทเพราะเป็นทั้งช่องทางบริหารสภาพคล่องและสัญญาณทางการตลาดต่อผู้บริโภคยุคคริปโต ทว่าผู้กำกับดูแลกลับมองว่าการถือครองเหรียญในสัดส่วนสูงเกินไปอาจบิดเบือนการเปิดเผยข้อมูลทางบัญชี ทำให้การตีมูลค่ายุติธรรมซับซ้อนขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเก็งกำไรในตลาดทุน

เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทจดทะเบียนกลายเป็น “กองทุนคริปโตในคราบบริษัทมหาชน” หน่วยงานกำกับทั่วโลก รวมถึงสหรัฐฯ อินเดีย และออสเตรเลีย ต่างเริ่มเข้มงวดกฎเกณฑ์ต่อการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ฮ่องกงยังคงมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านการออกใบอนุญาตผู้ให้บริการและการเปิดตัวกองทุน ETF แบบ Spot Crypto เพื่อดึงดูดเม็ดเงินภายใต้กรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน

แต่ในอีกด้าน เจ้าหน้าที่ต้องการ “เส้นแบ่งที่ชัดเจน” ระหว่างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล กับบริษัทจดทะเบียนที่อาศัยการถือเหรียญเก็งกำไรเพื่อขับเคลื่อนมูลค่าหุ้น ซึ่งหากไม่ควบคุมอย่างรัดกุม อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของตลาดทุนฮ่องกงในระยะยาว.

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน

Sorumluluk Reddi: Bu platformda yeniden yayınlanan tüm makaleler, kamu ağlarından kaynaklanmaktadır ve yalnızca sektör bilgilerini yayma amacı taşımaktadır. BTCC'nin herhangi bir resmi tutumunu temsil etmez. Tüm fikri mülkiyet hakları asıl yazarlarına aittir. Herhangi bir içeriğin haklarınızı ihlal ettiğine veya telif hakkı ihlali şüphesi olduğuna inanıyorsanız, lütfen [email protected] adresi üzerinden bizimle iletişime geçin. Konuyu derhal ve ilgili yasalara uygun olarak ele alacağız.