BTCC / BTCC Square / mgronlineTH /
แอนท์ กรุ๊ป - JD.com ถอยทัพ ’สเตเบิลคอยน์ฮ่องกง’ หลังปักกิ่งเบรกด่วน หวั่นเอกชนแทรกแซงอำนาจการเงินรัฐ

แอนท์ กรุ๊ป - JD.com ถอยทัพ ’สเตเบิลคอยน์ฮ่องกง’ หลังปักกิ่งเบรกด่วน หวั่นเอกชนแทรกแซงอำนาจการเงินรัฐ

Published:
2025-10-20 17:20:30
4
1

ฮ่องกงสูญเสียโอกาสสำคัญในวงการคริปโตเคอร์เรนซี หลังแอนท์ กรุ๊ป และ JD.com ประกาศระงับแผนเปิดตัวสเตเบิลคอยน์ในเขตปกครองพิเศษ

ปักกิ่งกดเบรกฉุกเฉิน

ทางการจีนส่งสัญญาณเตือนชัดเจนว่าจะไม่ยอมให้บริษัทเอกชนเข้ามามีบทบาทในระบบการเงินของรัฐ แม้ฮ่องกงจะพยายามผลักดันตัวเองเป็นศูนย์กลางคริปโตของเอเชีย

สเตเบิลคอยน์สะดุด

การตัดสินใจครั้งนี้สร้างความสั่นสะเทือนให้ตลาดดิจิทัลแอสเซททั่วภูมิภาค นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่าฮ่องกงจะสามารถรักษาคำมั่นในการเป็นฮับคริปโตได้จริงหรือไม่

อนาคตที่คลุมเครือ

ขณะที่รัฐบาลกลางยังคงกำหนับเบ็ดเสร็จเหนือนโยบายการเงิน การถอยทัพของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจีนสองรายนี้สะท้อนให้เห็นว่าความพยายามใดๆ ในการท้าทายอำนาจของรัฐอาจต้องจบลงด้วยการพ่ายแพ้—เหมือนกับที่นักการเงินสายเก่าชอบพูดว่า 'คุณต่อกรกับธนาคารกลางไม่ได้'


สองยักษ์เทคโนโลยีจีน “Ant Group” และ “JD.com” ถูกสั่งชะลอแผนออกสเตเบิลคอยน์ในฮ่องกง หลังธนาคารกลางจีน (PBoC) และสำนักงานกำกับไซเบอร์ (CAC) ส่งสัญญาณชัด “สิทธิออกเงิน” ต้องอยู่ในมือรัฐเท่านั้น ไม่ใช่เอกชน ขณะที่แรงผลักดันของฮ่องกงสู่ศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลเริ่มสะดุดกลางทาง

สองบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน Ant Group และ JD.com ตัดสินใจ “พักโครงการออกสเตเบิลคอยน์” ในฮ่องกงชั่วคราว หลังได้รับสัญญาณเตือนแรงจากปักกิ่งว่า การออกเหรียญดิจิทัลที่มีลักษณะคล้ายเงินตรา อาจขัดต่อหลักอำนาจทางการเงินของรัฐ ซึ่งควรอยู่ในมือของรัฐบาลเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ ทั้งสองบริษัทได้แสดงความสนใจเข้าร่วมโครงการนำร่อง “โทเคนตรึงมูลค่ากับเงินตรา (Fiat-backed Token)” ของฮ่องกง โดย Ant Group เคยประกาศเตรียมยื่นขอใบอนุญาตออกสเตเบิลคอยน์ทันทีที่ระเบียบมีผลเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ขณะที่ JD.com เองก็อยู่ระหว่างผลักดันโครงการเหรียญตรึงค่าเงินหยวนในต่างประเทศผ่านฮ่องกง

ปักกิ่งชี้ชัด “สิทธิออกเงินอยู่ที่รัฐ” สกัดเอกชนขยายอำนาจการเงิน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนทิศอย่างฉับพลันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสื่อใหญ่ด้านการเงิน Financial Times รายงานว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากธนาคารกลางจีน (PBoC) และ สำนักงานบริหารไซเบอร์สเปซของจีน (CAC) ได้สั่งให้ทั้งสองบริษัท “ระงับหรือยุติ” การออกเหรียญตรึงค่าในฮ่องกง โดยให้เหตุผลว่าหากปล่อยให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เข้ามาออกเหรียญที่ทำหน้าที่เหมือนเงินตรา อาจบั่นทอนอำนาจของรัฐในการกำหนดนโยบายการเงินและควบคุมเสถียรภาพเศรษฐกิจ

หนึ่งในเจ้าหน้าที่เผยกับ FT ว่า หน่วยงานกำกับฯ มุ่งยืนยันหลักการสำคัญว่า “สิทธิออกเงินเป็นของรัฐเท่านั้น ไม่ใช่ของภาคเอกชน” ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางที่ปักกิ่งยึดมั่นมาตลอดในการควบคุมระบบการเงินระดับชาติ

ฮ่องกงผลักดันกฎสเตเบิลคอยน์ใหม่ แต่เจอแรงต้านจากแผ่นดินใหญ่

การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ หน่วยงานการเงินฮ่องกง (HKMA) เพิ่งเปิดตัวกรอบกำกับดูแลการออกสเตเบิลคอยน์ฉบับใหม่ ภายหลังสภานิติบัญญัติผ่านกฎหมายเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ออกเหรียญตรึงค่าเงินตราเข้ามาดำเนินธุรกิจภายใต้ใบอนุญาตและการตรวจสอบจากรัฐ

ในช่วงต้น โครงการดังกล่าวได้รับเสียงสนับสนุนบางส่วนจากเจ้าหน้าที่จีนแผ่นดินใหญ่ โดยมองว่า “เหรียญตรึงค่าเงินหยวนผ่านฮ่องกง” อาจเป็นช่องทางขยายอิทธิพลของสกุลเงินจีนในตลาดโลก และลดการพึ่งพาเหรียญที่ตรึงกับดอลลาร์สหรัฐ

แต่บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน เมื่อถึงปลายเดือนสิงหาคมโจว เซี่ยวฉวน (Zhou Xiaochuan) อดีตผู้ว่าการ PBoC ได้ออกมาเตือนในการประชุมลับว่า ควรระมัดระวังไม่ให้สเตเบิลคอยน์กลายเป็น “เครื่องมือเก็งกำไรหรือฉ้อโกง” พร้อมตั้งคำถามว่า เหรียญเหล่านี้มีคุณค่าจริงต่อระบบการชำระเงินของประชาชนหรือไม่

ศึกชิงสมดุล “เสรีภาพทางนวัตกรรม” ปะทะ “อำนาจทางการเงินของรัฐ”

หลังจากนั้น ปักกิ่งปรับท่าทีชัดเจน โดยหันมาให้ความสำคัญกับ “เสถียรภาพการเงินและอธิปไตยทางการเงิน” เหนือการเร่งนวัตกรรมในสินทรัพย์ดิจิทัล ส่งผลให้บริษัทเอกชนจีนที่มีความทะเยอทะยานในตลาดสเตเบิลคอยน์ต้อง “ถอยร่นชั่วคราว” เพื่อรอดูทิศทางจากส่วนกลาง

สำหรับ Ant Group และ JD.com การหยุดเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะอ่อนไหวเป็นพิเศษ เพราะทั้งสองเพิ่งประกาศแผนขอใบอนุญาตเมื่อเดือนมิถุนายน แต่เมื่อถึงกลางตุลาคม ก็ต้องชะลอทุกอย่างตามคำสั่งจากปักกิ่ง

 ฮ่องกงยังเดินหน้าสร้างศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัล แม้แรงกดดันถาโถม

แม้ฝั่งปักกิ่งจะเลือกแนวทาง “คุมเข้ม” แต่ฮ่องกงยังคงผลักดันเป้าหมายสู่การเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานกำกับดูแลเปิดรับคำขอใบอนุญาตเพิ่มเติม แต่ก็เตือนว่า “จะอนุมัติให้เฉพาะบริษัทที่ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดในระยะเริ่มต้นเท่านั้น”

ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า ปรากฏการณ์นี้สะท้อน “แรงดึงรั้งสองขั้ว” ระหว่างแนวคิดเปิดรับโลกการเงินใหม่ของฮ่องกง กับแนวทางอนุรักษนิยมของจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียในระยะยาว.

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน

Sorumluluk Reddi: Bu platformda yeniden yayınlanan tüm makaleler, kamu ağlarından kaynaklanmaktadır ve yalnızca sektör bilgilerini yayma amacı taşımaktadır. BTCC'nin herhangi bir resmi tutumunu temsil etmez. Tüm fikri mülkiyet hakları asıl yazarlarına aittir. Herhangi bir içeriğin haklarınızı ihlal ettiğine veya telif hakkı ihlali şüphesi olduğuna inanıyorsanız, lütfen [email protected] adresi üzerinden bizimle iletişime geçin. Konuyu derhal ve ilgili yasalara uygun olarak ele alacağız.