BTCC / BTCC Square / mgronlineTH /
อังกฤษเปิดแผนช็อค! ชดเชยเหยื่อฉ้อโกง 7.2 พันล้านบาท พร้อมตั้งคลังบิทคอยน์แห่งชาติครั้งแรก

อังกฤษเปิดแผนช็อค! ชดเชยเหยื่อฉ้อโกง 7.2 พันล้านบาท พร้อมตั้งคลังบิทคอยน์แห่งชาติครั้งแรก

Published:
2025-10-19 21:02:21
8
1

รัฐบาลอังกฤษปล่อยแผนปฏิวัติวงการ crypto - ชดเชยผู้เสียหายจากการฉ้อโกงมูลค่า 7.2 พันล้านบาท พร้อมประกาศตั้งคลังบิทคอยน์แห่งชาติ

มาตรการเยียวยาผู้เสียหาย

กองทุนชดเชยครอบคลุมผู้ลงทุนที่ถูกหลอกจากการลงทุน crypto scams ทุกรูปแบบ - จาก Ponzi schemes ไปจนถึง phishing attacks ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลของ FSA ได้โดยตรง

คลังบิทคอยน์แห่งชาติ

อังกฤษกลายเป็นชาติแรกในยุโรปที่จัดตั้งคลังสำรองบิทคอยน์อย่างเป็นทางการ - ขยับตำแหน่งจากผู้กำกับดูแลสู่ผู้เล่นในตลาดโดยตรง การเคลื่อนไหวนี้ส่งสัญญาณถึงการยอมรับ cryptocurrency ในระดับนโยบายชาติ

ธนาคารกลางอังกฤษเริ่มสะสมบิทคอยน์ผ่านกลไกการซื้อขายที่โปร่งใส - แต่ก็ยังทำให้เหล่านักเศรษฐศาสตร์สายเก่าพากันส่ายหัวเหมือนเห็นหนุ่มน้อยเล่นพนันกับเงินภาษี

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่ปกป้องนักลงทุน แต่ยังยกระดับอังกฤษสู่ศูนย์กลาง crypto ของโลก - พร้อมทั้งส่งข้อความชัดเจนถึงตลาดการเงินดั้งเดิม: อนาคตของการเงินกำลังเปลี่ยนผ่าน และพวกเขาตัดสินใจไม่ยืนดูเฉยๆ

หยาตี้ จาง (ซ้าย)  เช็ง ก๊ก ลิน (ขวา)
รัฐบาลสหราชอาณาจักรเดินหน้าเสนอชดเชยเหยื่อจีนกว่า 1.3 แสนรายจากคดีโกงลงทุน ขณะเดียวกันยังกันเหรียญบิทคอยน์ที่ยึดได้กว่า 5 พันล้านปอนด์ไว้ในมือรัฐ ขณะที่ราคาบิทคอยน์พุ่งกว่า 4 เท่านับจากปี 2561 กลายเป็นศึกผลประโยชน์ระหว่าง “เหยื่อ” และ “รัฐบาลผู้ยึดทรัพย์” ที่ทั่วโลกจับตา

ยึดของกลางมูลค่า 7.2 พันล้านดอลลาร์ คดีโกงลงทุนใหญ่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ

รัฐบาลอังกฤษเปิดเผยข้อเสนอการชดเชยเหยื่อคดีฉ้อโกงการลงทุนจากจีน ขณะเดียวกันเตรียมเก็บทรัพย์สินคริปโตส่วนใหญ่จากการยึดบิตคอยน์มูลค่ากว่า 5 พันล้านปอนด์ (7.2 พันล้านดอลลาร์) ที่ตำรวจยึดได้ในปี 2561 จากคดีหลอกลงทุนซับซ้อนระดับนานาชาติ

ระหว่างการพิจารณาที่ศาลสูงลอนดอนเมื่อวันพุธระบุว่า อัยการสูงสุดอังกฤษแจ้งต่อทนายเหยื่อว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาตั้ง “โครงการชดเชย” แม้ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด โดยศูนย์กลางของคดีนี้คือบิทคอยน์กว่า 61,000 BTC มูลค่าปัจจุบันราว 6.7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถูกยึดจากแมนชั่นหรูในย่านแฮมป์สเตด ทางเหนือของลอนดอน ถือเป็นการยึดสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายเหยื่อกว่า 130,000 รายจากจีน กำลังโต้แย้งว่า รัฐอังกฤษไม่ควรได้ประโยชน์จากความสูญเสียของพวกเขา

เบื้องหลัง “หยาตี้ จาง” ตัวแม่แห่งอาชญากรรมการลงทุนจีน

จื่อหมิน เชียน หรือชื่อปลอมว่า หยาตี้ จาง หญิงวัย 47 ปี คือผู้อยู่เบื้องหลังแผนฉ้อโกงที่หลอกนักลงทุนจีนระหว่างปี 2557 - 2560 เป็นเงินรวมกว่า 43,000 ล้านหยวน (6 พันล้านดอลลาร์) ก่อนหลบหนีมายังอังกฤษพร้อมเงินจำนวนมหาศาลที่ถูกแปลงเป็นบิทคอยน์

เธอและพรรคพวกชาวมาเลเซีย เช็ง ก๊ก ลิน เพิ่งรับสารภาพข้อหาฟอกเงินที่ศาล Southwark Crown Cour* เมื่อเดือนที่ผ่านมา และเตรียมรับโทษในเดือนพฤศจิกายนนี้

ตั้งแต่การยึดบิทคอยน์ในปี 2561 มูลค่าของเหรียญได้เพิ่มจาก 1.8 พันล้านดอลลาร์ เป็นกว่า 7.2 พันล้านดอลลาร์ ล่าสุดเจ้าหน้าที่อังกฤษสามารถเข้าถึงสินทรัพย์เพิ่มอีก 67 ล้านปอนด์ หลังจางยอมเปิดเผยรหัสกระเป๋าเงินและบัญชีคริปโตที่ซ่อนอยู่ในกางเกงวอร์มตอนถูกจับกุม

เสนอชดเชยเหยื่อ - แต่คดีโยงซับซ้อนสุดโต่ง

อัยการ มาร์ติน อีแวน เคซี ยืนยันต่อศาลว่า รัฐมีแผนสร้างกลไกชดเชยให้ผู้เสียหายอย่างเหมาะสม และจะดำเนินการคืนเงินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้บางส่วนไม่ได้เข้าร่วมกระบวนการทางกฎหมายในอังกฤษ

แต่ฝ่ายทนายความเหยื่อชี้ว่า การพิสูจน์ความเชื่อมโยงระหว่างเงินลงทุนของแต่ละรายกับบิทคอยน์ที่ยึดมาเป็นเรื่องซับซ้อนมาก โดยแจ๊ค ติง จากสำนักงาน Duan & Duan ซึ่งดูแลเหยื่อกว่า 10,000 ราย กล่าวว่า หลักฐานบางส่วนยังไม่เพียงพอที่จะชี้ชัดถึงเส้นทางเงินโดยตรง

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเตือนว่า แม้คดีนี้จะชนะ รัฐบาลก็มักคืนเฉพาะ “เงินต้นและดอกเบี้ยสมเหตุสมผล” ไม่ใช่มูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากราคาบิตคอยน์ ซึ่งพุ่งขึ้นกว่า 4 เท่านับจากปีที่ยึดทรัพย์

ผลทางเศรษฐกิจและการเมือง “บิทคอยน์ของรัฐ” จุดไฟดีเบตในลอนดอน

กองทรัพย์สินบิทคอยน์นี้ได้จุดความสนใจจากกระทรวงการคลังอังกฤษอย่างร้อนแรง แหล่งข่าวบางรายเผยว่า เจ้าหน้าที่บางคนมองว่าสินทรัพย์ดังกล่าวอาจช่วย โดยราเชล รีฟ รมว.คลังปิดช่องว่างงบประมาณที่คาดว่าจะสูงถึง 30 พันล้านปอนด์ภายในปี 2572

แต่ฝ่ายที่ระมัดระวังเตือนว่า การนำสินทรัพย์ที่ยังอยู่ในคดีมาใช้ประโยชน์ทางการคลังเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากสำนักงานความรับผิดชอบด้านงบประมาณ (OBR) ไม่สามารถนับรวมสินทรัพย์ยึดในประมาณการรายได้รัฐได้

ขณะเดียวกัน หน่วยงานรัฐยังต้องเผชิญความท้าทายทางเทคนิคในการขายบิทคอยน์จำนวนมหาศาลโดยไม่ทำให้ตลาดคริปโตผันผวน ซึ่งหากบริหารผิดพลาดอาจส่งผลกระทบเชิงระบบต่อราคาคริปโตทั่วโลก

สัญญาณเตือนต่อการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลโลก

คดีนี้ได้กลายเป็นเวทีถกเถียงระดับโลกว่ารัฐบาลควรจัดการกับสินทรัพย์ดิจิทัลที่ยึดได้อย่างไร ทั้งในด้านกฎหมาย เศรษฐกิจ และจริยธรรม โดยเฉพาะในยุคที่ “มูลค่าของเหรียญ” เติบโตเร็วกว่ากระบวนการยุติธรรม

การพิจารณาคดีริบทรัพย์ในเดือนกันยายน 2567 จะเป็นตัวชี้ขาดว่าเงินบิทคอยน์เหล่านี้จะไปอยู่ในมือใคร โดยศาลคาดว่าจะใช้เวลาถึง มกราคม 2569 ในการตัดสิน ซึ่งผลลัพธ์อาจสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับการร่วมมือระหว่างประเทศในการจัดการคดีฟอกเงินผ่านคริปโต

นอกจากนี้ ยังสะท้อนปัญหาความซับซ้อนของเหยื่อที่ส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้การตรวจสอบสิทธิ์และเอกสารยืนยันเป็นเรื่องยากยิ่งโดยคดีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงคดีฉ้อโกง แต่เป็น “บททดสอบ” ของระบบยุติธรรมการเงินโลกในยุคบิทคอยน์

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน

Sorumluluk Reddi: Bu platformda yeniden yayınlanan tüm makaleler, kamu ağlarından kaynaklanmaktadır ve yalnızca sektör bilgilerini yayma amacı taşımaktadır. BTCC'nin herhangi bir resmi tutumunu temsil etmez. Tüm fikri mülkiyet hakları asıl yazarlarına aittir. Herhangi bir içeriğin haklarınızı ihlal ettiğine veya telif hakkı ihlali şüphesi olduğuna inanıyorsanız, lütfen [email protected] adresi üzerinden bizimle iletişime geçin. Konuyu derhal ve ilgili yasalara uygun olarak ele alacağız.