UN ยกย่อง ‘บล็อกเชน’ เป็นสุดยอดเทคโนโลยีพิสูจน์ตัวตน หลังปฏิวัติระบบบำนาญสำเร็จ (2025)
- UNJSPF: ระบบบำนาญที่ใช้บล็อกเชนช่วยเหลือผู้รับบำนาญกว่า 70,000 คนใน 190 ประเทศ
- ประโยชน์หลักของบล็อกเชนในการพิสูจน์ตัวตน
- อนาคตของบล็อกเชนในภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศ
- คำถามที่พบบ่อย
สหประชาชาติ (UN) ได้ประกาศให้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็น "สุดยอดเทคโนโลยีสำหรับการพิสูจน์ตัวตนดิจิทัล" หลังจากที่ระบบบำนาญของ UN ประสบความสำเร็จในการนำบล็อกเชนมาใช้เพื่อปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบสิทธิ์และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยระบบดังกล่าวสามารถลดเวลาการประมวลผลจากหลายสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่นาที และช่วยลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกงได้อย่างมีนัยสำคัญ
UNJSPF: ระบบบำนาญที่ใช้บล็อกเชนช่วยเหลือผู้รับบำนาญกว่า 70,000 คนใน 190 ประเทศ
กองทุนบำนาญสหประชาชาติ (UNJSPF) ซึ่งดูแลผู้รับบำนาญกว่า 70,000 คนใน 190 ประเทศ ได้นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในการออก "ใบรับรองการมีชีวิตอยู่" (Certificate of Existence) แทนกระบวนการแบบเดิมที่ใช้กระดาาษและต้องมีการรับรองจากนายทะเบียน โดยระบบใหม่นี้ช่วยลดเวลาการประมวลผลจาก 3-4 สัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่นาที และสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการได้ถึง 70%
ในปี 2020-2021 UNJSPF ได้ร่วมมือกับ Hyperledger Foundation เพื่อพัฒนาระบบ "ใบรับรองสิทธิ์ดิจิทัล" (Digital Certificate of Entitlement) บนบล็อกเชน ซึ่งช่วยให้ผู้รับบำนาญสามารถยืนยันตัวตนและสิทธิ์ของตนได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการทางกระดาษที่ซับซ้อน
ประโยชน์หลักของบล็อกเชนในการพิสูจน์ตัวตน
บล็อกเชนได้รับการยอมรับจาก UN ว่าเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการพิสูจน์ตัวตนดิจิทัล เนื่องจากมีคุณสมบัติสำคัญหลายประการ:
- ความปลอดภัย: ข้อมูลบนบล็อกเชนไม่สามารถถูกแก้ไขหรือปลอมแปลงได้
- ความโปร่งใส: ทุกฝ่ายสามารถตรวจสอบธุรกรรมได้ แต่ไม่สามารถเห็นข้อมูลส่วนตัว
- ประสิทธิภาพ: ลดเวลาการประมวลผลจากสัปดาห์เหลือเพียงนาที
- ลดจุดล้มเหลวเดียว: ระบบกระจายศูนย์ช่วยลดความเสี่ยงจากการหยุดทำงานของระบบ
UN ระบุว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนช่วยแก้ปัญหา "จุดล้มเหลวเดียว" (Single-Point-of-Failure) ที่มีอยู่ในระบบเดิม และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับกระบวนการทั้งหมด
อนาคตของบล็อกเชนในภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศ
UN ได้ประกาศให้บล็อกเชนเป็น "สินค้า้าสาธารณะดิจิทัล" (Digital Public Good) และกำลังศึกษาการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในโครงการอื่นๆ ของ UN โดยเฉพาะในด้านการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน
ผู้เชี่ยวชาญจาก UNJSPF กล่าวว่า "บล็อกเชนไม่ใช่แค่เทคโนโลยีสำหรับคริปโตเคอร์เรนซีอีกต่อไป มันกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับบริการสาธารณะในยุคดิจิทัล"
ทั้งนี้ UN คาดว่าจะมีองค์กรระหว่างประเทศและรัฐบาลประเทศต่างๆ นำระบบคล้ายคลึงกันไปใช้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า
คำถามที่พบบ่อย
บล็อกเชนช่วยระบบบำนาญของ UN ได้อย่างไร?
บล็อกเชนช่วยลดเวลาการประมวลผลจากหลายสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่นาที ลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกง และเพิ่มความโปร่งใสในการตรวจสอบสิทธิ์
ผู้รับบำนาญต้องทำอะไรบ้างในระบบใหม่?
ผู้รับบำนาญเพียงแค่ยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ ปีละครั้ง แทนการส่งเอกสารทางไปรษณีย์
ระบบนี้ปลอดภัยแค่ไหน?
ระบบใช้การเข้ารหัสระดับสูงและเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ได้รับการยอมรับจาก UN ว่าเป็นหนึ่งในระบบที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการพิสูจน์ตัวตนดิจิทัล