ขาดดุลการค้าสหรัฐฯ ดิ่งต่ำสุดในรอบ 5 ปี! หลัง ‘ทรัมป์’ เดินหน้าสงครามกำแพงภาษีเต็มสูบ
- ขาดดุลการค้า้าสหรัฐฯ ลดลง 10% ในรอบ 5 ปี
- "สงครามการค้า" ของทรัมป์
- ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
- อนาคตของดุลการค้า้าสหรัฐฯ
สหรัฐอเมริกาพบกับภาวะขาดดุลการค้าที่ลดลงต่ำสุดในรอบ 5 ปี หลังจากที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันนโยบายกำแพงภาษีอย่างเต็มที่ สถานการณ์นี้ส่งผลให้ดุลการค้า้าของสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขาดดุลการค้า้าสหรัฐฯ ลดลง 10% ในรอบ 5 ปี
จากข้อมูลล่าสุดพบว่าดุลการค้า้าของสหรัฐอเมริกาลดลงถึง 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการปรับตัวที่ดีที่สุดในรอบ 5 ปี สาเหตุหลักมาจากนโยบายภาษีนำเข้าเข้าที่เข้มงวดมากขึ้นของรัฐบาลทรัมป์
ตัวเลขขาดดุลการค้าลดลงเหลือ 3.42 ล้านล้านดอลลาร์ จากเดิมที่อยู่ที่ 3.89 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2020 ซึ่งได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 การปรับตัวครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของสหรัฐฯ ในการลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ
"สงครามการค้า" ของทรัมป์
อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ดำเนินนโยบายการค้า้าที่เข้มงวดมาตลอดสมัยการปกครองของเขา โดยคาดการณ์ว่าว่าภายในปี 2025 สหรัฐฯ จะสามารถลดการขาดดุลการค้าได้ถึง 17% จากระดับในปี 2024
แบรด เ เซ็ตเซอร์ นักวิเคราะห์จาก Council on Foreign Relations ให้ความเห็นว่า "นโยบายของทรัมป์แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ชัดเจนในการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ"
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
การปรับตัวของดุลการค้าสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกับประเทศคู่ค้าหลักอย่างจีน ที่มีการส่งออกไปสหรัฐฯ ลดลงถึง 1.14 ล้านล้านดอลลาร์
ตั้งแต่ปี 2001 ที่จีนเข้าร่วมองค์การการค้าโลก (WTO) เป็นครั้งแรกที่จีนเผชิญกับการส่งออกที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐฯ เป็นหลัก
อนาคตของดุลการค้า้าสหรัฐฯ
นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าว่าการปรับตัวของดุลการค้า้าสหรัฐฯ ในครั้งนี้เป็น "จุดเปลี่ยนสำคัญ" ของระบบเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากนโยบายการค้า้าที่เข้มงวดมากขึ้นของสหรัฐฯ
ในระยะยาว คาดว่าว่าสหรัฐฯ จะสามารถลดการขาดดุลการค้าได้อีก 50% จากระดับปัจจุบัน หากนโยบายการค้าในปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง