BTCC / BTCC Square / InfoquestTH /
ทองคำนิวยอร์กร่วง $28.50 หลังดอลลาร์แข็งค่า—นักลงทุนจับตาภาษีแบบตาไม่กระพริบ

ทองคำนิวยอร์กร่วง $28.50 หลังดอลลาร์แข็งค่า—นักลงทุนจับตาภาษีแบบตาไม่กระพริบ

Published:
2025-05-30 20:33:19
20
1

ราคาทองคำในนิวยอร์กปิดตลาดร่วงลง $28.50 ตามแรงกดดันจากดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น

นักลงทุนจับตาการเคลื่อนไหวทางภาษีอย่างใกล้ชิด—เพราะนโยบายรัฐมักมาพร้อมกับค่าโง่ๆที่ต้องจ่าย

ตลาดยังคงสั่นคลอนจากความไม่แน่นอน แต่นักเก็งกำไรก็ยังไม่ยอมแพ้—พวกเขามองว่าทุกวิกฤตคือโอกาส...ที่จะเสียเงินมากขึ้น

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ (30 พ.ค.) เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ภาษีศุลกากรล่าสุดของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 28.50 ดอลลาร์ หรือ 0.85% ปิดที่ 3,315.40 ดอลลาร์/ออนซ์

ดัชนีดอลลาร์เพิ่มขึ้น 0.1% ซึ่งทำให้ทองคำมีราคาสูงขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น

ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำสั่งให้กลับมาใช้ภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อีกครั้งเมื่อวันพฤหัสบดี (29 พ.ค.) หลังจากศาลการค้าของสหรัฐฯ ตัดสินเมื่อวันพุธ (28 พ.ค.) ว่า ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขต และมีคำสั่งให้ระงับการใช้ภาษีนั้นทันที

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ทองคำกำลังปรับฐานจากระดับสูงสุด และเข้าสู่ช่วงพักตัว

นอกจากนี้ ราคาทองคำยังคงเผชิญแรงกดดันเล็กน้อย เพราะความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง แต่ท่าทีที่แข็งกร้าวของทรัมป์ที่อาจกลับมา จะช่วยหนุนราคาทองคำในระยะต่อไป

ในด้านข้อมูลเศรษฐกิจนั้น ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 2.2%

หลังข้อมูลนี้ออกมา นักลงทุนยังคงคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในการประชุมเดือนก.ย.

ทั้งนี้ ราคาทองคำซึ่งได้ประโยชน์จากภาวะดอกเบี้ยต่ำ และมักถูกใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนนั้น ได้พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3,500.05 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 พ.ค. 68)

Tags: ทองคำนิวยอร์ก, ราคาทองคำ, ราคาทองวันนี้

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน