BTCC / BTCC Square / InfoquestTH /
สหรัฐฯ ดึงเบรกวีซ่านักเรียนชั่วคราว พร้อมกวาดล้างตรวจสอบโซเชียลมีเดียแบบเข้มข้น

สหรัฐฯ ดึงเบรกวีซ่านักเรียนชั่วคราว พร้อมกวาดล้างตรวจสอบโซเชียลมีเดียแบบเข้มข้น

Published:
2025-05-27 23:56:27
20
2

มาตรการล่าสุดของสหรัฐฯ สะท้อนความพยายามควบคุมการเข้าเมืองผ่านเครื่องมือดิจิทัล - แม้จะดูขัดแย้งในยุคที่คริปโตกำลังทำลายแนวคิดเรื่องพรมแดนแห่งชาติ

นักวิเคราะห์มองว่าการคัดกรองโซเชียลมีเดียอาจเป็นแค่ภาพลวงตา เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากนโยบายวีซ่าที่ล้มเหลว... เหมือนที่ธนาคารกลางพยายามควบคุมเงินเฟ้อด้วยนโยบายล้าสมัย

สื่อท้องถิ่นรายงานโดยอ้างอิงเอกสารคำสั่งลงวันที่ 27 พ.ค. ซึ่งลงนามโดยมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า รัฐบาลได้มีคำสั่งให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯ ทั่วโลก ระงับการนัดสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนรายใหม่เป็นการชั่วคราว ขณะเตรียมพิจารณาบังคับใช้มาตรการตรวจสอบโซเชียลมีเดียกับผู้สมัครวีซ่านักเรียนทุกคนก่อนเดินทางเข้าศึกษาในสหรัฐฯ

เอกสารคำสั่งระบุว่า “มีผลทันที เพื่อเตรียมขยายมาตรการตรวจสอบและคัดกรองทางโซเชียลมีเดียที่จำเป็น สถานกงสุลไม่ควรเพิ่มการนัดหมายสัมภาษณ์สำหรับวีซ่านักเรียนและนักเรียนแลกเปลี่ยน จนกว่าจะได้รับคำแนะนำเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะออกมาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เริ่มใช้มาตรการตรวจสอบโซเชียลมีเดียบางส่วนแล้ว โดยมุ่งเป้าไปที่นักเรียนที่กลับเข้ามาศึกษาในประเทศอีกครั้ง และอาจเคยมีส่วนร่วมในการประท้วงต่อต้านปฏิบัติการของอิสราเอลในกาซา โดยมาตรการใหม่ที่กำลังจะประกาศนี้จึงถือเป็นการขยายขอบเขตอย่างมีนัยสำคัญจากแนวทางเดิม

การระงับนัดหมายชั่วคราวครั้งนี้อาจกระทบต่อนักศึกษาต่างชาติหลายพันคน และอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เร่งให้จำนวนนักศึกษาต่างชาติในสถาบันอุดมศึกษาของสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ยังใช้กฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อกดดันมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะสถาบันชั้นนำและมีแนวคิดเสรีนิยม เช่น มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยกล่าวหาว่าสถาบันเหล่านี้ปล่อยให้แนวคิดต่อต้านชาวยิวแพร่กระจายในแคมปัส นอกจากนี้ยังมีการปราบปรามการเข้าเมืองที่ส่งผลให้นักเรียนต่างชาติหลายคนถูกจับกุมด้วย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 68)

Tags: วีซ่านักเรียน, สหรัฐ

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน