BlackRock แจกจริง 3,000 ล้าน! พิสูจน์แล้ว “ถือคริปโตก็กินปันผลได้” ไม่ต้องเก็งกำไรอย่างเดียว
- BlackRock BUIDL: กองทุนโทเคนไนซ์แรกที่แจกปันผล 100 ล้านดอลลาร์
- ทำไม BUIDL จึงสำคัญสำหรับตลาดคริปโต?
- โทเคนไนซ์ฟันด์ vs สเตเบิลคอยน์: อะไรดีกว่ากัน?
- อนาคตของ BUIDL และตลาดโทเคนไนซ์
- คำถามที่พบบ่อย
BlackRock เปิดตัวกองทุนดิจิทัล BUIDL ที่สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการแจกปันผลกว่า 100 ล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีไม่ใช่แค่การเก็งกำไร แต่ยังสร้างรายได้ passive income ได้จริง มาดูกันว่าเหตุการณ์นี้ส่งสัญญาณอะไรให้ตลาดคริปโตในปี 2025
BlackRock BUIDL: กองทุนโทเคนไนซ์แรกที่แจกปันผล 100 ล้านดอลลาร์
BlackRock ผู้จัดการกองทุนรายใหญ่ที่สุดในโลก เปิดตัวกองทุน BUIDL (BlackRock USD Institutional Digital Liquidity Fund) ซึ่งเป็นกองทุนโทเคนไนซ์แรกที่สามารถแจกจ่ายปันผลให้กับนักลงทุนได้กว่า 100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,000 ล้านบาท) นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2024
กองทุนนี้ลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยเช่น Treasury Bills ของสหรัฐฯ และแปลงเป็นโทเคนบนบล็อกเชน Ethereum ทำให้ผู้ถือโทเคนสามารถรับปันผลแบบเรียลไทม์ผ่านระบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการแบบดั้งเดิมที่ซับซ้อน
Securitize บริษัทเทคโนโลยีการเงินที่ร่วมมือกับ BlackRock เปิดเผยว่าปันผลครั้งนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับนักลงทุนสถาบันเป็นอย่างมาก และคาดว่าจะมีเงินไหลเข้าสู่กองทุนเพิ่มขึ้นอีกในไตรมาสแรกของปี 2026
ทำไม BUIDL จึงสำคัญสำหรับตลาดคริปโต?
BUIDL ไม่เพียงแต่ทำงานบน Ethereum เท่านั้น แต่ยังขยายไปยังบล็อกเชนอื่นๆ เช่น Solana, Aptos, Avalanche และ Optimism ทำให้มีสภาพคล่องสูงและเข้าถึงนักลงทุนได้กว้างขึ้น
การมาของ BUIDL ส่งสัญญาณสำคัญ 3 ประการสำหรับตลาดคริปโตในปี 2025:
- สถาบันการเงินขนาดใหญ่เริ่มนำสินทรัพย์ดั้งเดิมเข้าสู่โลกคริปโตอย่างจริงจัง
- การลงทุนในคริปโตไม่จำกัดอยู่แค่การเก็งกำไร แต่สามารถสร้างรายได้ passive income ได้
- เทคโนโลยีบล็อกเชนเริ่มถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่ในระบบการเงินดั้งเดิม
ข้อมูลจาก CoinMarketCap แสดงให้เห็นว่าตลาดโทเคนไนซ์มีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 200% ในปี 2025 หลังการเปิดตัว BUIDL
โทเคนไนซ์ฟันด์ vs สเตเบิลคอยน์: อะไรดีกว่ากัน?
Teresa Ho นักวิเคราะห์จาก J.P. Morgan ให้ความเห็นว่าโทเคนไนซ์ฟันด์อย่าง BUIDL มีข้อได้เปรียบสำคัญเหนือสเตเบิลคอยน์:
| ลักษณะ | โทเคนไนซ์ฟันด์ | สเตเบิลคอยน์ |
|---|---|---|
| การรับรายได้ | ได้รับปันผล | ไม่มีปันผล |
| ความเสี่ยง | ต่ำกว่า เนื่องจากลงทุนในสินทรัพย์จริง | สูงกว่า ขึ้นกับความน่าเชื่อถือของผู้ออก |
| การใช้งาน | เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว | เหมาะสำหรับการซื้อขายระยะสั้น |
ธนาคารกลางสากล (BIS) ระบุในรายงานล่าสุดว่าโทเคนไนซ์ฟันด์อาจกลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงแต่ยังอยากได้ผลตอบแทน
อนาคตของ BUIDL และตลาดโทเคนไนซ์
BTCC ทีมนักวิเคราะห์มองว่า BUIDL จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2026 โดยคาดว่าจะมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการเพิ่มขึ้นอีก 40-50% จากระดับปัจจุบัน
ปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตนี้รวมถึง:
- ความต้องการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ให้ผลตอบแทนคงที่จากนักลงทุนสถาบัน
- การพัฒนาบล็อกเชนที่ทำให้ระบบโทเคนไนซ์มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
- การยอมรับจากหน่วยงานกำกับดูแลในหลายประเทศ
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซียังมีความเสี่ยง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย
BUIDL แตกต่างจากสเตเบิลคอยน์อย่างไร?
BUIDL เป็นโทเคนที่แสดงสิทธิ์ในกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์จริงและจ่ายปันผล ในขณะที่สเตเบิลคอยน์เป็นเพียงตัวแทนของสกุลเงินดั้งเดิมและไม่จ่ายปันผล
นักลงทุนรายย่อยสามารถลงทุนใน BUIDL ได้หรือไม่?
ปัจจุบัน BUIDL เปิดให้ลงทุนเฉพาะนักลงทุนสถาบัน แต่คาดว่าในอนาคตอันใกล้จะมีผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับนักลงทุนรายย่อยออกมา
ผลตอบแทนของ BUIDL เป็นอย่างไร?
ตั้งแต่เปิดตัวมา BUIDL ให้ผลตอบแทนประมาณ 4-5% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไปแต่ต่ำกว่าการลงทุนในคริปโตความเสี่ยงสูง