BTCC / BTCC Square / siamblockchainTH /
Microsoft ปล่อย ‘AI คุณหมอ’ ตรวจโรคแม่นยำกว่าแพทย์มนุษย์ 4 เท่า ราคาถูกกว่าค่ารักษาในโรงพยาบาล

Microsoft ปล่อย ‘AI คุณหมอ’ ตรวจโรคแม่นยำกว่าแพทย์มนุษย์ 4 เท่า ราคาถูกกว่าค่ารักษาในโรงพยาบาล

Published:
2025-07-02 04:29:17

ไมโครซอฟท์เผยโฉม AI แห่งวงการแพทย์—ระบบวินิจฉัยโรคที่ทำลายสถิติความแม่นยำของมนุษย์ แถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างน่าตกใจ

หมอ AI ตัวนี้ไม่เพียงแต่ทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำกว่ามนุษย์ 4 เท่า แต่ยังช่วยให้ผู้ป่วยประหยัดเงินได้มหาศาล เมื่อเทียบกับการเดินทางไปโรงพยาบาล

เทคโนโลยีนี้มาพร้อมกับคำถามใหญ่: เมื่อ AI เริ่มทำได้ดีกว่าแพทย์จริงๆ ระบบสาธารณสุขทั่วโลกจะปรับตัวอย่างไร? และที่สำคัญ—บริษัทประกันสุขภาพจะคิดค่าเบี้ยประกันแพงขึ้นหรือเปล่า เมื่อพวกเขาประหยัดค่ารักษาได้มากขึ้น?

AI ตัวนี้ทำงานอย่างไร

ระบบการทำงานของ MAI-DxO จะเหมือนกับการรวมตัวกันของเหล่าผู้เชี่ยวชาญหลายแขนงเข้ามาอยู่ในคอมพิวเตอร์ โดยระบบจะทำการประมวลเคสต่าง ๆ ผ่าน Sequential Diagnosis Benchmark หรือ  SDBench ที่เป็นการจำลองการทำงานของแพทย์จริง ๆ แทนที่จะเป็นการถามคำถามให้เลือกหลายคำตอบเหมือน AI test ตัวอื่น ๆ  ซึ่งภายในระบบดังกล่าวจะประกอบไปด้วย 

  • Dr.Hypothesis – ทำหน้าที่ วินิจฉัยสิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุดสามอันดับแรก โดยใช้ความน่าจะเป็นแบบ Bayesian
  • Dr. Test-Chooser – ทำหน้าที่เลือกการทดสอบเพื่อการวินิจฉัยได้สูงสุดสามรายการต่อรอบ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการได้มาซึ่งข้อมูลให้สูงสุด”
  • Dr. Challenger – ทำหน้าที่แย้งทฤษฏีของโมเดลก่อนหน้า ตั้งคำถามและหาหลักฐาน
  • Dr. Stewardship – ทำหน้าที่ ยับยั้งการใช้การทดสอบที่มีราคาสูงแต่มีค่าในการวินิจฉัยต่ำ
  • Dr. Checklist – ทำหน้าที่ตรวจทานความเป็นเหตุเป็นผลของการทดสอบ

พูดง่าย ๆ เลยก็คือ ระบบจะทำการจำลอง “สภาแพทย์” ขึ้นมาถกเถียงหาสาเหตุ ที่โมเดล AI แต่ละตัวจะทำหน้าที่ต่างกัน มีการเห็นด้วย มีการโต้แย้ง จนสรุปผลออกมาได้ในที่สุด 

ทั้งนี้ การใช้งาน AI ดังกล่าวก็ไม่ใช่ว่าจะฟรี แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายด้วยเช่นกัน โดยผลการทดสอบระบุว่า หนึ่งในเคสที่ MAI-DxO วินิจฉัยได้ถูกต้องเกิน 80% ใช้ค่าใช้จ่ายไปประมาณ $2,397 (77,835 บาท) ซึ่งถูกกว่าค่าใช้จ่ายจากการไปพบแพทย์จริง ๆ กว่า 20%

ขณะเดียวกัน ในเคสความถูกต้องระดับสูงสุดที่ 85.5% ใช้ค่าใช้จ่ายไปประมาณ $7,184 (233,207 บาท) ต่อเคส ซึ่งก็ยังถือว่าถูกกว่าโมเดล o3 ของ OpenAI ที่แพงกว่าและแม่นยำน้อยกว่า

นอกเหนือจากออปชันแบบดังกล่าวแล้ว ตัวของระบบยังมีโหมดอื่น ๆ อีกด้วยเช่นโหมด “คำตอบด่วนจี๋” ที่มีค่าใช้จ่ายแค่ $300 หรือเทียบเท่าการนัดแพทย์ตามปกติ แต่จะทำการวิเคราะห์จากข้อมูลพื้นฐานที่ได้รับมาเท่านั้น 

ถัดมาจะเป็นโหมด “ถามอย่างเดียว” ที่เปิดให้ผู้ใช้ถามได้โดยไม่ต้องนำข้อมูลไปทดสอบ ต่อมาจะเป็นโหมด “คุมงบ” ที่จะพยายามให้คำตอบที่ดีที่สุดตามงบที่มี แต่ถ้าหากเรื่องเงินไม่ใช้ปัญหาพวกเขาก็มี โหมดความแม่นยำสูง และโหมดไม่จำกัดงบให้เลือกใช้เช่นกัน

อนาคตการแพทย์

ปัจจุบัน Microsoft ได้รับรายงานว่า มีคำถามด้านสุขภาพกว่า 50 ล้านข้อเกิดขึ้นทุกวันทั่วโลก หากนับเฉพาะเพียงแค่ผลิตภัณฑ์ของ Bing และ Copilot ซึ่งคำถามก็มีตั้งแต่อาการปวดเข่าไปจนถึงอาการสาหัสที่ต้องเร่งรักษา ทำให้พวกเขาตัดสินใจเดินหน้าเข้ามายังอุตสหกรรมสุขภาพ

ทั้งนี้ การพัฒนา MAI-DxO เป็นเพียงแค่ก้าวแรก หรือจุดเริ่มต้นเท่านั้น โดย Microsoft พัฒนามันให้เป็นโมเดลแบบที่สามารถทำงานร่วมกับโมเดลของบริษัทอื่นได้ โดยผลการทดสอบเผยว่า โมเดลจาก OpenAI, Google, Anthropic, Meta และอื่น ๆ ทำงานได้ดีขึ้นถึง 11% จากปกติ

อย่างไรก็ตาม MAI-DxO ยังคงอยู่ในช่วงการทดสอบแบบปิดในห้องแล็บในขณะนี้ และทางบริษัทยังคงต้องปรับแต่งอีกมากเพื่อให้มั่นใจว่า AI จะมีความรับผิดชอบและสามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย

ที่มา : Decrypt

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน