สถิติระเบิด! ยักษ์ใหญ่ระดับโลกกว้าน Bitcoin มากกว่า ETF ติดต่อกัน 3 ไตรมาส - สัญญาณตลาดใหม่หรือฟองสบู่?
ตลาดคริปโตสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อบริษัทระดับ Fortune 500 หลายแห่งทยอยเข้าสะสม Bitcoin สวนทางกับความนิยมใน ETF ดั้งเดิม
ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านของสถาบันการเงินสู่การถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง แทนการลงทุนผ่านเครื่องมือทางการเงินแบบเดิม
นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความเชื่อมั่นใน Bitcoin ในฐานะ 'ทองคำดิจิทัล' ขณะที่เสียงวิจารณ์ยังตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของกระแสนี้
ดูเหมือนว่านักลงทุนสถาบันกำลังเรียนรู้ว่าในยุคนี้ การถือเหรียญจริงอาจให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการจ่ายค่าธรรมเนียมให้กองทุน - แม้จะเสี่ยงกว่าก็ตาม
Nick Marie หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Ecoinometrics อธิบายว่า เหตุผลที่บริษัทมหาชนเข้าซื้อบิตคอยน์นั้น แตกต่างจากนักลงทุนสถาบันที่ซื้อผ่านกองทุน Bitcoin ETF เพราะบริษัทเหล่านี้ ต้องการสะสมบิตคอยน์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น ไม่ใช่แค่เพื่อการลงทุนระยะสั้น
Marie ชี้ให้เห็นว่า แม้ในเดือนเมษายนที่ตลาดคริปโทผันผวนหนักจากการประกาศนโยบายภาษีของประธานาธิบดี Trump การถือครองบิตคอยน์ของบริษัทมหาชนก็ยังคงเพิ่มขึ้นมากถึง 4% เทียบกับกองทุน Bitcoin ETF ที่เพิ่มขึ้นเพียง 2% เขาอธิบายเสริมว่า บริษัทเหล่านี้ไม่ได้สนใจว่าราคาบิตคอยน์จะสูงหรือต่ำ แต่พวกเขาให้ความสำคัญกับการเพิ่มจำนวนบิตคอยน์ในคลังเพื่อดึงดูดนักลงทุนมากกว่า
แม้ว่ากองทุน Bitcoin ETF ที่เพิ่งเปิดตัวในสหรัฐฯ เมื่อเดือนมกราคม 2024 จะประสบความสำเร็จอย่างมาก และยังคงเป็นผู้ถือครองบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุดด้วยยอดกว่า 1.4 ล้าน BTC หรือประมาณ 6.8% ของอุปทานทั้งหมด 21 ล้านเหรียญ แต่บริษัทมหาชนก็ไล่ตามมาติดๆ ด้วยยอดถือครองราว 855,000 BTC หรือประมาณ 4% โดยมีการเติบโตที่มากกว่าถึง 3 ไตรมาสติดต่อกัน
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบถือ เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยให้บริษัทมหาชนหันมาถือครอง Bitcoin โดยเฉพาะหลังประธานาธิบดี Donald Trump ลงนามในคำสั่งบริหารจัดตั้ง “คลังสำรองบิตคอยน์แห่งชาติ” เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงจุดยืนใหม่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เริ่มยอมรับ Bitcoin เป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงิน กระแสนี้ส่งผลให้หลายบริษัทเริ่มเดินเกมเร็ว เช่น GameStop ที่ประกาศถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรอง และ KindlyMD ที่ควบรวมกิจการกับบริษัทลงทุนในคริปโต
MicroStrategy ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Strategy ยังคงครองตำแหน่งผู้นำในด้านการถือครอง Bitcoin โดยมีมากถึง 597,000 BTC นำโด่งเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยบริษัทเหมืองอย่าง Mara Holdings ที่ถือเกือบ 50,000 BTC ทั้งนี้ Ben Werkman จาก Swan Bitcoin มองว่า Strategy กลายเป็นจุดศูนย์กลางที่ดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบัน เนื่องจากหุ้นของบริษัทมีสภาพคล่องสูงและเป็นทางอ้อมในการลงทุนใน Bitcoin ที่สะดวกและปลอดภัยกว่า
สำหรับนักลงทุนที่พลาดโอกาสในช่วงแรก Werkman แนะนำให้จับตาบริษัทขนาดเล็กที่ใช้กลยุทธ์เดียวกับ Strategy เพราะแม้จะมีความเสี่ยงสูงกว่า แต่ก็มาพร้อมกับโอกาสในการเติบโตที่มากกว่า โดยเฉพาะเมื่อแนวโน้มการยอมรับ Bitcoin จากภาคธุรกิจและภาครัฐยังคงขยายตัวต่อเนื่องทั่วโลก
ที่มา:cnbc