BTCC / BTCC Square / siamblockchainTH /
ศึกชี้ชะตา! วุฒิสภาสหรัฐโหวตกฎหมายคริปโต 15 ม.ค. – ปะทะเดือดธนาคาร vs สกุลเงินดิจิทัล ปม Stablecoin

ศึกชี้ชะตา! วุฒิสภาสหรัฐโหวตกฎหมายคริปโต 15 ม.ค. – ปะทะเดือดธนาคาร vs สกุลเงินดิจิทัล ปม Stablecoin

Published:
2026-01-07 19:38:00

เส้นชัยแห่งกฎระเบียบกำลังใกล้เข้ามา—และมันอาจสั่นคลอนฐานะของสถาบันการเงินดั้งเดิมทั้งระบบ

## เกมแห่งดอกเบี้ย: ธนาคารกลาง vs DeFi

หัวใจของร่างกฎหมายนี้คือการควบคุม Stablecoin ซึ่งเป็นเสาหลักของตลาด DeFi ที่มีมูลค่าหลายล้านล้านบาท ปัญหาหลัก? การเสนอให้ผู้ออก Stablecoin จ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ถือ—แนวคิดที่ตรงข้ามกับโมเดลธนาคารพาณิชย์แบบเดิมโดยสิ้นเชิง ธนาคารดั้งเดิมเก็บส่วนต่างดอกเบี้ยเป็นรายได้หลัก ขณะที่ Stablecoin แบบมีกฎหมายอาจพลิกสมการนั้น เงินของคุณอาจทำงานได้ดีกว่าในกระเป๋าดิจิทัลมากกว่าบัญชีออมทรัพย์

## อาวุธใหม่ในสงครามการเงิน

การโหวตนี้ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย—มันคือการประกาศสงครามทางการเงินอย่างเป็นทางการ ผู้สนับสนุนคริปโตมองว่านี่คือโอกาสสร้างระบบที่โปร่งใสและเข้าถึงได้ ในขณะที่ฝั่งธนาคารเห็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพและรายได้หลักของพวกเขา อนาคตของระบบการชำระเงิน, การให้กู้ยืมแบบไม่ผ่านคนกลาง (DeFi Lending), และแม้แต่ธนาคารกลางดิจิทัล (CBDC) กำลังแขวนอยู่บนการตัดสินใจครั้งนี้

## เสียงสะท้อนจากตลาด: ความไม่แน่นอนคือโอกาส

ตลาดคริปโตตอบสนองต่อข่าวล่วงหน้าด้วยความผันผวน—ซึ่งสำหรับเทรดเดอร์หลายคนหมายถึงโอกาสทำกำไร ความชัดเจนด้านกฎหมายจะเป็นตัวเร่งให้กองทุนสถาบันไหลเข้าสู่ตลาดอย่างมหาศาล แต่ถ้ากฎหมายออกมาในรูปแบบที่เข้มงวดเกินไป? นั่นอาจเป็นจุดสิ้นสุดของนวัตกรรมทางการเงินอิสระหลายโครงการ

## คำปิด: การเงินแบบเก่ากำลังนับถอยหลัง

ไม่ว่าผลโหวตจะเป็นอย่างไร หนึ่งสิ่งชัดเจน: ยุคที่ธนาคารผูกขาดการกำหนดนโยบายดอกเบี้ยกำลังจะจบลง การเงินในยุคต่อไปจะถูกขับเคลื่อนโดยโค้ดและชุมชน—ไม่ใช่โดยคณะกรรมการในห้องประชุมปิด อนาคตกำลังถูกเขียนด้วยบล็อกเชน และวุฒิสภาอาจเพิ่งกลายเป็นผู้ตรวจทานคนแรกของประวัติศาสตร์บทใหม่นี้ (และใช่ นี่คือการเตะตูดระบบการเงินแบบเก่าที่คิดว่าดอกเบี้ย 0.5% คือ 'ข้อเสนอพิเศษ')

2 ร่าง 2 แนวทาง เกษตร vs การธนาคาร

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังของสองบ้านใหญ่

  • คณะกรรมาธิการเกษตร (Senate Agriculture Committee) ดูแลหน่วยงาน CFTC มีร่างกฎหมายที่เน้นมอบอำนาจใหม่ให้ CFTC ในการกำกับดูแลสินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล
  • คณะกรรมาธิการการธนาคาร (Senate Banking Committee) นำโดย Tim Scott (รีพับลิกัน) มีร่างกฎหมายที่เสนอคำนิยามใหม่ “Ancillary Assets” (สินทรัพย์ควบรวม) เพื่อระบุชัดเจนว่าคริปโตตัวไหน “ไม่ใช่หลักทรัพย์”
  • หากร่างกฎหมายผ่านทั้งสองคณะ จะต้องนำมาปรับรวมกัน ก่อนเข้าสู่การโหวตในวุฒิสภาเต็มคณะ และขั้นตอนสุดท้ายคือการนำไปรวมร่างกับฉบับของสภาผู้แทนฯ ที่ชื่อว่า “Clarity Act” (Digital Asset Market Clarity Act) ที่ผ่านสภาไปแล้วเมื่อช่วงฤดูร้อน ก่อนส่งให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามบังคับใช้

    ดราม่า “GENIUS Act” แบงก์กลัวเสียประโยชน์?

    ประเด็นร้อนที่จะถูกหยิบยกมาถกเถียงคือเรื่องของ Stablecoin ที่ให้ผลตอบแทน (Yield-bearing) ภายใต้ร่างกฎหมายชื่อเล่นว่า “GENIUS”

    • ฝั่งธนาคาร (American Bankers Association) ส่งจดหมายคัดค้าน โดยมองว่าการปล่อยให้บริษัทคริปโตแจก “ดอกเบี้ย” หรือผลตอบแทนจาก Stablecoin จะแย่งเงินฝากไปจากธนาคารท้องถิ่น ทำให้ธนาคารไม่มีเงินไปปล่อยกู้ให้ชุมชน
    • ฝั่งคริปโต (Coinbase) Faryar Shirzad ผู้บริหารฝ่ายนโยบายของ Coinbase สวนกลับทันทีว่า ที่ธนาคารคัดค้านไม่ใช่เพราะห่วงความมั่นคง แต่เพราะ “กลัวการแข่งขัน” และต้องการปกป้องรายได้ของตัวเอง การให้ผลตอบแทนคือการเพิ่มทางเลือกและลดต้นทุนให้ผู้บริโภค

    จับตา “ผลประโยชน์ทับซ้อน” ของทรัมป์

    อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตามองคือ ผลประโยชน์ทับซ้อนของประธานาธิบดีทรัมป์ เนื่องจากมีรายงานว่าครอบครัวของเขามีรายได้หลายร้อยล้านดอลลาร์จากธุรกิจคริปโต ซึ่งอาจถูกหยิบยกมาโจมตีในระหว่างการพิจารณากฎหมาย

    ที่มา: theblock

    |Square

    ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

    สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน