ระวังตัวไว้! ทรัมป์ขู่ฟันภาษีโหดกว่าเดิม ดัดหลังประเทศหัวหมอคิดล้มดีลการค้าในปี 2026
- ทรัมป์ขู่เพิ่มภาษีนำเข้า 15% ส่งผลตลาดหุ้นร่วง
- มาตรการ Section 301 และ Section 122 คืออะไร?
- ผลกระทบต่อตลาดการเงินในปี 2026
- คำถามที่พบบ่อย
ในปี 2026 โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับมาขู่ใช้มาตรการภาษีโหดกว่าเดิมกับประเทศที่คิดจะล้มดีลการค้า โดยเฉพาะจีนและสหภาพยุโรป หลังจากที่เคยใช้มาตรการ Section 301 และ Section 122 มาแล้วในอดีต การเคลื่อนไหวครั้งนี้ส่งผลให้ตลาดหุ้นสั่นคลอน และนักลงทุนเริ่มหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น
ทรัมป์ขู่เพิ่มภาษีนำเข้า 15% ส่งผลตลาดหุ้นร่วง
ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า "ประเทศที่คิดจะโกงเราต้องระวังตัวไว้!" พร้อมขู่จะเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากบางประเทศเป็น 15% จากเดิม 10% ภายใต้มาตรการ Section 122 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ ปี 1974 ซึ่งเขามักใช้เป็นเครื่องมือในการต่อรองทางการค้า
นักวิเคราะห์จาก BTCC มองว่า การขู่เพิ่มภาษีครั้งนี้ทำให้ดัชนี Dow Jones ร่วง 1.34%, S&P 500 ลด 0.65% และ Nasdaq ตก 0.65% ในวันเดียว ขณะที่ทองคำซึ่งถือเป็น Safe Haven มีราคาปรับตัวขึ้น 0.2%
มาตรการ Section 301 และ Section 122 คืออะไร?
มาตรการ Section 301 เป็นเครื่องมือที่ทรัมป์ใช้ในช่วงดำรงตำแหน่งเพื่อลงโทษประเทศที่ถูกมองว่าไม่เล่นตามกติกาการค้า ส่วน Section 122 มาจากกฎหมายการค้าปี 1974 ที่ให้อำนาจประธานาธิบดีปรับภาษีนำเข้าได้สูงสุด 15% เพื่อแก้ไขปัญหาดุลการค้า
Jamieson Greer อดีตหัวหน้าผู้เจรจาการค้าสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า "นี่คือการเตือนล่วงหน้าที่ชัดเจนว่าทรัมป์จะไม่ยอมให้ใครมาโกงอเมริกา" โดยเฉพาะจีนที่เคยถูกทรัมป์ใช้มาตรการเหล่านี้มาก่อน
ผลกระทบต่อตลาดการเงินในปี 2026
การขู่เพิ่มภาษีของทรัมป์ส่งผลให้:
- หุ้นบริษัทส่งออกสหรัฐฯ ร่วงหนัก
- นักลงทุนหันไปซื้อทองคำและสินทรัพย์ปลอดภัย
- ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลง
- ความตึงเครียดทางการค้าเพิ่มขึ้น
นักวิเคราะห์ BTCC มองว่า หากมาตรการนี้ถูกนำมาใช้จริงในปี 2026 อาจทำให้สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน รุนแรงขึ้นอีก
คำถามที่พบบ่อย
ทรัมป์มีอำนาจเพิ่มภาษีจริงหรือ?
ใช่ ภายใต้กฎหมาย Section 122 และ Section 301 ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีอำนาจปรับภาษีนำเข้าได้โดยไม่ต้องผ่านสภาคองเกรส
มาตรการนี้จะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร?
อาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อการส่งออกของไทย หากเกิดสงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจ
นักลงทุนควรรับมืออย่างไร?
ควรกระจายความเสี่ยงและพิจารณาสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ หรือสกุลเงินแข็ง