BTCC / BTCC Square / siamblockchainTH /
หนุ่มวัย 20 อดีตนักศึกษา Stanford ’ดรอปเรียน’ ระดมทุน 5 ล้านเหรียญใน 2 วันด้วย AI สุดปัง!

หนุ่มวัย 20 อดีตนักศึกษา Stanford ’ดรอปเรียน’ ระดมทุน 5 ล้านเหรียญใน 2 วันด้วย AI สุดปัง!

Published:
2025-09-04 19:33:29
18
1

หนุ่มวัย 20 อดีตนศ. Stanford “ดรอปเรียน” ออกมาสร้าง AI ระดมทุน 5 ล้านเหรียญใน 2 วัน

เด็กหนุ่มวัย 20 ทิ้งตำราจาก Stanford มาสร้าง AI สุดเจ๋ง กระแสเงินทุนถาโถม 5 ล้านเหรียญภายใน 48 ชั่วโมง—ความฝันที่นักลงทุนแห่ซื้อทั้งที่ยังไม่มีแม้แต่ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

จากรั้วมหาวิทยาลัยสู่เวทีระดับโลก

เขาเดินออกจาก Stanford ด้วยความเชื่อมั่นในแนวคิด AI ที่ยังร้อนแรง ใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์ในการปั้นทีมและโปรโตไทป์แรกเริ่ม ทีมงานบอกว่า "มันคือความบ้าที่calculated"—คำนวณความเสี่ยงแต่ยังกล้าพอที่จะกระโจน

เงินทุน 5 ล้านเหรียญใน 2 วัน: สถิติที่ทำให้นักลงทุนหน้าเดิมสั่นสะเทือน

การระดมทุนแบบฟ้าผ่า-round นี้เกิดขึ้นระหว่างการประชุมสุด Exclusive ใน Silicon Valley นักลงทุนรายใหญ่ยอมจ่าย premium สำหรับ "vision" แทน "product"—เพราะในยุคนี้ไอเดียที่ดีอาจมีค่ามากกว่าผลิตภัณฑ์ที่เสร็จแล้ว

AI ที่ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือ "การปฏิวัติการลงทุน"

แม้รายละเอียดทางเทคนิคยังถูกปกปิด แต่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าโมเดลนี้เน้นการปรับใช้ได้จริงในภาคการเงิน—อาจเป็นการตัดวงจร middleman แบบที่ Wall Street ยังต้องยอมกระดาก

อนาคตของการเริ่มต้นธุรกิจ: เมื่อวัยรุ่นกับ AI กลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว

ความสำเร็จของเขาทำให้หลายคนตั้งคำถามกับระบบการศึกษาแบบดั้งเดิม—บางทีปริญญาอาจไม่สำคัญเท่า "vision" และ "execution" อีกต่อไป

ปิดท้ายด้วยเกร็ดขำขันของวงการ: นักลงทุนบางคนอาจยอมแลก portfolio ทั้งหมดเพื่อเจอ AI ที่ promise return 500%... แม้จะยังไม่เห็น code บรรทัดแรกก็ตาม

‘ดูวิดีโอ’ แทนการเขียนโค้ด นวัตกรรมที่เปลี่ยนเกม

แทนที่จะพึ่งพาการติดแท็กเหตุการณ์ด้วยตนเองหรือข้อมูลการคลิก (clickstream data) Human Behavior อ้างว่า AI ของพวกเขาสามารถ “ดู” วิดีโอบันทึกการใช้งานจริงของผู้ใช้ (user session replays) และสร้างข้อมูลเชิงลึกขึ้นมาได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งสามารถตอบคำถามที่สำคัญที่สุดของทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงในการเขียนโค้ดเพื่อติดตามข้อมูล

จิราก คาเวเดีย (Chirag Kawediya) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งอธิบายว่า บริษัทที่ใช้เครื่องมือวิเคราะห์แบบดั้งเดิมมักต้องการวิศวกรมาตั้งค่าการติดตามเหตุการณ์สำหรับทุกปุ่มและการคลิก ซึ่งเป็นการเผาผลาญเวลาของวิศวกรไปหลายชั่วโมงหรืออาจจะเป็นสัปดาห์ “ต่อให้คุณมีข้อมูลนั้นแล้ว คุณก็ยังคงติดอยู่กับคำถามที่ใหญ่กว่าว่าผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ของคุณอย่างไรจริงๆ เพื่อที่คุณจะสามารถทำให้มันดีขึ้นได้” เขากล่าว

“จะเสียเวลาเขียนโค้ดเพื่อติดตามการคลิกไปทำไม ในเมื่อเราแค่ดูวิดีโอก็ได้?” สกายเลอร์ จี (Skyler Ji) ผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนกล่าวเสริม

เส้นทางจาก Y Combinator ขายธุรกิจแรก-Pivot สู่ไอเดียใหม่

จตุรเวทีได้พบกับผู้ร่วมก่อตั้งอีกสองคนคือ สกายเลอร์ จี และ จิราก คาเวเดีย วัย 22 ปี ที่แฮกเกอร์เฮาส์ที่เขาจัดขึ้นในปี 2023 สตาร์ทอัปแรกของพวกเขาคือ Dough ซึ่งเป็นเครื่องมือบัญชีสำหรับอีคอมเมิร์ซ แม้ว่า Y Combinator จะไม่มั่นใจในศักยภาพของ Dough แต่ทีมก็ได้รับการตอบรับเข้าโปรแกรม Accelerator ในปีนี้ โดยมีข้อสันนิษฐานว่าพวกเขาจะทำการ Pivot ในที่สุด

ซึ่งพวกเขาก็ทำเช่นนั้นเกือบจะในทันที หลังจากได้พูดคุยกับลูกค้าทุกคนและพบว่าสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ คือการรู้ว่า “ทำไม” ผลิตภัณฑ์ถึงขายได้ ไม่ใช่แค่ “อะไร” ที่ขายได้ ด้วยทิศทางใหม่นี้ ทีมได้ขาย Dough ไปในราคาหกหลักให้กับ Employer.com และทุ่มเททั้งหมดให้กับ Human Behavior

วิสัยทัศน์ สู่การเป็น ‘Datadog แห่ง Session Replay’

ปัจจุบัน ลูกค้าของ Human Behavior ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสตาร์ทอัประดับ Series A และ B จะได้รับอีเมลสรุปรายวันซึ่งไฮไลต์ว่าฟีเจอร์ใดถูกใช้งาน, เกิดบั๊กอะไรขึ้นบ้าง และผู้ใช้รายใดที่เลิกใช้งานไป

ทีมผู้ก่อตั้งเรียกวิดีโอบันทึกการใช้งานว่าเป็น “ขุมทองที่ยังไม่ถูกค้นพบ” ในอนาคต ชุดข้อมูลเดียวกันนี้สามารถนำไปต่อยอดเป็นระบบประกันคุณภาพอัตโนมัติ (Automated QA) และการสนับสนุนด้านไอทีแบบฝังตัวได้ ความทะเยอทะยานของพวกเขาคือการทำให้ Human Behavior กลายเป็น “Datadog แห่ง Session Replay” ซึ่งสามารถแตกหน่อผลิตภัณฑ์ออกมาได้อีกหลายสิบอย่างจากข้อมูลหลักชุดเดียวกัน

ที่มา: techcrunch

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน