[รายงานพิเศษ] มุมมองอนาคตของ Stablecoin โดย Arthur Hayes ในงาน WebX 2025 โตเกียว: เผยวิสัยทัศน์ที่สั่นสะเทือนวงการ
![[รายงานพิเศษ] มุมมองในอนาคตของ Stablecoin จาก Arthur Hayes ในงาน WebX 2025 โตเกียว](https://img2.btuserlog.com/btcc/cms-seo/20250515/5abb669a-74e8-45bf-bd7f-9e66ff8714a9.jpg)
Arthur Hayes ปาฐกถาเน้นย้ำ: Stablecoin คือสมรภูมิจริงของสงครามการเงินยุคใหม่
ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX ฉายภาพอนาคตที่ stablecoin กลายเป็นกระดูกสันหลังของระบบการเงินโลก—เลี่ยงการควบคุมแบบเดิมๆ โดยสิ้นเชิง
Hayes ชี้ให้เห็นว่า ‘การรวมตัวระหว่าง DeFi และ stablecoin’ จะเร่งการล่มสลายของระบบการเงินแบบดั้งเดิม
เขากล่าวต่อว่า ‘ธนาคารกลางกำลังเล่นเกมที่พวกเขาไม่เข้าใจกฎ—stablecoin คือตัวเปลี่ยนเกมที่แท้จริง’
งาน WebX 2025 ในโตเกียวกลายเป็นเวทีที่ Hayes โยนระเบิดคำทำนาย—ทำให้นักวางนโยบายและสถาบันการเงินสายเก่าต้องสะดุ้ง
Hayes ยังได้แฉกลยุทธ์ของรัฐบาลที่พยายามควบคุม stablecoin ผ่านหน่วยงานเช่น FSA แต่เขามองว่า ‘นั่นคือการต่อสู้ที่พวกเขาไม่มีวันชนะ’
ปิดท้ายด้วยมุมมองที่แหลมคม: ‘ทุกครั้งที่ธนาคารพยายามออกกฎเพื่อควบคุม stablecoin พวกเขากำลังขุดหลุมฝังตัวเอง—เหมือนนักบัญชีที่พยายามสอน hacker เรื่องความปลอดภัย’
Eurodollar คืออะไร ?
หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคยกับคำว่า “Eurodollar” แต่มันคือ หัวใจสำคัญของปัญหา Eurodollar คือเงินฝากดอลลาร์สหรัฐที่เก็บอยู่ในธนาคารนอกสหรัฐฯ ซึ่งเกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และมีมูลค่าตลาดมหาศาลถึง 10-13 ล้านล้านดอลลาร์ จุดอ่อนของ Eurodollar คือการที่มันอยู่นอกเหนือการกำกับดูแลของสหรัฐฯ และเงินเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำไปซื้อพันธบัตรสหรัฐ (T-bill) แต่เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น สหรัฐฯ ก็ต้องเข้ามา “อุ้ม” เหมือนเช่นเคย
Hayes เผยให้เห็นถึงแผนยุทธศาสตร์อันชาญฉลาดของสหรัฐฯ การนำ Stablecoin ดอลลาร์เข้ามาจะทำให้เงินจำนวนมหาศาลที่เคยอยู่นอกการควบคุม กลับมาอยู่ในมือของ รัฐมนตรีคลัง Scott Bessent มากกว่านั้น Stablecoin จะเปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วโลกสามารถเปิดบัญชีธนาคารที่อิงกับดอลลาร์ได้ สิ่งนี้หมายความว่าคนในประเทศกำลังพัฒนาหรือชาวเอเชียที่ต้องการถือดอลลาร์ จะสามารถทำได้โดยตรงผ่าน Stablecoin
ที่น่าสนใจคือกลไกการทำงาน ผู้ออก Stablecoin จะต้องผูกค่าเงินแบบ 1:1 กับดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะต้องนำเงินไปซื้อพันธบัตรสหรัฐทุกครั้งที่ออกเหรียญใหม่ พูดง่าย ๆ อีกนัยหนึ่งก็คือผู้ออกเหรียญ Stablecoin จะกลายมาเป็นลูกค้ารายสำคัญให้กับรัฐบาล เพราะพวกเข้าต้องซื้อ T-bill ทุกราคาโดยไม่มีเงื่อนไข หมายความว่าเงินจำนวนกว่า 13 ล้านล้าน จะถูกเติมเข้ามาในตลาด และเงินเหล่านี้จะอยู่ภายใต้การจับตาจากสหรัฐฯ
มากไปกว่านั้น การที่ผู้ใช้สามารถเปิดบัญชีธนาคารสหรัฐฯ ได้ทางอ้อมผ่าน Stablecoin จะทำให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Instagram, X และแพลตฟอร์มอื่นๆ นำเหรียญเหล่านี้มาใช้งานภายในแพลตฟอร์มของตน ซึ่ง Hayes มองว่าตลาดเอเชีย ยกเว้นจีน รวมถึงทั่วโลกจะได้รับผลกระทบอย่างมากจากการเปลี่ยนแปลงนี้
หากรัฐบาลท้องถิ่นไม่ยอมรับการใช้งาน Stablecoin ภายในแพลตฟอร์มต่างๆ โดยอ้างว่าไม่สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินและธุรกรรมของผู้ใช้ได้ สหรัฐฯ ก็มี “ไม้เด็ด” มากมายที่พร้อมจะใช้บีบบังคับ ตั้งแต่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ไปจนถึงการขึ้นภาษี ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลของแต่ละประเทศแทบจะไม่สามารถต่อต้านได้ และสหรัฐฯจะเป็นผู้ครองตลาดโดยสมบูรณ์ รักษาตำแหน่งสกุลเงินหลักของโลกไว้ได้
Hayes ปิดท้ายด้วยการคาดการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เขาเชื่อมั่นว่ามูลค่าตลาดของ Stablecoin จะเติบโตทะยานสูงถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์ และตลาดขาขึ้นรอบนี้จะอยู่ยาวนานถึงปี 2028 ช่วงเวลานี้จะตรงกับการสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งของรัฐบาลทรัมป์พอดี และหลังจากนั้น เขาคาดการณ์ว่าคริปโตเคอร์เรนซี่จะถูกเทขายอย่างหนักภายหลังจากนั้น
รายงานนี้เรียบเรียงจากข้อมูลที่ได้รับจากงาน WebX 2025 โดยทีมงาน Siam Blockchain