เกาหลีใต้สั่งระงับบริการกู้ยืมคริปโต หลังผู้ใช้นับพันถูกบังคับล้างพอร์ต - วิกฤตเลเวอเรจที่สั่นคลอนตลาด

ทางการเกาหลีใต้ตัดสายเบ็ดเสร็จ - สั่งระงับบริการกู้ยืมคริปโตทั้งหมดหลังเหตุผู้ลงทุนนับพันบัญชีถูกบังคับล้างพอร์ตจากการขาดมาร์จิ้น
หน่วยงานกำกับดูแล FSA ระบุว่า "มาตรการนี้จำเป็นเพื่อปกป้องนักลงทุนรายย่อยจากความเสี่ยงเลเวอเรจที่ควบคุมไม่ได้"
ตลาดตอบสนองทันที - โทเคนหลักร่วงกว่า 15% ภายในชั่วโมงแรกหลังประกาศ เหมือนเห็นไฟไหม้ฟางในวงการ DeFi
นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า "นี่คือการเตือนสัญญาณครั้งใหญ่สำหรับแพลตฟอร์ม lending ทุกแห่ง - regulation กำลังตามทัน innovation"
และแน่นอนว่านักการเงินสายเก่าคงยิ้มเยาะอย่างพอใจ - "ดูสิว่า decentralized จริงหรือ? แค่รัฐบาลสั่งหยุดก็พังแล้ว"
ผู้ใช้นับพันถูกล้างพอร์ต สะท้อนความเสี่ยงที่ไร้กฎคุม
คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีรายงานความเสียหายหนักของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะ การถูกบังคับชำระบัญชี (forced liquidation) ในโปรแกรมกู้ยืมของบางเอ็กซ์เชนจ์
FSC เปิดเผยว่า มีผู้ให้บริการรายหนึ่งเพิ่งเปิดตัวบริการกู้ยืมเมื่อกลางเดือนมิถุนายน และสามารถดึงดูดผู้ใช้ได้กว่า 27,600 คนภายในหนึ่งเดือน มียอดธุรกรรมกว่า 1.5 ล้านล้านวอน (ราว 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) แต่กว่า 3,600 คน หรือ 13% ของผู้ใช้ทั้งหมด ต้องถูกล้างพอร์ตหลังมูลค่าหลักประกันร่วงลง
นอกจากนี้ FSC ยังชี้ไปที่บริษัท 2 แห่งที่เปิดให้กู้ยืมเหรียญ Tether ( USDT) ซึ่งสร้างแรงขายผิดปกติและกดให้ราคา USDT เบี่ยงเบนจากค่า 1 ดอลลาร์ ถือเป็นสัญญาณเตือนว่า หากปล่อยให้การกู้ยืมใหม่ดำเนินต่อโดยไร้มาตรการป้องกัน อาจทำให้เงินของนักลงทุนเสียหายยิ่งกว่าเดิม
ช่องโหว่กฎหมาย Crypto Lending ยังอยู่ใน “พื้นที่สีเทา”
แม้เกาหลีใต้จะเริ่มสร้างฐานกฎหมายคริปโตมาตั้งแต่ปี 2020 ทั้งข้อกำหนด AML และ Travel Rule ภายใต้กฎหมายปรับปรุงเรื่องการทำธุรกรรมทางการเงิน และการประกาศใช้ Virtual Asset User Protection Act ในปี 2023 ที่เปิดทางลงโทษการปั่นราคาและการบริหารเงินฝากที่ไม่โปร่งใส
แต่บริการกู้ยืมคริปโตกลับยังคงอยู่ใน พื้นที่กฎหมายสีเทา ที่ไม่มีกรอบควบคุมหรือระบบการออกใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ ทำให้ความเสี่ยงต่อผู้ลงทุนยังคงสูง
บทสรุป
คำสั่งระงับบริการกู้ยืมครั้งนี้ตอกย้ำว่าเกาหลีใต้กำลังเร่งเดินหน้าปิดช่องโหว่กฎหมาย หลังผู้ใช้นับพันประสบปัญหาล้างพอร์ตและเกิดความผันผวนในตลาดสเตเบิลคอยน์ โดยภาครัฐเตรียมใช้กรอบกฎเกณฑ์ใหม่เพื่อสร้างมาตรฐานที่ชัดเจน และลดความเสี่ยงต่อระบบการเงินดิจิทัลในอนาคต
ที่มา: cointelergraph