กองทุนคริปโตถล่ม! ขายทิ้ง $223 ล้าน หลัง FED ปล่อยสัญญาณชัดเจน
ตลาดคริปโตสั่นสะเทือนอีกครั้งเมื่อกองทุนใหญ่เทขายหุ้นดิจิทัลมูลค่ารวม $223 ล้านทันทีหลังการแถลงการณ์ล่าสุดจากเฟด
นักลงทุนวิ่งหนีความเสี่ยง - เห็นชัดว่าการขึ้นดอกเบี้ยยังไม่จบง่ายๆ
"มันคือเกมส์ของปัด(วาฬ)" หนึ่งในนักวิเคราะห์กล่าวพร้อมยิ้มเยาะ "พวกเขาเล่นกับตลาดเหมือนเด็กเล่นเกมส์เศรษฐี"
สัญญาณจากเฟดครั้งนี้ทำให้หลายคนตั้งคำถาม: นี่คือโอกาสซื้อหุ้นในราคาต่ำ หรือแค่จุดเริ่มต้นของฤดูหนาวคริปโตอีกครั้ง?
กระแสเงินทุนไหลเข้า-ออกสินทรัพย์คริปโตรายสัปดาห์ | ที่มา: CoinShares
รายงานล่าสุดจากบริษัทจัดการสินทรัพย์คริปโต CoinShares ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระบุว่า ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนบน Exchange (ETPs) ทั่วโลกได้มีเงินทุนไหลออกสุทธิเป็นมูลค่าสูงถึง 223 ล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์ที่ผ่านมา รายงานชี้ว่าแม้ในช่วงต้นสัปดาห์จะมีเงินทุนไหลเข้าอย่างแข็งแกร่งถึง 883 ล้านดอลลาร์ แต่ “แนวโน้มก็ได้พลิกกลับ” ในช่วงครึ่งหลังของสัปดาห์ “ซึ่งน่าจะมีสาเหตุมาจากการประชุม FOMC ที่มีท่าทีสายเหยี่ยว และข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้หลายรายการ”
ผลตอบแทนรายเดือนของ Bitcoin | ที่มา: CoinGlass
“เมื่อพิจารณาจากการที่เราได้เห็นเงินทุนไหลเข้าสุทธิถึง 1.22 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา… จึงอาจเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ที่จะได้เห็นสิ่งที่เราเชื่อว่าเป็นการเทขายทำกำไรเพียงเล็กน้อย” รายงานระบุ ความเห็นที่แข็งกร้าวของนายพาวเวลได้ส่งผลให้ตลาดปรับลดโอกาสที่จะมีการลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนลงจาก 63% มาอยู่ที่เพียง 40% เท่านั้น
กระแสเงินทุนไหลเข้า-ออกสินทรัพย์คริปโตรายสัปดาห์จำแนกตามประเภทสินทรัพย์ | ที่มา: CoinShares
การปรับตัวลดลงของความเชื่อมั่นนี้ยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ Bitcoin กำลังจะก้าวเข้าสู่เดือนสิงหาคม ซึ่งในอดีตมักจะเป็นหนึ่งในเดือนที่ให้ผลตอบแทนย่ำแย่ที่สุด โดยข้อมูลจาก CoinGlass แสดงให้เห็นว่าผลตอบแทนเฉลี่ยของ Bitcoin ในเดือนสิงหาคมนั้นอยู่ที่ -7.49% อย่างไรก็ตาม แม้ Bitcoin จะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการเทขายในครั้งนี้ โดยมีเงินไหลออกถึง 404 ล้านดอลลาร์ แต่ในทางตรงกันข้าม กองทุน Ether (ETH) ETPs กลับยังคงแข็งแกร่งและมีเงินทุนไหลเข้าสุทธิเป็นสัปดาห์ที่ 15 ติดต่อกัน โดยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนไปได้อีก 133 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรายงานระบุว่าเป็นผลมาจาก “ความเชื่อมั่นเชิงบวกที่แข็งแกร่งต่อสินทรัพย์” เช่นเดียวกับกองทุนที่เน้นลงทุนใน XRP, Solana และ Sui ที่ยังคงมีเงินทุนไหลเข้าเป็นบวกเช่นกัน
ที่มา: cointelegraph