SEC อนุมัติ ’In-Kind Redemption’! เปิดช่องทางใหม่ แลก ETF เป็น Bitcoin/Ether โดยตรง ไม่ต้องผ่านตัวกลาง
SEC ปลดล็อกกฎเกณฑ์สำคัญ! นักลงทุนสามารถแลกเปลี่ยนหน่วยลงทุนในกองทุน ETF เป็น Bitcoin และ Ether ได้โดยตรง แบบ In-Kind Redemption เป็นครั้งแรก
การตัดสินใจครั้งนี้สร้างความปั่นป่วนในวงการการเงินดั้งเดิม - ธนาคารกลางบางแห่งอาจต้องจิบชาแก้เครียดในตอนเช้า
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลก้าวเข้าใกล้สถาบันการเงินแบบดั้งเดิมมากขึ้นกว่าเดิม
นักวิเคราะห์มองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดคริปโตอย่างมีนัยสำคัญ
แต่ก็มีเสียงสะท้อนจากบางวงการว่า 'นี่อาจเป็นวิธีใหม่ที่ Wall Street จะเก็บค่าคอมมิชชั่นแบบแอบแฝง'
ที่มา: SEC
ในประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา SEC ระบุว่ากองทุน Bitcoin และ Ether ที่ได้รับการอนุมัติจะได้รับอนุญาตให้สร้างและไถ่ถอนหน่วยลงทุนในรูปแบบ In-kind ได้ “นี่คือวันใหม่ที่ SEC และหนึ่งในภารกิจสำคัญของผมในฐานะประธานคือการพัฒนากรอบการกำกับดูแลที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์สำหรับตลาดสินทรัพย์คริปโต” นาย Paul Atkins ประธาน SEC กล่าวในแถลงการณ์ เขายังเสริมด้วยว่ากฎใหม่นี้จะทำให้ ETPs คริปโต “มีต้นทุนที่ถูกลงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น”
การไถ่ถอนในรูปแบบ In-kind นี้ถือเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพสูงกว่ารูปแบบเดิมอย่างมาก เนื่องจากมันช่วยให้ผู้ดูแลสภาพคล่องของกองทุน (Authorized Participants) ไม่จำเป็นต้องเทขายสินทรัพย์ในตลาดเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสด ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมลงได้อย่างมีนัยสำคัญ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อตอนที่ SEC อนุมัติ Spot Bitcoin และ Ether ETF ในปี 2024 นั้น ได้อนุญาตให้มีการไถ่ถอนเป็นเงินสด (cash redemptions) เท่านั้น และได้ระงับการอนุมัติในรูปแบบ In-kind มาโดยตลอด
การพลิกท่าทีครั้งสำคัญนี้สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศด้านกฎระเบียบที่เป็นมิตรต่ออุตสาหกรรมมากขึ้นอย่างชัดเจน ภายใต้การนำของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเกิดขึ้นหลังจากที่สภาคองเกรสเพิ่งจะผ่านร่างกฎหมายคริปโตที่สำคัญ 3 ฉบับไปเมื่อไม่นานนี้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นใจนี้ ความต้องการในกองทุนคริปโต ETF ก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เพิ่งจะสร้างสถิติเงินทุนไหลเข้าติดต่อกัน 12 วัน รวมเป็นมูลค่ากว่า 6.6 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กองทุน iShares Ethereum ETF ของ BlackRock ก็เพิ่งจะมีสินทรัพย์ทะลุ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ และกลายเป็นกองทุนที่เติบโตเร็วที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ การอนุมัติกลไก In-kind ในครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการปลดล็อกศักยภาพของกองทุนคริปโตให้ก้าวไปอีกขั้น
ที่มา: cointelegraph