BTCC / BTCC Square / siamblockchainTH /
ที่ปรึกษาคริปโตของทรัมป์รวยถล่มทลาย! กองทุนส่วนตัวปัง 640% หลังพลิกเกมการเมืองหนุน Bitcoin

ที่ปรึกษาคริปโตของทรัมป์รวยถล่มทลาย! กองทุนส่วนตัวปัง 640% หลังพลิกเกมการเมืองหนุน Bitcoin

Published:
2025-07-21 13:48:04
8
2

นักกลยุทธ์ดิจิทัลของอดีตผู้นำสหรัฐสร้างผลตอบแทนน่าตกใจในตลาดผันผวน

เมื่อการเมืองและคริปโตเคมีกันแบบไม่น่าเชื่อ

กำไร 640% ในพอร์ตส่วนตัวสะท้อนความได้เปรียบจากข้อมูลภายใน—ใครว่าเล่นเกมการเมืองไม่คุ้ม?

ปิดท้ายด้วยความจริงจัง: วอลล์สตรีทยังคงจ่ายค่าคอมให้คนกลาง แม้แต่ในโลก decentralized

บริษัทที่ถือครอง Bitcoin ในคลังได้เติบโตอย่างรวดเร็วท่ามกลางการพุ่งขึ้นทำสถิติใหม่ของ BTC ตั้งแต่ต้นปี 2024 ที่มา: Cointelegraph

โมเดลการนำ Bitcoin เข้าคลังนี้ ซึ่งบุกเบิกโดย MicroStrategy ของ Michael Saylor ตั้งแต่ปี 2020 ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีบริษัทกว่า 150 แห่งที่ดำเนินรอยตามกลยุทธ์ดังกล่าว กลยุทธ์นี้ให้ผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยมในปี 2025 ท่ามกลางการที่ราคา Bitcoin พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับอนาคตในระยะยาวของบริษัทเหล่านี้ บริษัทร่วมทุน Breed ได้ออกมาเตือนว่าความสำเร็จของบริษัทเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการรักษามูลค่าตลาดให้สูงกว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ของตนเองอย่างมีนัยสำคัญ หากราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ก็อาจทำให้เกิด “วงจรหายนะ” ที่บริษัทไม่สามารถระดมทุนเพิ่มและถูกบีบให้ต้องเทขาย Bitcoin ออกมาได้

ขณะที่ James Check นักวิเคราะห์จาก Glassnode ก็ได้ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า บริษัทที่กระโดดเข้ามาในกระแสนี้โดยไม่มีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในระยะยาวจะประสบปัญหาในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน “ผมคิดว่าเราใกล้จะถึงช่วง ‘พิสูจน์ตัวเอง’ แล้ว ซึ่งมันจะยากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับบริษัททั่วไปที่จะรักษามูลค่าของตนเองไว้ได้หากไม่มีจุดเด่นที่ชัดเจน” เขากล่าวผ่าน X แต่ถึงกระนั้น กระแสการยอมรับ Bitcoin ก็เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งต่อวิวัฒนาการของอุตสาหกรรม หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรที่ควบคุมโดยพรรครีพับลิกันเพิ่งผ่านร่างกฎหมายคริปโตที่สำคัญถึง 3 ฉบับเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ที่มา: cointelegraph

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน