อินเดียไม่หวั่นภาษี 30%! เทรดเดอร์แห่เทรดคริปโต KOB ชี้ ’พลังประชาชน’ จะพลิกโฉมประเทศ
แรงกระแทกจากรัฐบาลอินเดียที่เก็บภาษีคริปโตถึง 30% กลับสร้างปรากฏการณ์ไม่คาดคิด—นักเทรดแห่เข้าสู่ตลาดมากกว่าที่เคย
KOL ชั้นนำในวงการวิเคราะห์ว่า 'พลังมวลชน' อาจเปลี่ยนเกมการเงินแบบเดิมๆ ในประเทศที่มีประชากรเกินพันล้านคน
แม้ทางการจะพยายามควบคุมผ่านนโยบายเข้มงวด แต่ดูเหมือนความนิยมดิจิทัลแอสเซตจะบดบังความกังวลเรื่องภาษี
เหล่าวอลล์สตรีทอาจต้องยิ้มแห้ง—ประชาชนเลือกเชื่อมั่นสมาร์ทคอนแทรคมากกว่าธนาคารที่คิดค่าธรรมเนียมแบบ 'ตัดเนื้อไม่เจ็บตัว'
Ezra Reguerra ผู้สื่อข่าวของ Cointelegraph (ซ้าย) และ Sujal Jethwani (ขวา) ที่ประเทศภูฏาน ที่มา Cointelegraph
แต่ในขณะที่ตลาดโลกกำลังหวั่นไหวกับนโยบายของสหรัฐฯ ที่อีกมุมหนึ่งของโลกอย่างประเทศอินเดีย กลับมี “คลื่นใต้น้ำ” ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบและทรงพลัง Sujal Jethwani ผู้ให้ความรู้ด้านคริปโตซึ่งมีผู้ติดตามเกือบ 400,000 คน ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ชุมชนคริปโตในอินเดียกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แม้จะต้องเผชิญกับภาระทางภาษีที่หนักหน่วงอย่างยิ่งก็ตาม เขาเปรียบเทียบสถานการณ์ในอินเดียว่าเป็นเหมือน “สปริงที่ถูกกดไว้” (suppressed spring) ที่แม้จะถูกกฎระเบียบที่เข้มงวดและภาษีที่สูงลิ่วกดทับไว้ แต่เหล่านักเทรดก็ยังคงหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างไม่หยุดยั้ง
ปัจจุบัน รัฐบาลอินเดียยังคงใช้มาตรการทางภาษีที่รุนแรง โดยเรียกเก็บภาษีในอัตราคงที่ถึง 30% จากกำไรที่ได้จากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล และยังมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย (TDS) อีก 1% สำหรับทุกธุรกรรมที่มีมูลค่าเกิน 115 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นมาตรการที่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นการขัดขวางการเติบโตของตลาดมาโดยตลอด แต่ Sujal Jethwani กลับมองว่าพลังของชุมชนที่กำลังเติบโตนี้จะกลายเป็นแรงกดดันที่ “บังคับ” ให้รัฐบาลต้องเปลี่ยนท่าทีในที่สุด “ถ้าคุณดูตัวเลข จะเห็นว่าเทรดเดอร์จากตลาดหุ้นและฟอเร็กซ์กำลังย้ายมาสู่ตลาดคริปโต” เขากล่าว “มีคลื่นลูกใหญ่ของเทรดเดอร์และนักลงทุนคริปโตในอินเดียในขณะนี้ และผู้คนจะไม่ทิ้งมันไป”
สัญญาณของการเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว เมื่อ Pradeep Bhandari โฆษกระดับชาติของพรรครัฐบาลอินเดีย ได้ออกมาเรียกร้องให้ประเทศพิจารณาจัดตั้งกองทุนสำรอง Bitcoin ตามอย่างสหรัฐอเมริกา การเคลื่อนไหวจากบุคคลสำคัญทางการเมืองนี้ ประกอบกับแรงผลักดันจากชุมชนที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ได้สร้างภาพที่ตัดกันอย่างชัดเจนกับความผันผวนในระยะสั้นที่เกิดจากนโยบายของชาติตะวันตก และอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าอนาคตของคริปโตเคอร์เรนซีไม่ได้ถูกกำหนดโดยรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป แต่พลังของ “ผู้ใช้งาน” ก็กำลังจะกลายเป็นผู้กำหนดทิศทางที่แท้จริงของตลาดในไม่ช้า
ที่มา: cointelegraph