สหรัฐฯ เตือนหนัก! ธนาคารที่รับฝากคริปโตเสี่ยงโดนฟ้องยับ หากเหรียญหาย – เตรียมรับมือความเสี่ยงใหม่ในวงการการเงิน
หน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ ออกคำเตือนฉบับเข้มข้นถึงสถาบันการเงินที่ให้บริการรับฝากคริปโตเคอร์เรนซี: เตรียมรับมือกับความเสี่ยงทางกฎหมายมหาศาลหากเหรียญดิจิทัลของผู้ใช้งานสูญหาย
ใครว่าแบงก์อยากเล่นกับคริปโตแล้วจะรอด? เมื่อการกำกับดูแลกำลังตามทันเทคโนโลยี
เพราะในโลกที่แม้แต่ธนาคารยังต้องวิ่งตามนวัตกรรมบล็อกเชน แต่นายหน้าตลาดการเงินแบบเดิมๆ กลับยังคิดว่าตัวเองเข้าใจความเสี่ยงทั้งหมด – แบบนี้ไม่โดนฟ้องคดีความยับเยินได้อย่างไร?
การเก็บรักษาคริปโตโดยสถาบันการเงิน” ที่มา :FDIC
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกเน้นย้ำคือเรื่องระบบตรวจสอบ (audit) ซึ่งต้องครอบคลุมถึงกระบวนการเฉพาะของโลกคริปโต เช่น การสร้างกุญแจเข้ารหัส (key generation), การควบคุมการโอน-ชำระบัญชีสินทรัพย์ และระดับความเชี่ยวชาญของบุคลากร หากธนาคารไม่มีระบบภายในเพียงพอ แนะนำให้จ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอกเข้ามาช่วยประเมินและควบคุมความเสี่ยง
น่าสังเกตว่าภายใต้ยุค “reset regulatory” ในปี 2025 หน่วยงานอย่าง FDIC เองกลับมีท่าทีผ่อนคลายกว่าที่เคย หลายข้อจำกัดเกี่ยวกับคริปโตถูกคลายลง โดยเฉพาะ “reputational risk” หรือความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ที่เคยถูกใช้เป็นข้ออ้างไม่ให้แบงก์เข้าไปยุ่งกับคริปโต ซึ่งตอนนี้ Fed ได้ถอดข้อกำหนดนั้นออกไปแล้วอย่างเป็นทางการ
ขณะที่แบงก์ดั้งเดิมบางรายเริ่มพิจารณาทำ stablecoin ร่วมกัน ฝั่งบริษัทคริปโตแท้ ๆ กลับเลือกเดินอีกเส้นทาง เช่น Ripple และ Circle ที่ได้ยื่นขอใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารโดยตรงกับ OCC เพื่อไม่ต้องพึ่งแบงก์อีกต่อไป
แม้โลกของคริปโตจะดูเร้าใจและน่าลงทุนเพียงใด แต่เอกสารจากหน่วยงานสหรัฐฯ ชี้ชัดว่า หากไม่มีความพร้อมในเชิงโครงสร้าง กฎหมาย และการจัดการความเสี่ยงอย่างจริงจัง ธนาคารที่โดดเข้ามาอาจต้องเจอกับความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้
ที่มา : cointelegraph