ท๊อป จิรายุส เปิดใจครั้งแรกหลัง SCB ยกเลิกดีล Bitkub 17,850 ล้านบาท – วิเคราะห์ผลกระทบและอนาคต
SCB X ระเบิดความฮือฮาในวงการคริปโตด้วยการยกเลิกดีลซื้อ Bitkub มูลค่าสูงถึง 17,850 ล้านบาท ท๊อป จิรายุส ออกมาเปิดใจครั้งแรกหลังเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้
ทำไมธนาคารยักษ์ใหญ่ถึงถอนตัวจากเกมคริปโต? คำตอบอาจทำให้ตลาดสั่นสะเทือนมากกว่าที่คิด
วิกฤตหรือโอกาส? นักวิเคราะห์ชี้การยกเลิกดีลครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณให้ผู้เล่นรายอื่นพุ่งเข้าซื้อแทน
อนาคตของ Bitkub หลังถูกทิ้งโดยพันธมิตรรายใหญ่ - ความท้าทายใหม่กำลังเริ่มต้นสำหรับแพลตฟอร์มคริปโตไทย
วงการการเงินแบบดั้งเดิมยังคงเล่นเกม 'เข้า-ออก' กับคริปโตอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แม้จะสูญเสียเงินก้อนโตไปแล้วก็ตาม
ในระหว่างการสัมภาษณ์ คุณ “ซีเค” ได้สอบถามคุณ ท๊อป จิรายุสว่า “ข่าวดังมาก 4 ปีที่แล้ว เคยมีองค์กรนึง ขอลงทุนกับ Bitkub ในมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ ก็คือบริษัทยูนิคอร์น พอมันตื่นเต้นมากๆ แล้วเขาก็ตัดสินใจที่จะแบ็คออฟ อยากรู้เหมือนกันว่า แบบตอนจังหวะที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น พี่ท๊อปในหัวคิดอะไรอยู่ครับ ? แล้วเผชิญกับปัญหา เผชิญกับสถานการณ์ยังไง”
คุณท๊อป จิรายุส กล่าวว่า จริงๆ เราเป็นคนที่ทำดีลถูกไหมครับ เราก็ต้องรู้ทุกอย่างก่อนคนอื่นอยู่แล้ว ซึ่งเราอยู่กับมันมาเท่าไหร่ เกือบสองปี ใช่ไหมครับ แล้วก็พอตอนที่แบบประกาศยกเลิกดีล ทุกคนส่งมาแบบ so sorry เสียใจด้วย
คือเรารู้สึกแบบเฉยมาก ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยครับ ถ้าแชร์ตามตรงคือ มันผ่านเหตุการณ์แย่ๆ เยอะกว่านั้นมาเยอะมาก เบามาก แบบโคตรเบา แบบไม่รู้สึกอะไรเลย
คนคิดว่าเป็นเหตุการณ์ที่หนักมาก สำหรับเรา เพราะว่าเราก็เป็นธุรกิจที่ดี เราก็ Bitkub กำไรมาห้าปีแล้ว ไม่ใช่แบบเราไม่ได้ดีลนี้ บริษัทต้องเจ๊งเลย
ที่น่าสนใจคือ คุณท๊อป จิรายุส มองดีลนี้ในมุมบวกว่า จริงๆ เป็นเรื่องดีครับ เพราะว่าการที่ทำดีล ตอนนั้นสามหมื่นห้าพันล้าน ใช่ไหมครับ ครึ่งนึงก็หมื่นเจ็ดพันห้าร้อยล้าน มันก็เป็นแบบการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดเลยครับ ในประวัติศาสตร์ของธนาคารไทยเลย
ก็ทำ Deal due Diligence แบบจริงจัง ทุกอย่าง Financial Due Diligence , Technical Due Diligence , Legal Due Diligence มันทำให้บริษัทเรายิ่งซุปเปอร์คลีน
คือตอนนี้กำลังจะแต่งตัว IPO ใช่ไหมครับ คือเขาเซอร์ไพร์สมาก คือแบบไม่เคยมีบริษัทไหนที่แบบร่างแรกนะ ไม่ใช่ร่างสุดท้ายนะ ไม่มีอะไรเลย มันซุปเปอร์คลีนอะ
คุณท๊อปยังพูดชัดว่า ผมบอกเลยว่า Bitkub ตอนเนี้ย คลีนกว่าหลายบริษัทในมหาชนเยอะ กระบวนการทำงานนี่แบบ Corporatize กว่ามหาชนไปแล้วอะ ในหลายๆ ที่ แต่มันก็ต้องควรเพราะว่า ลูกค้าคนไทยฝากเงินกับเรา 100,000 ล้านแล้วอะ มันไม่ใช่แบบบริษัทสตาร์ทอัพ ที่แบบจะขยับตัวไว ล้มได้ แล้วก็มาขอโทษที่หลัง มันไม่ใช่ไง มันแบบเป็นองค์กรไปแล้ว มันเป็นสถาบันการเงินไปแล้ว
ที่มา : instagram