BTCC / BTCC Square / siamblockchainTH /
Newton Protocol (NEWT): เปิดประตูสู่โลกแห่ง AI และ Cloud บนเทคโนโลยี Web3 ที่คุณไม่ควรพลาด!

Newton Protocol (NEWT): เปิดประตูสู่โลกแห่ง AI และ Cloud บนเทคโนโลยี Web3 ที่คุณไม่ควรพลาด!

Published:
2025-06-26 05:30:04
18
1

Newton Protocol (NEWT) กำลังสร้างคลื่นใหญ่ในวงการคริปโตด้วยการผสมผสาน AI และ Cloud เข้ากับเทคโนโลยี Web3 โปรเจกต์นี้ไม่เพียงแต่สัญญาว่าจะปฏิวัติการคำนวณแบบกระจายศูนย์ แต่ยังท้าทายสถานะเดิมของอุตสาหกรรมด้วยการเสนอโซลูชันที่เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ด้วยการขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีบล็อกเชน Newton Protocol ตั้งเป้าที่จะเป็นกระดูกสันหลังของระบบคลาวด์ยุคหน้า—แถมยังมาพร้อมกับโทเคน NEWT ที่ทำให้เหล่านักลงทุนทั้งหลายน้ำลายสอ

แต่ในโลกที่โปรเจกต์บล็อกเชนใหม่ผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ดหลังฝน คุณอาจต้องถามตัวเองว่า: นี่คืออนาคตที่แท้จริง หรือแค่ hype อีกอันหนึ่งที่นักลงทุนหวังจะปั่นราคา?

ทำไมต้องมี Newton Protocol?

แนวคิดเบื้องหลัง Newton Protocol เริ่มต้นจาก ปัจจุบันบริการคลาวด์มีการรวมศูนย์มากเกินไป การประมวลผลและการทำงานอัตโนมัติออนไลน์ส่วนใหญ่ถูกควบคุมโดยบริษัทใหญ่ๆ เพียงไม่กี่แห่ง ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาหลักๆ ถึง 4 อย่าง 

  • เรื่องความน่าเชื่อถือ: ผู้ใช้งานต้องเชื่อใจผู้ให้บริการแบบเต็มร้อยว่าจะรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบไว้ได้
  • ข้อจำกัดในการเข้าถึง: ผู้ให้บริการคลาวด์มีอำนาจที่จะเซ็นเซอร์ จำกัด หรือแม้แต่ยกเลิกบริการได้ตามใจชอบ
  • การผูกขาดผู้ให้บริการ: การย้ายจากผู้ให้บริการรายหนึ่งไปอีกรายนั้น เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ซับซ้อน และมีค่าใช้จ่ายสูงมาก
  • ความกระจัดกระจายใน DeFi และ Web3: แม้แต่ระบบกระจายศูนย์ที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ ก็ยังขาดการเชื่อมโยงหรือการมีมาตรฐานเดียวกัน

Newton Protocol เข้ามาจัดการปัญหาเหล่านี้ ด้วยการกระจายศูนย์บริการประมวลผล ออกไปผ่านบัญชีแยกประเภทบนบล็อกเชน (on-chain registry) และใช้ มาตรฐานแบบเปิด การทำแบบนี้จะช่วยลดการพึ่งพาตัวกลาง ส่งเสริมให้ระบบต่างๆ ทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น และทำให้มีการทำงานอัตโนมัติ สามารถตั้งโปรแกรมและตรวจสอบได้สำหรับผู้ใช้ทุกคน

Newton Protocol (NEWT) ทำงานยังไง?

Newton Protocol ถูกสร้างขึ้นมาจาก 4 ส่วนประกอบหลักๆ ที่ทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างระบบอัตโนมัติที่โปร่งใสและตรวจสอบได้บนอินเทอร์เน็ต ดังนี้

  • บัญชีแยกประเภทบริการบนบล็อกเชน (On-Chain Service Registry) นี่คือหัวใจสำคัญ เป็นฐานข้อมูลสาธารณะที่บันทึกบริการประมวลผลทั้งหมดที่มีอยู่ ทุกรายการจะมีข้อมูลครบถ้วน ทั้งรายละเอียดผู้ให้บริการ ราคา อินเทอร์เฟซ และเงื่อนไขการใช้งาน ทุกอย่างจะโปร่งใสและทุกคนสามารถเข้าถึงได้แบบไม่มีปิดบัง ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่มีใครแอบซ่อนอะไรไว้ได้เลย
  • อินเทอร์เฟซและ API ที่เป็นมาตรฐาน (Standardized Interfaces and APIs) บริการทั้งหมดที่อยู่ในบัญชีแยกประเภทนี้ จะถูกสร้างขึ้นตามมาตรฐานแบบเปิด ซึ่งหมายความว่า สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นสุดๆ นักพัฒนาจึงไม่ต้องมาปวดหัวกับปัญหาความเข้ากันได้เวลาที่ต้องสร้างหรือรวมเครื่องมือต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้การพัฒนามีประสิทธิภาพและง่ายขึ้นเยอะเลย
  • การค้นหาบริการและการจัดองค์ประกอบเวิร์กโฟลว์ (Service Discovery and Workflow Composition) ผู้ใช้สามารถค้นหาบริการที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะใช้งานบริการทีละอย่าง หรือจะนำมาเชื่อมต่อกันเพื่อสร้างเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติที่ซับซ้อนขึ้นก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น นักพัฒนาอาจจะนำโมเดล AI มารวมกับบริการฟีดข้อมูลราคา เพื่อสร้างกลยุทธ์การซื้อขาย DeFi ที่ทำงานได้เองอัตโนมัติ
  • การตรวจสอบและสิ่งจูงใจบนบล็อกเชน (On-Chain Verification and Incentives) ทุกๆ งานประมวลผลที่เกิดขึ้นบน Newton Protocol จะสร้างหลักฐานการเข้ารหัสลับที่สามารถตรวจสอบได้บนบล็อกเชน ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ให้บริการมีความซื่อสัตย์ เพราะถ้าให้บริการถูกต้องก็จะได้รับรางวัล แต่ถ้าเกิดความล้มเหลวหรือทุจริตก็จะถูกลงโทษ การันตีความน่าเชื่อถือและความยุติธรรมให้กับระบบ

ฟีเจอร์เด่น ๆ ของ Newton Protocol 

Newton Protocol มาพร้อมนวัตกรรมสุดล้ำ ที่ทำให้ระบบทรงพลังและใช้งานง่าย

ฟีเจอร์แรกคือ การทำงานอัตโนมัติที่ตรวจสอบได้ด้วย TEEs และ ZKPs การที่ Newton ใช้เทคโนโลยีอย่าง Trusted Execution Environments (TEEs) และ Zero-Knowledge Proofs (ZKPs) ทำให้มั่นใจได้ว่า ระบบอัตโนมัติ (automation agents) จะทำงานได้อย่างปลอดภัยและโปร่งใส ทุกขั้นตอนการทำงานสามารถตรวจสอบย้อนหลังบนบล็อกเชนได้ทั้งหมด โดยไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลส่วนตัวหรืออัลกอริทึมลับเฉพาะจะรั่วไหลเลย

ฟีเจอร์ต่อมาคือ zkPermissions: กฎการทำงานอัตโนมัติที่กำหนดเองได้ ผู้ใช้สามารถกำหนดเงื่อนไขการทำงานต่างๆ ได้เองตามใจชอบด้วยฟีเจอร์ zkPermissions ซึ่งรวมถึงการตั้งกฎอย่าง การจำกัดปริมาณการซื้อขาย, การบังคับให้ทำงานตามช่วงเวลาที่กำหนด, หรือแม้แต่การสั่งให้ระบบทำงานอัตโนมัติเฉพาะ เมื่อตลาดมีเงื่อนไขเฉพาะเจาะจงเท่านั้น สิ่งนี้ทำให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์ 

นอกจากนี้ Newton ยังทำหน้าที่เป็น ตลาดสำหรับการทำงานอัตโนมัติ (Automation Marketplace) ที่มีบทบาทหลัก 4 อย่าง คือ นักพัฒนา ทำหน้าที่สร้างเอเจนต์ (agents) หรือระบบอัตโนมัติ, ผู้ดำเนินการ (Operators) เป็นคนทำงานเหล่านั้น, ผู้ใช้งาน (Users) เป็นผู้ส่งคำขอให้ทำงานอัตโนมัติ, และ ผู้ตรวจสอบความถูกต้อง (Validators) ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเครือข่าย ระบบนิเวศนี้จะเติบโตและขยายตัวตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น ทำให้มั่นใจได้ว่า จะมีบริการที่หลากหลายและสามารถรองรับการใช้งานในวงกว้างได้แน่นอน

สุดท้าย Newton Protocol ยังรองรับ ได้หลายบล็อกเชน และหลายโปรโตคอล (Cross-Chain and Multi-Protocol Support) ซึ่งหมายความว่า เวิร์กโฟลว์อัตโนมัติของคุณสามารถทำงานข้ามระบบนิเวศต่างๆ ได้อย่างราบรื่น ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น คุณสามารถกำหนดให้ระบบดำเนินการกลยุทธ์การให้กู้ยืมบน Ethereum จากนั้นปรับสมดุลการทำ Yield Farm บน Solana ซึ่งทั้งหมดนี้จะได้รับการตรวจสอบและทำงานโดยอัตโนมัติ สะดวกสบายและมีประสิทธิภาพสุดๆ 

โทเค็น NEWT หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน Newton Protocol

NEWT คือ หัวใจสำคัญของ Newton Protocol เลยก็ว่าได้ เป็นโทเค็นยูทิลิตี้หลักที่จำเป็นต่อการใช้งานทุกอย่างในระบบนิเวศนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงบริการต่างๆ, การชำระเงิน, การ Stake (ล็อกเหรียญเพื่อรับรางวัล), การมีส่วนร่วมในการกำกับดูแล (Governance) ไปจนถึงการจัดการสิทธิ์การใช้งานต่างๆ

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะใช้งานโมเดล AI, ส่งคำสั่งให้ระบบทำงานอัตโนมัติ, หรือแม้แต่รันโหนดผู้ตรวจสอบความถูกต้อง (validator node) คุณก็จะต้องใช้โทเค็น NEWT เพื่อโต้ตอบกับโปรโตคอลนี้ทั้งหมด

Tokenomics ของ NEWT

อุปทานของ NEWT ทั้งหมดถูกกำหนดไว้ที่ 1 พันล้านโทเค็น และที่สำคัญคือ จะไม่มีภาวะเงินเฟ้อเกิดขึ้นหลังจากการเปิดตัว การกระจายโทเค็นได้รับการออกแบบมาอย่างดี เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของชุมชน, ความปลอดภัยของโปรโตคอล, และความยั่งยืนในระยะยาว โดยแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ:

60% สำหรับการจัดสรรให้ชุมชน ซึ่งรวมถึง 10% สำหรับ Airdrops และรางวัลชุมชน, 8.5% เป็นแรงจูงใจในการ Stake เครือข่าย, 4% สำหรับการสนับสนุนสภาพคล่อง, 15.5% ให้กับกองทุนการเติบโตของระบบนิเวศ, 12.5% เป็นกองทุนพัฒนา และอีก 9.5% เป็นกองทุนคลัง

ส่วนที่เหลืออีก 40% เป็นการจัดสรรภายใน โดยแบ่งเป็น 18.5% สำหรับผู้มีส่วนร่วมหลัก (Core Contributors), 16.5% สำหรับผู้สนับสนุนช่วงแรก (Early Backers) และ 5% สำหรับ Magic Labs

เมื่อเปิดตัว อุปทานหมุนเวียนจะอยู่ที่ 21.5% หรือคิดเป็น 215 ล้านโทเค็น การปลดล็อกโทเค็นถูกกำหนดไว้เป็นเวลาหลายปี เพื่อรักษาความหายากของโทเค็นและป้องกันไม่ให้โทเค็นถูกเทขายในตลาดอย่างกะทันหัน ซึ่งจะช่วยให้มูลค่าของ NEWT มีความมั่นคงในระยะยาว

ที่มา : bitrue

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน