เหรียญมีมมาแน่! นักวิเคราะห์ชี้กองทุนเหรียญมีม ETF มีลุ้นได้รับไฟเขียวในปี 2026
ตลาดคริปโตเตรียมตัวพบกับความปั่นป่วนครั้งใหม่ เมื่อนักวิเคราะห์ออกมาเปิดเผยว่า กองทุน ETF สำหรับเหรียญมีมอย่าง DOGE และ SHIB อาจได้รับอนุมัติจาก SEC ภายในปี 2026
"นี่คือการยอมรับที่นักลงทุนรอคอย" แหล่งข่าวจากวอลล์สตรีทเผย พร้อมเสริมว่า "แม้แต่สัตว์เลี้ยงในออฟฟิศยังเริ่มถามถึงราคา DOGE แล้ว"
ขณะที่บางฝ่ายยังคงสงสัยในมูลค่าที่แท้จริงของเหรียญมีม แต่ตัวเลขล่าสุดชี้ให้เห็นว่าการซื้อขายเหรียญประเภทนี้ยังคงมีสภาพคล่องสูง - แม้จะไม่มีใครเข้าใจจริงๆ ว่ามันมีประโยชน์อะไรนอกจากสร้างมีม
ปิดท้ายด้วยมุกตลกทางการเงิน: "สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะ ETF หรือไม่ การลงทุนในเหรียญมีมก็เหมือนการซื้อลอตเตอรี่ - แค่โฆษณาดีกว่าและมีชุมชน Twitter คอยเชียร์"
การคาดการณ์ดังกล่าวมีพื้นฐานมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดเหรียญมีมในปีนี้ ซึ่งขับเคลื่อนโดยกลุ่มนักลงทุนรายย่อย จนทำให้ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดรวมกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์
กองทุน ETF แบบ Active แตกต่างจาก ETF ปกติตรงที่มีความยืดหยุ่นในการจัดพอร์ตมากกว่า กล่าวคือ ผู้จัดการกองทุนสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนได้ตามสถานการณ์ เช่น การเลือกซื้อเหรียญที่มีแนวโน้มเติบโต และขายเหรียญที่เริ่มแผ่วออกจากพอร์ต แทนที่จะยึดติดกับการลงทุนแบบตายตัวเหมือนกองทุน Passive ETF ทั่วไป
ปัจจุบัน เริ่มมีหลายบริษัทกระโดดเข้ามาจับเทรนด์เหรียญมีม และได้ยื่นคำขอจัดตั้ง ETF กับสำนักงาน SEC ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Grayscale, Bitwise และ 21Shares ที่ร่วมกันยื่นขอ Dogecoin ETF หรืออย่าง Osprey Funds และ Rex Shares ที่ขออนุมัติ ETF สำหรับ Dogecoin, Official Trump และ Bonk ตั้งแต่ช่วงต้นปี
Balchunas มองว่า การพิจารณาอนุมัติ Dogecoin ETF จะกลายเป็นจุดวัดใจสำคัญ ว่าหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง SEC จะมีท่าทีต่อสินทรัพย์ประเภทมีมอย่างไรในระยะยาว เพราะเหรียญกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมาย Securities Act ปี 1933 ทำให้ ณ ตอนนี้ ยังสามารถรวมเข้าไปในกองทุนแบบ Active ได้โดยไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ความหวังของนักลงทุนที่ SEC จะไฟเขียวให้กับ ETF เหรียญมีมก็เริ่มลดลง จากเดิมที่แพลตฟอร์ม Polymarket เคยประเมินความน่าจะเป็นไว้ที่ 75% ล่าสุดตัวเลขนี้ลดลงมาเหลือเพียง 44% เท่านั้น โดยหนึ่งในเหตุผลหลักคือจนถึงขณะนี้ SEC ยังไม่เคยอนุมัติ ETF ที่อิงกับเหรียญมีมหรือ Altcoin รายใดเลย ไม่ว่าจะเป็น Solana, XRP หรือแม้แต่ Litecoin ที่มีคำขอพิจารณาเข้ามาจำนวนมากในปีนี้
อีกประเด็นที่ทำให้ตลาดเหรียญมีมเผชิญแรงกดดันก็คือ แนวโน้มราคาที่เริ่มอ่อนแรงลง หลังจากความร้อนแรงในช่วงต้นปี โดยเหรียญมีมยอดนิยมอย่าง Dogecoin, Shiba Inu หรือ Pepe ต่างร่วงจากจุดสูงสุดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 70% เช่น Official Trump ที่ลดลงถึง 86%, Dogecoin ร่วงไป 75%, Shiba Inu หายไป 85% และ Pepe ก็ดิ่งลงเกือบ 60%
ที่มา : cointelegraph