VanEck กล้าทำนายสุดช็อก! Bitcoin ปี 2050 อาจทะยานแตะ 53 ล้านดอลลาร์

นักลงทุนสถาบันรายใหญ่เผยวิสัยทัศน์ระยะยาวที่อาจสั่นสะเทือนวงการ – และทำให้วอลล์สตรีตขมวดคิ้ว
การคาดการณ์ที่ทำให้ตลาดต้องหันมามอง
ตัวเลข 53 ล้านดอลลาร์ต่อ Bitcoin ไม่ได้มาจากการทอยเหรียญหรือการอ่านดวง แต่ขับเคลื่อนด้วยโมเดลการประเมินมูลค่าที่พิจารณาจากปัจจัยหลัก: การยอมรับในฐานะสินทรัพย์สำรองดิจิทัลระดับโลก, การกระจายการถือครองจากนักลงทุนรุ่นใหม่, และบทบาทที่เพิ่มขึ้นในระบบการชำระเงินข้ามพรมแดน มันคือภาพของอนาคตที่ Bitcoin ไม่ใช่แค่ 'ดิจิทัลโกลด์' แต่เป็น 'เลเยอร์ฐานทางการเงิน' ที่แท้จริง
เส้นทางสู่ตัวเลขมหาศาล: ความท้าทายและโอกาส
การจะไปถึงจุดนั้นได้ ภูมิทัศน์ต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การกำกับดูแลต้องชัดเจนและส่งเสริมนวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐานต้องรองรับการใช้งานจำนวนมหาศาลได้อย่างราบรื่น และที่สำคัญที่สุด – ความเชื่อมั่นจากสาธารณะและสถาบันต้องแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ มันคือเกมระยะยาวที่วัดกันด้วยทศวรรษ ไม่ใช่ไตรมาส
เสียงสะท้อนจากวงการ: ความเชื่อ vs ความสงสัย
ในขณะที่ชุมชนคริปโตอาจปรบมือให้กับวิสัยทัศน์ดังกล่าว นักวิเคราะห์สายอนุรักษ์นิยมหลายคนยังคงตั้งคำถามกับความสมจริงของโมเดลดังกล่าว พวกเขาชี้ไปที่ความผันผวนสูง, ความไม่แน่นอนทางกฎหมายในบางเขตอำนาจศาล, และการแข่งขันจากสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ ว่าเป็นอุปสรรคสำคัญ – เหมือนที่พวกเขาเคยพูดถึงอินเทอร์เน็ตในยุคดอตคอมบับเบิลนั่นแหละ
บทสรุป: การเดิมพันที่มองไกลเกินกว่าวงจรตลาด
การทำนายของ VanEck ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายระยะสั้น แต่มันคือการท้าทายกรอบความคิดแบบเดิมเกี่ยวกับมูลค่าและระบบการเงิน มันบังคับให้เราต้องคิดถึงอนาคตในอีก 25 ปีข้างหน้า – โลกที่เทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลอาจเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่เราพึ่งพา ไม่ว่าจะเกิดขึ้นตามที่คาดหรือไม่ การสนทนานี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และมันกำลังผลักดันให้นักลงทุนทุกประเภทต้องหันมาพิจารณาใหม่: คุณพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้วหรือยัง? (และใช่, วอลล์สตรีตคงยังพยายามขาย ETF ที่ติดตามดัชนีความสงสัยของคุณอยู่ดี)
3 ฉากทัศน์อนาคต จากแสนสู่ล้านดอลลาร์
VanEck ได้ประเมินความเป็นไปได้ออกเป็น 3 กรณี โดยเริ่มจากกรณีที่ดีที่สุดแบบสุดขั้วหรือ Bull Case ที่ราคา 53.4 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ภายใต้เงื่อนไข Hyper-Bitcoinization หรือภาวะที่ Bitcoin เข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจโลกอย่างเต็มตัว โดยต้องครองสัดส่วนการชำระเงินการค้าระหว่างประเทศถึง 20% และคิดเป็น 10% ของ GDP ภายในประเทศ รวมถึงก้าวขึ้นมาเป็นสินทรัพย์สำรองหลักเทียบเท่าหรือแซงหน้าทองคำ
ในขณะที่กรณีฐานหรือ Base Case ซึ่งมีความเป็นไปได้มากกว่านั้น บริษัทคาดการณ์ว่า Bitcoin จะเติบโตเฉลี่ยปีละ 15% ไปจบที่ราคา 2.9 ล้านดอลลาร์ โดยมีแรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางทั่วโลกหันมาถือครอง Bitcoin ประมาณ 2.5% ของงบดุลเพื่อกระจายความเสี่ยง
ส่วนกรณีเลวร้ายที่สุดหรือ Bear Case หากการเติบโตหยุดชะงักเหลือเพียงปีละ 2% ราคาในปี 2050 จะอยู่ที่ 130,000 ดอลลาร์ ซึ่งยังคงสูงกว่าจุดสูงสุดเดิมที่ทำไว้เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วเล็กน้อย
ความจริงวันนี้ หนทางยังยาวไกล
เมื่อเปรียบเทียบกับราคาตลาดปัจจุบันที่ซื้อขายอยู่ในระดับประมาณ 90,319 ดอลลาร์ จะเห็นว่ายังมีช่องว่างของราคาที่กว้างมหาศาล โดยราคาจะต้องพุ่งขึ้นอีกกว่า 59,000% เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย Bull Case หรือต้องโตอีกกว่า 3,100% เพื่อไปถึงเป้าหมาย Base Case อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือราคาปัจจุบันนั้นต่ำกว่าเป้าหมายกรณีเลวร้ายที่สุด (Bear Case) ในอีก 25 ปีข้างหน้าเพียงแค่ 43% เท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในมุมมองของ VanEck แม้ในสถานการณ์ที่แย่ที่สุด Bitcoin ก็ยังสามารถรักษามูลค่าและยืนเหนือระดับราคาสูงสุดในปัจจุบันได้
ที่มา: decrypt