Bloomberg เผย! ตลาด Stablecoin กำลังพุ่งสู่ 56 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2030 - อนาคตการเงินเปลี่ยนไปแล้ว
ตัวเลขที่ทำให้วงการการเงินดั้งเดิมต้องหันมามอง: ตลาด Stablecoin กำลังมุ่งหน้าไปสู่จุดที่เงินหมุนเวียนกว่า 56 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในสิ้นทศวรรษนี้
ทำไมถึงสำคัญ
มันไม่ใช่แค่การเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลอีกต่อไป—มันคือการปรับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินระดับโลก ธนาคารกลางและสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมกำลังถูกท้าทายโดยระบบที่ทำงานตลอด 24/7 โดยไม่มีวันหยุดราชการหรือค่าธรรมเนียมที่บิดเบี้ยว
ตัวขับเคลื่อนหลัก
การยอมรับจากสถาบัน การพัฒนากฎระเบียบที่ชัดเจนขึ้น และความต้องการช่องทางการชำระเงินข้ามพรมแดนที่รวดเร็วและถูกกว่า กำลังผลักดันให้ Stablecoin ก้าวจากขอบแวดวงเข้าสู่กระแสหลัก ผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดการเงินเริ่มมองเห็นศักยภาพที่เกินกว่าการเก็งกำไร—มันคือโครงสร้างพื้นฐาน
ความท้าทายที่รออยู่
แน่นอนว่าทุกการเปลี่ยนแปลงมาพร้อมกับอุปสรรค ความกังวลเรื่องความโปร่งใสของทุนสำรอง การปฏิบัติตามกฎระเบียบที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ และการแข่งขันจาก CBDC ของรัฐบาล ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามอง
มองไปข้างหน้า
เส้นทางสู่ 56 ล้านล้านดอลลาร์ไม่ใช่ทางเดินโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่มันแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น: โลกกำลังเลือกระบบการชำระเงินที่ทำงานได้จริง แทนที่จะยึดติดกับระบบเก่าที่มีประสิทธิภาพต่ำแต่มีค่าธรรมเนียมสูง—เพราะในท้ายที่สุด การเงินก็เป็นเพียงเทคโนโลยีชนิดหนึ่งที่ล้าสมัยไปแล้ว
ที่น่าสนใจเลยก็คือ แม้ USDT จะยังมีมูลค่าตลาดมากที่สุดและครองแชมป์ในฝั่งของ CeFi หรือการใช้งานทั่วไป แต่ทาง USDC กลับแซงหน้าขึ้นมาในตลาด DeFi
Anthony Yim ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มวิเคราะห์ Artemis อธิบายว่า การใช้งาน Stablecoins สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีมากขึ้นตามความกังวลและความตึงเครียดที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่ถึงอย่างนั้นหากนับกันที่วอลุ่มแล้ว USDC จะมีปริมาณการทำธุรกรรมที่สูงกว่าที่ $18.3 ล้านล้าน เมื่อเทียบกับ USDT $13.3 ล้านล้าน
ขณะเดียวกันวอลุ่มยักษ์ใหญ่ทั้งสองยังคิดเป็นปริมาณกว่า 95% ของธุรกรรมมูลค่า $33 ล้านล้านในปีที่แล้ว ซึ่งปี 2025 ก็ถือว่า Stablecoin ได้เติบโตขึ้นมากว่า 72%
ปัจจุบันมูลค่าตลาดของ Stablecoin มีมูลค่าประมาณ $3.12 แสนล้าน ซึ่งทางกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เคยคาดการณ์ว่าตัวเลขจะขยับขึ้นไปสูงถึง $2 ล้านล้าน ภายในปี 2028
อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่ที่สหรัฐฯได้เซ็นอนุมัติกฎหมาย GENIUS Act ในปีที่ผ่านมา บรรดาประเทศเช่น แคนาดา หรือ สหราชอาณาจักร ต่างรีบเร่งในการออกกฎหมายกำกับดูแล Stablecoin ตามหลังมาเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้กำลังเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นทั่วโลก และคริปโตกำลังจะถูกนำมาหลอมรวมเข้ากับระบบดั้งเดิมในท้ายที่สุด
ที่มา : Cointelegraph