ตระกูล Trump เปิดเกมจริง! ยื่นขอใบอนุญาตธนาคาร - เคลื่อนไหวครั้งใหญ่เพื่อควบคุมตลาด Stablecoin เบ็ดเสร็จ

วงการคริปโตสั่นสะเทือนอีกครั้งกับการเคลื่อนไหวเชิงรุกของตระกูล Trump ที่ไม่ใช่แค่พูด แต่ลงมือทำจริง
การยื่นขอใบอนุญาตธนาคารโดยตรงถือเป็นการยกระดับเกมการแข่งขันครั้งสำคัญ ไม่ใช่แค่การเข้าร่วมตลาด แต่เป็นการวางตำแหน่งตัวเองให้อยู่เหนือโครงสร้างทางการเงินดั้งเดิม
ยุทธศาสตร์ที่มองไกลกว่า Stablecoin
การควบคุมสถาบันการเงินแบบเบ็ดเสร็จให้อำนาจในการออก จัดการ และควบคุม Stablecoin ได้อย่างสมบูรณ์ มันคือการสร้างระบบนิเวศทางการเงินแบบปิดที่ตัดตัวกลางดั้งเดิมออกไป
ภาพใหญ่ที่นี่ไม่ใช่แค่ Stablecoin ตัวใดตัวหนึ่ง แต่คือการควบคุมโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลทั้งชุด
เกมแห่งอำนาจในโลกการเงินใหม่
การเคลื่อนไหวนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการ ผู้เล่นรายเดิมต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ ขณะที่นักลงทุนจับตาดูว่าการรวมอำนาจทางการเงินรูปแบบนี้จะเปลี่ยนสมการแข่งขันอย่างไร
มันเป็นเกมที่ผู้ชนะจะได้ควบคุมทั้งกระดาน ไม่ใช่แค่หมากบางตัว
และแน่นอน - เมื่อตระกูลที่เข้าใจทั้งอำนาจและการสร้างแบรนด์ลงมือเล่นเกมการเงิน มันมักจะจบด้วยการเปลี่ยนกฎเกณฑ์ทั้งชุด หรือไม่ก็สร้างตลาดใหม่ขึ้นมาเลย
เป้าหมายใหญ่ ออกและดูแล “USD1” เอง ไม่ง้อคนอื่น
หากได้รับอนุมัติ World Liberty Trust (บริษัทลูก) จะมีอำนาจในการออกและดูแลสินทรัพย์ค้ำประกันของ Stablecoin ‘USD1’ ได้โดยตรง (ปัจจุบันมีมูลค่าตลาด 3.4 พันล้านดอลลาร์ และฝากสินทรัพย์ไว้กับ BitGo) การมีธนาคารเป็นของตัวเองจะช่วยลดการพึ่งพาบุคคลที่สาม และทำให้สามารถเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเน้นจับกลุ่มลูกค้าสถาบัน เช่น กระดานเทรด และกองทุนลงทุน
ตามรอยยักษ์ใหญ่ ท่ามกลางสมรภูมิใบอนุญาต
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลทรัมป์เพิ่งอนุมัติใบอนุญาตธนาคารให้กับยักษ์ใหญ่อย่าง BitGo, Fidelity, Circle, Ripple และ Paxos ไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้ World Liberty ต้องเร่งเครื่องเพื่อแข่งขันในสนามนี้ อย่างไรก็ตาม ใบอนุญาตที่ขอเป็นแบบ “Trust Bank” ซึ่งจะมีข้อจำกัดในการรับฝากเงินและปล่อยกู้ ต่างจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไป
ปมขัดแย้งผลประโยชน์ ธุรกิจครอบครัว ปธน.?
ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักที่สุดคือ “ผลประโยชน์ทับซ้อน” เนื่องจากทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี หลายฝ่ายกังวลว่า World Liberty และเหรียญ USD1 อาจเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ทางการเมือง (โดยมีการยกตัวอย่างกรณีอภัยโทษ CZ ผู้ก่อตั้ง Binance) อย่างไรก็ตาม Zach Witkoff ว่าที่ประธานธนาคารยืนยันว่า “ปธน.และครอบครัวถือเพียงหุ้นที่ไม่มีสิทธิโหวต และไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการบริหารงานรายวัน”
ที่มา: X