วิกฤต Yen Carry Trade กำลังยืดเยื้อ - Bitcoin เตรียมรับมือผลกระทบที่ไม่อาจเลี่ยงได้
สัญญาณเตือนจากตลาดการเงินดั้งเดิมกำลังส่งคลื่นช็อกมายังโลกคริปโต
แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อ Yen Carry Trade เริ่มสร้างความไม่แน่นอนในวงกว้าง นักลงทุนที่เคยพึ่งพากลยุทธ์กู้เงินเยนต้นทุนต่ำเพื่อลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงกำลังเผชิญกับทางแยกสำคัญ
Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ปลอดระบบดั้งเดิม
เมื่อธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจปรับนโยบายการเงิน นักเก็งกำไรต้องหาที่พักพิงใหม่ Bitcoin ไม่ได้แค่เป็นทางเลือกเก็บรักษามูลค่า แต่เป็นเครื่องมือหลบเลี่ยงความวุ่นวายจากนโยบายของธนาคารกลาง - แบบที่ทองคำเคยทำในอดีต แต่ด้วยความเร็วของดิจิทัล
ตลาดกำลังทดสอบสมมติฐานเดิม
ความสัมพันธ์แบบ inverse ระหว่างดอลลาร์-เยนกับ Bitcoin กำลังถูกท้าทาย ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความผันผวนระยะสั้น แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เปลี่ยนไป นักวิเคราะห์มองเห็นรูปแบบใหม่: เมื่อความเชื่อมั่นในระบบการเงินดั้งเดิมสั่นคลอน กระแสเงินจะไหลเข้าสู่สินทรัพย์ที่อยู่เหนือการควบคุมของธนาคารกลาง
เตรียมรับความผันผวนที่มากขึ้น
ผู้เล่นในตลาดคริปโตควรคาดการณ์ความผันปรวนที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสหน้า ไม่ใช่แค่จากปัจจัยภายในอุตสาหกรรม แต่จากแรงกระแทกจากตลาดฟอเร็กซ์ การกระจายพอร์ตและการจัดการความเสี่ยงกลายเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง - เพราะในโลกการเงิน มันมักจะลงเอยด้วยการที่คนตัวเล็กแบกรับความเสี่ยงที่คนตัวใหญ่สร้างขึ้น
โอกาสในวิกฤต
ประวัติศาสตร์สอนเราว่าทุกครั้งที่ระบบการเงินดั้งเดิมสะดุด สินทรัพย์ทางเลือกจะได้รับความสนใจ Bitcoin ผ่านการทดสอบมาแล้วหลายครั้ง และครั้งนี้อาจเป็นบทพิสูจน์สำคัญอีกครั้งหนึ่งว่า ทำไมเราต้องการระบบการเงินที่กระจายอำนาจตั้งแต่แรก
สภาพคล่องทางการเงินตึงตัวกำลังสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อการทำ Yen Carry Trade
อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) พุ่งสูงขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่ต้นปี 2026 โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 2.12% ซึ่งเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1999 ในขณะที่ผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 30 ปี พุ่งแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.5%
โดยรวมแล้ว ผลตอบแทนของพันธบัตรเพิ่มขึ้นประมาณ 104 และ 120 จุดพื้นฐาน ตามลำดับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเห็นในตลาดญี่ปุ่นที่มีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ
การปรับราคาของตลาดพันธบัตรในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลด้านการเงินในประเทศญี่ปุ่นที่เป็นหนึ่งในประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับต้นๆของโลก เพราะเดิมที นักลงทุนมักจะกู้ยืมเงินสกุลเยนมาในราคาถูกและจะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง เช่น หุ้นและคริปโต แต่เมื่อไรก็ตามที่ดอกเบี้ยพุ่งสูงขึ้นนักลงทุนก็จะขาดทุนค่าเงิน และต้องหันกลับมาจัดการความเสี่ยงผ่านการปิดโพสิชันบังคับขาย
มิหนำซ้ำรัฐบาลยังได้อนุมัติงบประมาณปี 2026 สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 7.8 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 122.3 ล้านล้านเยน) ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ยิ่งซ้ำเติมความกลัวเรื่องการขยายตัวของการขาดดุลงบประมาณ ในช่วงเวลาที่แรงกดดันจากเงินเฟ้อไม่ได้เป็นเพียงแค่ทฤษฎีอีกต่อไป เห็นได้จากค่าเงินเยนที่อ่อนลงอย่างต่อเนื่อง
Japan’s bond market situation is getting worse:
Japan's 10Y government bond yield has surged to 2.12%, the highest since 1999.
At the same time, the 30Y yield is up to 3.46%, the highest on record.
Since the start of 2025, both yields have skyrocketed +104 and +120 basis… pic.twitter.com/HiOSRpEluH
เป็นเวลานานหลายทศวรรษที่ตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นมีความเสถียร แต่ในปัจจุบันสิ่งเหล่านั้นกำลังถูกท้าทาย เพราะสัญญาณของการหดตัวของสภาพคล่องที่แท้จริงกำลังปรากฏให้เห็น
Money Ape นักวิจารณ์ตลาด ได้ออกมาเตือนว่าสภาพคล่องของญี่ปุ่นกำลังเหือดแห้งอย่างรวดเร็ว โดยชี้ถึงปริมาณเงินสดหมุนเวียนที่ลดลง 4.9% ในปี 2025 ซึ่งถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 18 ปี และถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับตลาดที่เคยเต็มไปด้วยสภาพคล่องมหาศาล
🇯🇵 JAPAN LIQUIDITY IS DRYING UP FAST
Japan’s 30Y yield just hit 3.5% ATH as the Bank of Japan exits stimulus.
Cash in circulation fell 4.9% in 2025, first drop in 18 years.
Monetary base now ¥594T, below ¥600T for first time since 2020.
This is REAL tightening.
RECESSION ? 😢 https://t.co/OFYGQzo5bg pic.twitter.com/3ZR0gitDsf
ทั้งนี้ Yen Carry Trade Unwinds อาจไม่ได้เป็นการถล่มเศรษฐกิจโลกรวมถึงตลาดคริปโตแบบม้วนเดียวจบ แต่จะเป็นการซึมลงอย่างช้าๆ
JustDario นักวิเคราะห์รายหนึ่ง อธิบายว่าสถานการณ์ในปัจจุบันเหมือนกับ “กบกำลังถูกต้มในน้ำร้อน” นักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่รู้สึกตัวว่ากำลังมีแรงกดดันก่อตัวขึ้นข้างใต้พวกเขา แต่กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้วและไม่อาจหลบหนีได้
The Japan financial system, upon which the ginormous JPY carry trade global structure lies, is imploding in real time but is doing that at a slow pace trapping most of the investors in a “boiling frog syndrome” – don’t be surprised if a regional financial crisis similar to the… https://t.co/X8SwrZ3fdw pic.twitter.com/99hQg40bCU
— JustDario 🏊♂️ (@DarioCpx) January 7, 2026อย่างไรก็ตาม ภาพที่เห็นไม่ได้มีเพียงมิติเดียวเสมอไป แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะสูงขึ้นแต่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของญี่ปุ่นยังคงติดลบ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ยังคงช่วยหนุนสภาพคล่องและการเปิดรับความเสี่ยงของนักลงทุนอยู่ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมตลาดหุ้นญี่ปุ่นถึงยังคงทรงตัวอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และทำไมเงินทุนจากทั่วโลกยังคงไหลเวียนผ่านตลาดเงินของญี่ปุ่นต่อไป
ที่มา : Beincrypto